โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอเดีย-ไอซี สองสาวผู้ตั้งคำถามและหาคำตอบผ่านการทดลองบนห้วงอวกาศ

The Momentum

อัพเดต 07 ก.ย 2561 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 07 ก.ย 2561 เวลา 10.36 น. • กรกมล ศรีวัฒน์

In focus

  • ไอเดีย-ศวัสมน และไอซี-วริศา ใจดี พี่น้องที่สนในเรื่องวิทยาศาตร์และอวกาศตั้งแต่เด็ก จากการอ่านหนังสืิอการ์ตูนและดูหนัง
  • ทั้งคู่ส่งโครงงานการทดลองศึกษาดูการเคลื่อนที่ของวัตถุที่มีน้ำหนักต่างกันภายในสลิงกี้ในสภาพไร้แรงโน้มถ่วงเพื่อเปรียบเทียบกับบนโลกในโครงการ Asian Try Zero-G  2018 ผลคือโครงการถูกคลี่คลายผ่านการทดลองจริงบนสถานีอวกาศนานาชาติ โดยผู้ทดลองคือ นายโนริชิเงะ คะไน มนุษย์อวกาศญี่ปุ่น
  • นอกจากนี้ยังได้ประสบการณ์เข้ากิจกรรมหลักสูตรฝึกมนุษย์อวกาศระยะสั้น 1 วันที่ศูนย์อวกาศสึคุบะ ประเทศญี่ปุ่น

          บางครั้งคำถามก็สำคัญกว่าคำตอบเช่นเดียวกับความสงสัยเล็กๆ ในห้วงความคิดของสองพี่น้องนามสกุล ‘ใจดี’ ที่นำไปสู่การหาคำตอบผ่านการทดลองบนห้วงอวกาศ

          วันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเป็นวันที่ข้อสงสัยของพวกเธอเสนอให้ทดลองในอวกาศผ่านโครงการ Asian Try Zero-G 2018 ถูกคลี่คลายผ่านการทดลองจริงบนสถานีอวกาศนานาชาติ โดยผู้ทดลองคือ นายโนริชิเงะ คะไน มนุษย์อวกาศญี่ปุ่น

          ในตอนนั้นไอเดีย-ศวัสมน ใจดี ผู้เป็นพี่สาวศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนศรีบุณยานนท์ และไอซี-วริศา ใจดี ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ทั้งสองสาวได้รับประสบการณ์สุดพิเศษที่นอกเหนือจากไอเดียของพวกเธอจะได้รับการทดลองแล้ว ยังมีโอกาสเดินทางไปรับชมการถ่ายทอดสดผ่านห้องบังคับการที่ศูนย์อวกาศสึคุบะ ประเทศญี่ปุ่น และเข้ากิจกรรมหลักสูตรฝึกมนุษย์อวกาศระยะสั้น 1 วัน ร่วมกับเยาวชน 4 ประเทศที่ผ่านคัดเลือก ณ ตอนนี้ไอเดียกำลังจะขึ้นปีที่หนึ่งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และไอซีเลื่อนชั้นขึ้นมาในมัธยมศึกษาปีที่ 5 เราชักชวนสองสาวมานั่งพูดคุยเรื่องความสนใจในวิทยาศาสตร์ เพื่อทำความรู้จักพวกเธอกันมากขึ้น

ทั้งคู่เริ่มสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์และอวกาศกันเมื่อไร

          ไอเดีย: ตอนเด็กๆ เราชอบอ่านการ์ตูนวิทยาศาสตร์ พอโตมาก็ชอบดูหนังฝรั่งที่เกี่ยวกับอวกาศกันค่ะ อย่างพวก Interstellar, Martian Guardians of the Galaxy ภาพมันสวยดีแล้วเราไม่เคยเห็นมาก่อน พอตอนดูมีบางฉากที่เกิดความสงสัยแล้วก็ตั้งคำถาม เพราะมันมีทั้งเรื่องจริงและเรื่องที่เป็นจินตนาการ มันก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้เราอยากเรียนรู้เรื่องอวกาศ

