โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ชีวิต...ด้วยดวงดาว / "ศ. ดุสิต"/เล่นนวางศ์-เล่นยังไง?

มติชนสุดสัปดาห์

เผยแพร่ 29 ก.ย 2561 เวลา 06.30 น.

รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว  /“ศ. ดุสิต”

อ่านอนาคตของคุณไม่ยากหรอก…แค่รู้จักดาว 10 ดวงเท่านั้น!

เรื่องลึกในโหราศาสตร์ไทยชุด ‘คลังโหร’

 

เล่นนวางศ์-เล่นยังไง? (ต่อ)

 

เวลาห้าสิบกว่าปีที่ผ่านไปนี่ ก็นับว่าพอเป็นสถิติที่เอามาใช้ได้แล้ว ผิดถูกยังไงของพรรค์นี้มันสามารถพิสูจน์กันได้ ก็ผลพยากรณ์นั่นแหละที่มันจะบอกเราเองว่า สูตรที่เราใช้มันผิดหรือถูก ใช้ได้หรือไม่ มีส่วนที่ใช้ได้มากกว่าใช้ไม่ได้หรือเปล่า ก็ลองดูเอาก็แล้วกัน

แล้วผมเอามาเปิดเผยที่นี่ทำไม?

คำตอบก็คือ ผมรู้ตัวว่าแก่แล้ว อายุล่วงเข้ามาระดับไม้ใกล้ฝั่งเต็มทีแล้ว โลกนี้มันอนิจจังเสียด้วย จะตายวันตายพรุ่งมิรู้ที ขืนเก็บหวงเอาไว้มันก็จะตายตามผมไปเสียเปล่า

ก็เลยตัดสินใจเขียนบอกต่อกันเอาไว้ เผื่อใครเกิดชอบเอาไปใช้ได้ผล ก็จะเป็นกุศลแก่ผมเอง

ตายไปแล้วเกิดชาติหน้าอาจจะได้เป็นโหรใหญ่มีชื่อมีเสียงกับเขาบ้างก็ได้นะ

ผมคุยให้ฟังอย่างนี้ โปรดอย่าถือสาหาความผมว่ามีความรู้แค่หางอึ่ง แต่ทำอวดเขียน “ตำราอ่านนวางศ์” ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่านวางศ์นี้เป็นเรื่องที่โหรเก่าๆ ท่านเก็บไว้ลึกลับนัก

เมื่อท่านไม่เผยแพร่ออกมาผมก็ต้องคิดเอง คิดได้มายังงี้ใครเห็นด้วยก็เอา ไม่เห็นด้วยก็ไม่ว่าอะไร

แต่โปรดอย่านึกว่านี่เป็น “ตำรา” นะ ไม่ใช่ตำราแน่นอน เป็นแค่เพียงความรู้ที่คิดได้ก็ถ่ายทอดออกมาให้พิจารณากันเท่านั้น

ผมไม่อาจเอื้อมถึงกับจะเป็นนักวิชาการทางโหราศาสตร์นี่หรอก สาบานก็ได้

ผมต้องการเพียงแค่นี้จริงๆ

เอาละ, ต่อไปนี้คือวิธี “เล่น” นวางศ์ของผม กรุณาติดตามต่อไป

 

วิธีถอดนวางศ์

 

เรารู้กันมาแล้วว่า หนึ่งนวางศ์นั้นเท่ากับสามองศายี่สิบลิปดา ฉะนั้นเราจึงต้องหาสมผุสของลัคนาและของดาวทุกดวงเสียก่อนว่า แต่ละดวงนั้นมีสมผุสกี่องศากี่ลิปดา แต่วิธีหาองศาลิปดาที่ถูกต้องนั้น จะต้องหาให้ถึง เวลาเกิด ของเจ้าชาตานั้น ไม่ใช่ดูเอาตามตัวเลขที่ปรากฏอยู่ในปฏิทิน

หมายความว่า เราต้องรู้ว่าตัวเลขที่ปรากฏอยู่ในปฏิทินโหรนั้น เป็นตัวเลขสมผุสของเวลา 24.00 น. ซึ่งอาจไม่ใช่เวลาเกิดของเจ้าชาตา เว้นแต่เจ้าชาตานั้นจะเกิดในเวลาสองยามตรงนั่นแหละจึงจะใช้ตัวเลขในปฏิทินได้

