โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

รวม 9 คำสอนของในหลวง ร.9 แรงบันดาลใจด้านการเรียนของเด็กไทย

Dek-D.com

เผยแพร่ 04 ต.ค. 2560 เวลา 04.29 น. • DEK-D.com
ร้อยเรียงคำสอนของพ่อสู่ดวงใจ เพียงน้อมนำมาปฏิบัติตามก็ได้พลังในการเรียนแล้ว

สวัสดีค่ะน้องๆ ในหลวง ร.9ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาการศึกษาให้แก่เยาวชนไทยมากนะคะ เพราะสิ่งนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้ประเทศพัฒนาอย่างยั่งยืน

ขอบคุณภาพจาก dhammathai.org
พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสที่ในหลวง ร.9 เคยตรัสไว้ น้องๆ สามารถน้อมนำมายึดถือปฏิบัติ และเก็บเป็นแรงบันดาลใจในการเรียนได้ ตามไปอ่าน 9 คำสอนของพ่อกันค่ะ
คำสอนที่ 1 : การปรับปรุงตนเอง
"การดำรงชีวิตที่ดีจะต้องปรับปรุงตัวตลอดเวลา การปรับปรุงตัวจะต้องมีความเพียรและความอดทนเป็นที่ตั้ง ถ้าคนเราไม่หมั่นเพียร ไม่มีความอดทน ก็อาจจะท้อใจไปโดยง่าย เมื่อท้อใจไปแล้ว ไม่มีทางที่จะมีชีวิตเจริญรุ่งเรืองแน่ๆ"
(พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่ครูและนักเรียน ณ โรงเรียนจิตรลดา วันที่ 27 มีนาคม 2523)
การปรับปรุงตัวทำให้เราได้พัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอจนพบกับความสำเร็จ เวลาเหนื่อยล้ากับการเรียน เจออุปสรรคที่ทำให้ย่อท้อ หากน้องๆ รู้จักที่จะปรับปรุงตัว โดยอาศัยความพยายามและความอดทนเป็นที่ตั้ง สิ่งนี้จะทำให้เราข้ามผ่านความยากลำบาก และความท้อใจต่างๆ ไปได้ค่ะ
คำสอนที่ 2 : การฝึกฝนตนเองให้มีค่า
"นักเรียนที่ยังก่อเรื่องวิวาทจนเกิดความเสียหายแก่ตน แก่โรงเรียน ขอให้สำนึกว่าการกระทำเช่นนั้น อาจกลายเป็นการทำลายอนาคตของตนไปได้อย่างคิดไม่ถึง ฉะนั้น ขอให้พยายามฝึกฝนอบรมตนเองให้มีค่า เป็นคนเต็มคน ให้เป็นคนดีมีประโยชน์ให้จงได้"
(พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานในพิธีเปิดงานกรีฑา ศิลปหัตถกรรมนักเรียน ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ วันที่ 1 ธันวาคม 2512)
หากที่ผ่านมาน้องๆ คนไหนเผลอเกเรก่อเรื่องทะเลาะวิวาทไปบ้าง คำสอนข้อนี้เตือนใจเราได้ดีเลยล่ะค่ะว่า ไม่ใช่แค่โรงเรียนจะเดือดร้อน ตัวน้องๆ เองนี่แหละที่จะได้รับผลร้ายจากการกระทำของเรา ดังนั้น ต้องเตือนตนอยู่เสมอนะคะว่าหน้าที่ของการเป็นนักเรียนที่ดีคืออะไร
คำสอนที่ 3 : การใช้ความรู้คู่คุณธรรม
"เยาวชนทั้งหลายที่อยู่ในวัยเรียน ย่อมมีความมุ่งมั่นที่จะศึกษาวิชาการต่างๆ ให้ได้มากๆ เพื่อนำไปใช้ทำประโยชน์ สร้างสมความสุขความเจริญให้แก่ตัวเองตลอดจนส่วนรวม แต่การใช้วิชาความรู้นั้นจำเป็นจะต้องใช้อย่างถูกต้อง ด้วยคุณธรรมและความสามารถที่เหมาะจึงจะได้ผลเต็มเปี่ยม"
(พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีปฏิญาณตนและสวนสนาม เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ณ สนามศุภชลาศัย วันที่ 1 กรกฎาคม 2522)
การมีความรู้อยู่กับตัวมากๆ เป็นสิ่งที่ดีนะคะ แต่เมื่อใดที่เรานำความรู้ไปใช้ในทางที่ผิด ทำสิ่งที่เป็นโทษเสียหายให้เกิดแก่ผู้อื่น การมีความรู้นั้นก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใดค่ะ ดังนั้น ต้องมีสติ ยั้งคิด รู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ นั่นจึงจะเป็นการใช้ความรู้ที่เหมาะสมที่สุด