*แล้วทำไมถึงสนใจส่งโครงงานเข้าร่วมโครงการ Asian Try Zero-G *

          ไอเดีย: จริงๆ ก่อนหน้าที่จะส่ง Asian Try Zero-G หนูเคยส่งโครงการ Space Seed กับเพื่อนตอนอยู่ม.3 มันจะเป็นโครงการที่ให้ทำการทดลอง 2 ที่ซึ่งมีตัวแปรต่างกัน ในที่นี่ก็คือบนโลกเรามีแรงโน้มถ่วง แต่บนอวกาศมันไม่มี ปลูกในเงื่อนไขเดียวกัน คือปลูกในที่มืด ในห้องแอร์อุณหภูมิเท่านี้ตลอดเวลา ซึ่งมันจะควบคุมตัวแปรยาก คนที่ต้องการทำจริงๆ ถึงจะหาสถานที่ได้ เราก็ส่งผลการทดลองไปให้เขา เสร็จแล้วหลังจากนั้น JAXA เขาก็จะส่งจดหมายข่าวมา ซึ่งมีการบอกเรื่องการแข่งขันเข้ามาเรื่อยๆ จนมาถึง Asian Try Zero-G

          ไอซี: ที่เราส่งโครงการนี้เราส่งกันสามปี ปีแรกเราส่งเป็นระบายสีน้ำคู่กัน ปีที่สองส่งคนละอัน แล้วก็ไม่ได้ทั้งคู่ ปีที่สามก็เลยมาคู่กันอีกรอบดีกว่าแล้วก็ได้ไป (หัวเราะ)

*ช่วยเล่าโครงงานที่ส่งเข้าโครงการ  Asian Try Zero-G ว่าเป็นอย่างไร *

          ไอเดีย: ปีแรกเป็นระบายสีน้ำพี่เดียคิด เพราะว่าเราชอบระบายสีน้ำทั้งคู่ ทีนี้พอเวลาว่างเราก็จะชอบนอนแล้วก็วาด แล้วสีมันก็ชอบหยดใส่หน้า ก็เลยคิดว่าถ้าเกิดขึ้นไปอวกาศสีมันจะไม่หยดหรือเปล่า หรือว่าเป็นลักษณะแบบไหนก็เลยลองส่งไปแล้วก็เลยได้ เราเลยได้เห็นนักบินอวกาศนอนหงายระบายสี แต่ตอนเขาทดลองจริงได้เห็นเขาระบายใช้กาแฟนะคะ เพราะว่าเขาไม่มีสีน้ำ

          ไอซี: สลิงกี้คือปีล่าสุด (Asian Try Zero-G 2018) แนวความคิดที่เราเสนอไปให้ทำการทดลองคือการศึกษาดูการเคลื่อนที่ของวัตถุที่มีน้ำหนักต่างกันภายในสลิงกี้ในสภาพไร้แรงโน้มถ่วงเพื่อเปรียบเทียบกับบนโลก โแดยเราจะออกแรงกระทำในลักษณะที่ต่างกันกับสลิงกี้ที่ภายในช่องว่างถูกบรรจุด้วยลูกบอลทำจากวัสดุต่างกัน และมีน้ำหนักต่างกัน แต่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากัน อย่างฟองน้ำ ไม้ พลาสติก และลูกเหล็ก พวกหนูตั้งสมมติฐานว่าของในสลิงกี้จะไม่ตกลงมา เพราะว่าไม่มีแรงโน้มถ่วง ไม่มีแรงไหนไปกระทำกับมัน แล้วมันก็จะเด้งไปเด้งมาอยู่ในสลิงกี้ อยู่ตรงที่ว่าส่วนของสลิงกี้จะไปชนมันตรงไหนแล้วมันก็จะเคลื่อนที่ไปทิศทางตรงในระยะหนึ่งจนกว่ามันจะชนอะไรที่มีแรงกระทำให้มันไปอีกทาง