แต่ถ้าเกิดในเวลาอื่นแล้ว จะต้องนับเพิ่มเวลาที่เกิดนั้นออกไปอีกตามความเป็นจริง เช่น ถ้าเกิดในเวลา 12.00 น. ก็ต้องเพิ่มองศาอีก 12 ชั่วโมง เพื่อให้ครบถ้วนตามกำหนด ก็จะได้สมผุสองศาที่แท้จริงของนวางศ์นั้นๆ

วิธีหาสมผุสให้ถึงเวลาเกิดนั้น กระทำได้ดังนี้

ขั้นแรกก็ต้องรู้เสียก่อนว่า ดาวแต่ละดวงนั้นเดินหรือโคจรในวันหนึ่งๆ ได้องศากี่องศา วิธีหาก็คือ เปิดปฏิทินดูว่า องศาของดาวที่ประสงค์ในวันเกิดของเขานั้นมีอยู่เท่าใด แล้วตรวจดูใน วันก่อน หรือวันวานของวันนั้นอีกด้วยว่า มีองศาเท่าใด

เอาจำนวนองศาของวันเกิดตั้ง แล้วเอาจำนวนองศาของวันวานมาลบ (ในกรณีที่ดาวเดินหน้าปกติ) ได้ลัพธ์เท่าใด นั่นคือ ผลต่าง ซึ่งหมายถึงจำนวนองศาลิปดาที่ดาวนั้นโคจรใน 1 วัน (หรือ 24 ชั่วโมง)

นำผลลัพธ์ 24 ชั่วโมงนั้นมาแตกเป็นลิปดา (เพื่อให้ง่ายในการคำนวณ) ได้เท่าใดเอา 24 หาร ลัพธ์ที่ได้คือจำนวนลิปดาที่ดาวนั้นเดินใน 1 ช.ม.

ดูว่าเวลาเกิดของเจ้าชาตานั้นเกิดเกินสองยามไปกี่ชั่วโมง เอาจำนวนที่เกินนั้นไปคูณกับจำนวนลิปดาที่ได้ 1 ช.ม.นั้น เราก็จะได้จำนวนลิปดาอีกจำนวนหนึ่ง เอาลิปดาจำนวนนี้ไปบวกกับ สมผุสองศา ที่ได้จากปฏิทินในวันก่อนวันเกิดของเจ้าชาตา (เช่น เจ้าชาตาเกิดวันที่ 2 ให้บวกกับสมผุสในปฏิทินของวันที่ 1 เป็นต้น) ลัพธ์ที่ได้คือสมผุสที่ตรงกับเวลาเกิดของเจ้าชาตาอย่างแท้จริง แล้วนำสมผุสนี้หาว่าดาวนั้นจะตกอยู่ในนวางศ์ใด ทำอย่างนี้ทุกดาว

เมื่อได้สมผุสเป็นที่แน่นอนแล้ว เราก็จะได้ “ดวง นวางศ์” ขึ้นมาอีกดวงหนึ่ง

 

แต่ไม่ได้เอาดวงนี้มาพยากรณ์เหมือนอย่างที่บางคนเขาใช้กันหรอก ผมไม่เห็นด้วยที่จะนำเอาดวงนวางศ์จักรมาใช้พยากรณ์เหมือนกับดวงราศีจักร

ผมถือว่า ดวงนวางศ์จักรเป็นเพียง “ตัวประกอบ” เท่านั้น ดวงราศีจักรต่างหากที่เป็น “พระเอก” เพราะดวงราศีจักรนั้นจะต้อง “ออกหน้า” ส่วนดวงนวางศ์จักรนั้นเป็นเพียง “เบื้องหลัง” หรือเป็นแค่หลังฉากเท่านั้นเอง หรืออย่างมากก็ให้เป็น “ผู้ช่วยพระเอก” คือเป็น “พระรอง” ก็ได้

คือใช้อ่านรองลงมาจากการอ่านดวงราศีจักรนั่นเอง โดยใช้ดวง “ราศีจักร” เป็นตัวหลัก

เช่นดวงตัวอย่างที่นำมาให้ดูนี้

 

เมื่อผูกดวงชาตาสมมติขึ้นมาดังรูปที่เห็นนี้ และหาสมผุสดาวตามวิธีการถอดดาวเข้าสู่นวางศ์แล้ว เราก็จะได้ดวงนวางศ์จักรอีกดวงหนึ่งดังนี้

 

เราเอาดวงนวางศ์จักรมาทำไม? ดวงนวางศ์จักรมีประโยชน์อะไร?