ขอบคุณภาพจาก dhammathai.org
คำสอนที่ 4 : การทำงานคู่ความดี
"เด็กๆ นอกจากจะต้องเรียนความรู้แล้ว ยังต้องหัดทำการงานและทำความดีด้วย เพราะการทำงานจะช่วยให้มีความสามารถมีความขยันอดทนพึ่งตนเองได้ และการทำดีนั้นจะช่วยให้มีความสุขความเจริญทั้งป้องกันตนไว้ไม่ให้ตกต่ำ"
(พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2530)
ในหลวง ร.9 ทรงได้รับการปลูกฝังตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ว่าให้ทรงงาน ทรงรับจ้างเก็บผักผลไม้ไปขาย เมื่อทรงได้เงินมาก็นำไปซื้อเมล็ดผักมาปลูกเพิ่ม จะเห็นได้ว่าพระองค์ท่านทรงใช้พระหัตถ์ลงมือปฏิบัติ ทดลอง และเรียนรู้จากการทำงานด้วยพระองค์เองทุกอย่าง น้องๆ คนไหนที่ชอบตัดพ้อว่าครูสั่งงานเยอะ ก็ลองอดทนและสู้งานอีกนิดนะคะ ตัวเรานี่แหละค่ะที่จะได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ที่สำคัญอย่าลืมทำความดีด้วยนะ
คำสอนที่ 5 : เรียนรู้จากการสังเกต ดู และฟัง
"การศึกษามิได้มาจากการฟังโอวาท หรือแม้จะฟังบรรยายสั่งสอนของครูบาอาจารย์ การศึกษานั้นมาจากการสังเกต การดู การฟังของแต่ละคน หมายความว่าดูแล้วฟัง แล้วมาพิจารณาให้เป็นประโยชน์แก่ตน ก็นับว่าเป็นการศึกษาแล้ว และเป็นการศึกษาที่ดีที่สุด”
(พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิต มศว วิทยาเขตสงขลา วันที่ 25 กันยายน 2521)
เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าในหลวง ร.9 ทรงสนพระทัยการวาดภาพมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ โดยทรงซื้อตำราการเขียนภาพมาศึกษา ฝึกหัดวาดภาพด้วยพระองค์เอง และเคยโปรดให้จิตรกรเข้าเฝ้าฯ เป็นการส่วนพระองค์เพื่อวิจารณ์ผลงานฝีพระหัตถ์ของพระองค์ด้วย น้องๆ ก็สามารถน้อมนำพระราชจริยวัตรนี้มาปฏิบัติตามได้นะคะ เราจะสังเกต ดู และรับฟังสิ่งที่เป็นประโยชน์ใส่ตนได้มากแค่ไหน
คำสอนที่ 6 : การรู้จักประมาณตน
“การรู้จักประมาณตน ได้แก่ การรู้จักและยอมรับว่าตนเองมีภูมิปัญญาและความสามารถด้านไหน เพียงใด และควรจะทำงานด้านไหน อย่างไร การรู้จักประมาณตนนี้ จะทำให้คนเรารู้จักใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ได้ถูกต้องเหมาะสมกับงาน และได้ประโยชน์สูงสุดเต็มตามประสิทธิภาพ ทั้งยังทำให้รู้จักขวนขวายศึกษาหาความรู้ และเพิ่มพูนประสบการณ์อยู่เสมอ เพื่อปรับปรุงส่งเสริมศักยภาพที่มีอยู่ในตนเองให้ยิ่งสูงขึ้น”
(พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 18 กรกฎาคม 2541)
พระองค์ท่านสอนให้เรามองหาความถนัดในตัวเอง โดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับผู้อื่น เพราะคนแต่ละคนย่อมมีความรู้ความสามารถแตกต่างกันไปค่ะ หากน้องๆ ประมาณตนถูก เพิ่มเติมความรู้ที่มีอยู่ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม นั่นจะเป็นการส่งเสริมและพัฒนาตนเองได้ดียิ่งนะคะ