         ไอเดีย: ความจริงบนสถานีอวกาศเขาไม่มีของที่หนูจะใช้ในการทดลอง แต่พอเขาสนใจปุ๊ป เขาก็จะมาให้เราส่งไปรษณีย์ไปให้ เนี่ยพวกหนูวิ่งไปซื้อก้อนฟองน้ำที่สำเพ็ง แล้วก็เอามาขีด เขาก็ถ่ายรูปมาให้ดูว่ากำลังจะเดินทางไปอวกาศ แล้วเขาก็เอาไปติดกับจรวดแล้วมันก็ขึ้นไป สักพักนักบินอวกาศก็เอามาให้ดูเดินทางมาถึงแล้วนะลูกบอลจากสำเพ็งซึ่งก็รู้สึกดีมาก

คิดว่าสิ่งที่เราตั้งคำถามอยู่และทดลองในห้วงอวกาศ มันจะสามารถเอาไปต่อยอดได้อย่างไร

          ไอเดีย: หนูมองว่าถ้าเอาไปใช้ประโยชน์ มันจะเป็นเรื่องขนส่งสิ่งของ เวลาย้ายของในสภาพไร้น้ำหนักมันจะง่ายกว่าสภาพปกติ มันไม่มีแรงโน้มถ่วง แรงต้านอากาศ แล้วสลิงกี้มันก็เหมือนท่อถ้าเราส่งสิ่งของในท่อมันอาจจะไหลไปเรื่อยๆ ควบคุมทิศทางได้ง่าย

ไอซี: ปกติมันจะมีท่อนำส่งอยู่แล้ว แต่ของเรามันจะเป็นท่อที่โปร่งกว่า พับเก็บได้ ยืดหดได้ ถ้าพัฒนาก็จะเป็นเทคโนโลยีที่ดี*ได้ประสบการณ์อะไรบ้างจากการไปเข้าอบรมมนุษย์อวกาศที่ศูนย์อวกาศสึคุบะ ประเทศญี่ปุ่น *

          ไอซี: เขามีกิจกรรมให้ทำเยอะดี ไม่ใช่แค่ไปแถลงข่าวแล้วก็จบ เพราะว่าทางไทยเราก็สนับสนุน อยากให้เราไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ด้วย คือในกิจกรรมมันจะมีให้ไปคุยกับประเทศอื่นๆ ที่เขาส่งผลงานมาเหมือนกัน

          ไอเดีย: มีดู Live สดคล้ายๆ กับ Skype คุยกับนักบินอวกาศ แต่ว่ามันต้องผ่านห้องบังคับการที่ศูนย์อวกาศเมืองสึคุบะ (Tsukuba Space Center) เราก็เลยคุยผ่านสัญญาณมืออะไรอย่างนี้แทน ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่ดี เพราะคิดมาตลอดว่าอยากคุยกับนักบินอวกาศ แต่ไม่ได้คิดว่าจะได้คุยกับคนที่อยู่บนอวกาศจริงๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นมาก และก็ได้เข้าร่วม EVA TRAINING ให้ทดลองเหมือนเป็นนักบินอวกาศจริงๆ คือที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการวางแผนดีมาก เขาจะมีการซักซ้อมหลายๆ ที ก่อนจะส่งนักบินขึ้นไปก็ต้องซ้อมทีหนึ่งก่อนก็จะมีใบเขียนมาให้คนนี้ทำหน้าที่อะไร ต้องทำอย่างไรบ้าง ก็ได้ฝึกใส่ชุดนักบิน แล้วก็ใส่เครื่องที่เป็น Walkie Talkie แล้วก็ทำภารกิจ

คิดว่าทำไมคนเราต้องสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์ และอวกาศ