นอกจากการที่เราจะรู้จักแก่นแท้ของดาวว่าดีเด่นสมจริง (ตามดวงราศีจักร) หรือไม่แล้ว เรายังมีประโยชน์ในการที่จะได้รู้ว่า ดาวในดวงนวางศ์จักรนั้นจะให้ผลลัพธ์กับหน้าที่ของเขาในดวงราศีจักรแค่ไหน

และนี่แหละที่เป็น “ไม้เด็ดเคล็ดลับ” ของเกจิอาจารย์ทั้งหลายที่ท่านไม่ยอมบอกให้ใครรู้

และทำให้ผมต้องมานั่งคิดนั่งค้นเอาเอง จนออกมาเป็นสูตร (สำหรับผม) ดังที่จะกล่าวให้ฟังต่อไป ซึ่งใครจะเห็นด้วยหรือไม่ก็แล้วแต่เถอะ ผมใช้ของผมมาแบบนี้นับสิบๆ ปีแล้ว

และขอยืนยันว่า เป็นการใช้ที่ได้ผลดี ถูกต้องแม่นยำไม่น้อยกว่า 75% อีกด้วย และผมไม่กลัวที่จะถูกกล่าวหาว่าเป็นคน “นอกครู” จากเหตุผลที่ได้กล่าวไว้แล้ว

 

วิธี “อ่าน” ดาวในนวางศ์

 

ตามวิธีของผม ก่อนจะอ่านดาวในดวงนวางศ์นั้น เราจะต้องอ่านจากดวงราศีจักรให้แน่นอนเสียก่อนว่า ดาวในดวงราศีจักรของเขาเป็นอย่างไร มีคุณภาพแค่ไหน เข้มแข็งหรืออ่อนแออย่างไร การอ่านนั้นจะจับเอามาดูทีละดาวก็ได้

เช่นในดวงตัวอย่างนี้ ดาวอาทิตย์เป็นอุจจ์ สูงส่งและเข้มแข็งมาก ก็ดูอีกว่าดาวอาทิตย์ทำหน้าที่อะไรในดวงราศีจักร

ปรากฏว่าดาวอาทิตย์ทำหน้าที่ ลาภะ ซึ่งหมายถึงผลประโยชน์และลาภสักการต่างๆ เมื่อเป็นอุจจ์ก็หมายถึงว่า เจ้าชาตานี้จะมีลาภผลที่โอ่อ่าใหญ่โตยิ่ง

ดาวอาทิตย์สถิตอยู่ในภพ ปัตนิ ซึ่งแปลว่า การร่วม ความหมายก็คือ เขาจะได้รับความร่วมมือในการหาลาภผลเป็นอย่างดีนั่นเอง และเมื่อตามดาวอังคารซึ่งเป็นเจ้าเรือนราศีเมษที่ดาวอาทิตย์สถิตอยู่ ก็ได้ผลว่าดาวอังคารมาสถิตที่ราศีมิถุนภพ ศุภะ ก็เป็นการเพิ่มความหมายขึ้นมาอีกว่า ลาภผลที่ได้มานั้นจะสร้างความเจริญงอกงามให้กับเจ้าชาตาอย่างดียิ่ง

นี่เป็นการอ่านกันอย่างง่ายๆ อ่านอย่างกำปั้นทุบดิน และอ่านที่ดาวอาทิตย์ดวงเดียว

ทีนี้เราก็มาดูดาวอาทิตย์ในดวงนวางศ์ของเขาบ้าง ปรากฏว่าอาทิตย์ได้นวางศ์พุธที่ราศีมิถุน ได้มาตรฐานราชาโชค จัดว่าอาทิตย์ไม่เสียแน่นอน นอกจากไม่เสียแล้วยังจะหมายถึงความรุ่งเรืองของเจ้าชาตาด้วย เพราะอะไร?

เพราะอะไรล่ะ? …อยากรู้ใช่ไหมครับ ก็ต้องติดตามกันต่อฉบับหน้านะครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...