ขอบคุณภาพจาก สสส.
คำสอนที่ 7 : ความรู้ทำให้เป็นคนครบคน
“ความรู้ในวิชาการเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้สามารถฟันฝ่าอุปสรรคได้ และทำให้เป็นคนที่มีเกียรติ เป็นคนที่สามารถ เป็นคนที่จะมีความพอใจได้ในตัวว่า ทำประโยชน์แก่ตนเองและแก่ส่วนรวม นอกจากวิชาความรู้ ก็จะต้องฝึกฝนในสิ่งที่ตัวจะต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับสังคม สอดคล้องกับสมัยและสอดคล้องกับศีลธรรมที่ดีงาม ถ้าได้ทั้งวิชาการ ทั้งความรู้รอบตัว และความรู้ในชีวิต ก็จะทำให้เป็นคนที่ครบคน ที่จะภูมิใจได้”
(พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานเนื่องในโอกาสวันปิดภาคเรียนของโรงเรียนจิตรลดา วันที่ 25 มีนาคม 2515)
สำหรับน้องๆ ที่กำลังสงสัยว่าเรียนไปทำไมเยอะแยะ เรียนไปก็ใช้อะไรไม่ได้ คำสอนของพ่อเรื่องนี้คงทำให้พอฉุกคิดได้นะคะว่า ความรู้ทางวิชาการเหล่านี้ หากมีติดตัวไว้สามารถช่วยชีวิตเราได้ ที่สำคัญทำประโยชน์ให้แก่สังคมส่วนรวมได้ ยิ่งมีความรู้มาก ยิ่งน่าภูมิใจค่ะ
คำสอนที่ 8 : หนังสือเป็นสิ่งมีค่า
“หนังสือเป็นเสมือนคลังที่รวบรวมเรื่องราว ความรู้ ความคิด วิทยาการทุกด้านทุกอย่าง ซึ่งมนุษย์ได้เรียนรู้ ได้คิดอ่าน และเพียรพยายามบันทึกภาษาไว้ด้วยลายลักษณ์อักษร หนังสือแพร่ไปถึงที่ใด ความรู้ความคิดก็แพร่ไปถึงที่นั่น หนังสือจึงเป็นสิ่งมีค่า และมีประโยชน์ที่จะประมาณมิได้ในแง่ที่เป็นบ่อเกิดการเรียนรู้ของมนุษย์”
(พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีเปิดงานปีหนังสือแห่งชาติ 4 กุมภาพันธ์ 2515)
หนังสือเปรียบเสมือนขุมสมบัติที่จะทำให้ความรู้เกิดขึ้นแก่ตัวเราได้ ในหลวง ร.9 ถึงได้ทรงเน้นย้ำอยู่เสมอว่าให้อ่านหนังสือกว้างๆ เยอะๆ ดังนั้น หยิบขึ้นมาอ่านเถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน หรือหนังสือประเภทใด พ่อสอนไว้แล้วว่าความรู้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตจริงๆ
คำสอนที่ 9 : อุปสรรคทำให้ใจแข็งแกร่ง
“ถ้าถูกแดดถูกฝน อนามัยแข็งแรงก็ไม่เป็นอะไร ทำให้แข็งแกร่งจิตใจก็เหมือนกัน เมื่อประสบอุปสรรคและสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา เราก็ขุ่นหมอง แต่ถ้าจิตใจเราแข็งแรง แข็งแกร่งดี อุปสรรคนั้นสามารถที่จะทำให้มีอำนาจจิตดีขึ้น มีกำลังใจมากขึ้น สิ่งที่เป็นอุปสรรค สิ่งที่ทำให้เราขุ่นเคืองใจ ไม่เป็นผลร้ายต่อตัวเรา กลับทำให้ใจเราแข็งแกร่งแข็งแรง”
(พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยม มธ. และทรงดนตรีเป็นการส่วนพระองค์ ณ หอประชุม มธ. วันที่ 7 มีนาคม 2513)
พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เคยเล่าถึงการทรงงานของในหลวง ร.9 ว่า พระองค์ท่านทรงปฏิบัติภารกิจทั้งน้อยใหญ่ ทรงสามารถเผชิญกับพระราชภาระอันหนักได้โดยไม่ทรงหวั่นไหวไปกับความสำเร็จ หรือความล้มเหลวอันเป็นเรื่องที่ผ่านพ้นไปแล้ว ทรงจดจ่ออยู่กับปัจจุบันเท่านั้น
คำสอนสุดท้ายนี้จึงเป็นเครื่องการันตีได้อย่างยิ่งว่า หากน้องๆ กำลังพบกับปัญหาใหญ่ด้านการเรียน กลัวว่าจะเป็นอุปสรรคขัดขวางความสำเร็จอยู่ การเอาใจเข้าสู้ไว้ก่อนจะช่วยให้เราผ่านพ้นปัญหาหนักๆ ไปได้ ถ้าใจเราสู้ไหว กายก็จะยิ่งแกร่งขึ้นค่ะ

ขอบคุณภาพจาก News MThai
ตลอดพระชนมายุของในหลวง ร.9 คงเห็นแล้วว่าพระองค์ท่านทรงยอมเสียสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อประชาชนชาวไทยมามากมาย โดยไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทนอื่นใด แค่น้องๆ ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ก็ถือเป็นการถวายของขวัญที่มีค่าแด่พ่อของแผ่นดินได้แล้วค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก
news.ch7.com/speech/22/พระบรมราโชวาท.html
https://www.matichon.co.th/news/286856
http://www.praew.com/60005/king-of-thailand/inspiration-89-story-thailands-king-bhumibol/
Plenghit

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...