        ไอซี: มันเหมือนเป็นสิ่งที่อธิบายเกี่ยวกับชีวิตของคนเรา อย่างมนุษย์เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เราก็ใช้วิทยาศาสตร์มาเป็นตัวอธิบาย แล้วเรื่องอวกาศมันก็ยิ่งใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกทีในเวลาที่เทคโนโลยีพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่าวันหนึ่งไม่แน่เราอาจจะต้องขึ้นไปอยู่อวกาศก็ได้ แล้วในอวกาศก็อาจจะมีสิ่งชีวิตอื่นที่เหมือนมนุษย์ วิทยาศาสตร์ก็คือชีวิตเราเนี่ยแหละค่ะ เราก็เจอมันอยู่ทุกวัน

          ไอเดีย: หนูเพิ่งมารู้ว่าคุณโนริชิเงะ คะไน คนที่ทำการทดลองให้พวกหนู เขาเป็นหมอผ่าตัด หนูก็เลยรู้สึกว่าหนูเป็นหมอ หนูก็ยังไปทำงานสายอวกาศได้นะ คิดว่ามันใกล้ตัวมากๆ เพราะว่าการที่คนจะไปอยู่อวกาศก็ไม่ใช่ว่าเขาจะสุขภาพดีตลอดทุกวัน ยิ่งแย่ลงด้วยเพราะว่าเส้นเลือดมันจะมีสภาพแตกต่างไปจากสภาพพื้นโลก เพราะอยากนั้นก็เลยคิดว่าเขาน่าจะต้องการหมอที่บนนั้นเหมือนกัน เพราะการอยู่บนอวกาศก็เหมือนกับการอยู่บนพื้นโลกเนี่ยแหละ เหมือนข่าวถ้ำหลวงที่เขาให้ผ้าห่มอวกาศให้เด็กไปใช้ อาหารซึ่งใช้เทคโนโลยีอวกาศเยอะมาก ซึ่งมันใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด บนพื้นโลกก็ได้ใช้ เพราะงั้นบนอวกาศก็ยิ่งต้องเตรียมตัวเลย

คิดอย่างไรที่คนภายนอกอาจมองว่าคนที่สนใจเรื่องวิทยาศาสตร์จะเป็นคน “เนิร์ด

          ไอเดีย: หนูคิดว่าอิมเมจของคำว่าเนิร์ดมันโอเคนะ พูดว่าไงดี หนูเคยกูเกิ้ลเพราะเคยโดนเพื่อนเรียกก็เลยเจอ เขาใช้คำว่า Passion มีความชอบอะไรสักอย่างที่มากๆ แล้วมุ่งไปทางนั้นแบบเต็มที่ คนอื่นที่ไม่เข้าใจก็อาจจะมองว่าเขาแปลกๆ แต่สุดท้ายหนูว่าคนที่มี passion เนี่ยมันเป็นคนที่มีจุดมุ่งหมายเป็นของตัวเอง แล้วก็มีจุดยืนเป็นของตัวเองโดยที่ไม่แคร์ว่าสังคมจะมองว่าอย่างไร แค่เขาไม่ทำร้ายสังคม

          ไอซี: หนูก็เคยโดนเพื่อนเรียกเหมือนพี่เดียเลย แต่เราไม่คิดว่าเป็นคำต่อว่า เราคิดว่าหมายถึงเรียนเก่งเหรอ แบบชมเราเหรอ เพราะส่วนมากเพื่อนจะบอกก็เพราะเราใส่แว่น เราเรียนเก่ง รู้เยอะ ความจริงเปล่าเลยเอามาจากหนัง (หัวเราะ)

อนาคตของทั้งคู่อยากเป็นอะไร

          ไอซี: ไอซีอยากเป็นครู ทำอาชีพอะไรก็ได้ที่ได้แบบสอนเด็ก ได้สอนคนอื่น อาจจะเป็นครูเป็นอาจารย์ เป็นอะไรก็ได้ แต่ก็ยังชอบทางด้านวิทยาศาสตร์ เรื่องอวกาศอยู่

