โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิด10 อันดับประเทศ ‘ตุนทองคำมากที่สุด’ ไทยติดที่ 28 โลก ถือครอง 154 ตัน

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 ธ.ค. 2563 เวลา 03.07 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2563 เวลา 03.05 น. • The Bangkok Insight

เปิดสถิติการถือครองทองคำปี 2020 ประเทศยักษ์ใหญ่ครอบครองกว่าครึ่งของทองคำ ที่ใช้เป็นทุนสำรองทั่วโลก โดย "จีน-รัสเซีย" มีทองคำสำรองเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) รายงานการถือครองทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกถึงเดือนธันวาคม 2563 เพื่อให้เป็นทุนสำรอง ดังนี้

1. สหรัฐ ถือครอง 8,133.5 ตัน คิดเป็น 79.3% ของทุนสำรอง

2. เยอรมนี ถือครอง 3,362.4 ตัน คิดเป็น 76.5% ของทุนสำรอง

3. กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) ถือครอง 2,814.0 ตัน

4. อิตาลี ถือครอง 2,451.8 ตัน คิดเปน 71.2% ของทุนสำรอง

5. ฝรั่งเศส ถือครอง 2,436.1 ตัน คิดเป็น 66.4% ของทุนสำรอง

6. รัสเซีย ถือครอง 2,298.5 ตัน คิดเป็น 23.8% ของทุนสำรอง

7. จีน ถือครอง 1,948.3 ตัน คิดเป็น 3.6% ของทุนสำรอง

8. สวิสเซอร์แลนด์ ถือครอง 1,040.0 ตัน คิดเป็น 6.2% ของทุนสำรอง

9. ญี่ปุ่น ถือครอง 765.2 ตัน คิดเป็น 3.4% ของทุนสำรอง

10. อินเดีย ถือครอง 670.1 ตัน คิดเป็น 7.2% ของทุนสำรอง

สำหรับ ประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ถือครองทองคำ 154 ตัน คิดเป็น 3.7% ของทุนสำรอง อยู่ในอันดับ 28 ของโลก

ในประเทศที่มีทองคำใช้เป็นทุนสำรอง 10 อันดับรวมกัน 25,920.1 ตัน คิดเป็น 73.69%  ของปริมาณทองคำที่ใช้เป็นทุนสำรองทั่วโลก 35,171.3 ตัน แต่หากไม่คิดทุนสำรองของ IMF ประเทศ 9 อันดับแรก ถือครองรวม 23,106.1 ตัน คิดเป็น 65.69% ของทองคำที่ใช้เป็นทุนสำรองทั่วโลก

ทั้งนี้จีนและรัฐเซีย ได้เริ่มซื้อทองคำเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปีก่อน ทำให้ปริมาณทองคำที่ใช้เป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าวเพิ่มเติม :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...