          ไอเดีย: หนูเข้าหมอแล้ว แต่หนูคิดว่าถ้ายังสนใจเรื่องอวกาศอยู่เรื่อยๆ เหมือนที่คุณโนริชิเงะ เขาเป็นหมอผ่าตัด และก็ยังเป็นนักบินอวกาศอีก ถ้าหนูเก่งพอก็สนใจลองทำงานแบบนี้ดู เพราะงั้นถ้าพยายามพอ มีเวลามากพอ แข็งแรงพอก็อาจจะเป็นนักบินอวกาศที่เป็นหมอด้วย

คิดว่าเด็กรุ่นใหม่สนใจในเรื่องวิทยาศาสตร์ และอวกาศมากขึ้นไหม

          ไอเดีย: ก็มีคนสนใจมากขึ้นนะคะ เดี๋ยวนี้ไปที่ไหนจะมีคนสนใจอวกาศมากขึ้น ซึ่งเมื่อก่อนจะไม่ค่อยเจอ ส่วนมากเขาจะเดินหนีเรา (หัวเราะ) เดี๋ยวนี้มันกว้างขึ้นมาก ไม่มีที่สิ้นสุดเลยจักรวาล คงเป็นเพราะว่าช่วงนี้มีเทคโนโลยีที่ทำให้เยาวชนอย่างเราเข้าถึงเทคโนโลยีอวกาศมากขึ้น แค่อินเทอร์เน็ตก็ช่วยได้มากโขแล้ว มีการคุยว่าตอนนี้มีเทคโนโลยีอวกาศอะไรบ้าง อ่านเรื่องราวอวกาศใน quora ได้ เวลามีคำถามอะไร quora สามารถให้เราถามนักวิจัย หรือว่านักบินอวกาศได้โดยตรง แล้วเขาจะมาตอบเมื่อเขามีเวลา ซึ่งมันทำให้เด็กรู้สึกว่ามันใกล้ตัวเราแค่นี้เอง เพราะงั้นเราก็มีสิทธิ์ที่จะไปถึงความฝันในการเป็นนักบินอวกาศได้ หรือว่าไปทำงานในจุดนั้นได้

          ไอซี: รู้สึกว่าช่วงนี้จะมีค่ายวิทยาศาสตร์ ค่ายของสวทช. สสวท. ค่ายของ GISTDA อย่าง GISTDA space camp พวกเวทีด้านอวกาศก็เพิ่มมากขึ้นก็เหมือนเปิดทางให้เด็กๆ ได้เข้ามาใกล้ชิดสัมผัสกับอวกาศ ทำให้มีแนวคิดสร้างสรรค์ ถ้าเกิดเราไปอยู่บนอวกาศมันจะเกิดอะไรขึ้นให้เด็กมาพูดคุยถกกัน ซึ่งเหมือนกับการให้ความรู้อีกด้านหนึ่ง ทำให้เด็กสนใจอวกาศมากขึ้น แล้วรู้สึกว่าไม่ได้ยาก มันเป็นเหมือนกิจกรรมในชีวิตประจำวันเรา ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงได้

Fact Box

  • JAXA (ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า Japan Aerospace eXploration Agency) คือองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศของญี่ปุ่น โดยก่อตั้งเมื่อปี 2003 ดำเนินการภายใต้สโลแกน คือ “ท้าทายท้องฟ้า บุกเบิกอวกาศ” ภารกิจของ JAXA คือไล่ตามความเป็นไปได้อันไม่มีขีดจำกัด เพื่ออนาคตที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับอวกาศ
  • Asian Try Zero-G 2018 เป็นหนึ่งในโครงการของ JAXA เปิดรับความคิดสร้างสรรค์จากเยาวชนชาวเอเชียเสนอโครงการทดลองในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง
  • ติดตามข้อมูลโครงการ Asian Try Zero-G เพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/JaxaThailand หรือเว็บไซต์ www.nstda.or.th/jaxa-thailand
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...