โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"บริษัททัวร์" เร่งรัฐบาลประกาศปิดธุรกิจเกี่ยวเนื่องท่องเที่ยวทั้งระบบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 เม.ย. 2563 เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. 2563 เวลา 06.49 น.
นางมิ่งขวัญ เมธเมาลี ประธานสมาคมท่องเที่ยวอาเซียน (ASEANTA : ASEAN Tourism Association)

บริษัททัวร์เร่งภาครัฐเยียวยาหลังร่อนจดหมายให้ผู้ประกอบการนำเที่ยวงดจัดรายการนำเที่ยวทั้งในประเทศ-ต่างประเทศระหว่างประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่งผลธุรกิจปิดตัวชั่วคราวกันระนาว แต่รัฐไม่มีมาตรการเยียวยาว พร้อมเสนอรัฐประกาศสั่งปิดธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวทั้งระบบเช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจโรงแรม สปา หรือออกมาตรการช่วยเหลือจ่ายเงินเดือน-ค่าจ้างพนักงานลูกจ้าง 62% ของเงินเดือนระยะเวลา 3 เดือน

นางสาวมิ่งขวัญ เมธเมาลี กรรมการผู้จัดการ IMAGE D’ASIE ผู้นำทัวร์อินบาวนด์ในตลาดยุโรปมากกว่า 20 ปี และในฐานะตัวแทนของกลุ่มผู้ประกอบการนำเที่ยวอินบาวนด์ (ขาเข้า) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตามที่สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีหนังสือลงวันที่ 27 มีนาคม 2563 ถึงนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวขอความร่วมมืองดจัดรายการนำเที่ยวใน ระหว่างประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้บริษัทนำเที่ยวจำเป็นต้องปิดกิจการชั่วคราวโดยปริยาย แต่บริษัทนำเที่ยวกลับไม่ได้รับการดูแลเยียวยา

ที่สำคัญพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากประกาศดังกล่าวก็ไม่สามารถเข้าเกณฑ์ขอรับเงินชดเชยจากสำนักประกันสังคมได้ ขณะที่ผู้ประกอบการทั้งหมดต้องแบกรับภาระต้นทุนค่าจ้างพนักงานไว้ตามนโยบายของรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้พนักงานถูกเลิกจ้างงาน

นางสาวมิ่งขวัญกล่าวว่า บริษัทนำเที่ยวเป็นหนึ่งในห่วงโซ่ธุรกิจของการท่องเที่ยวที่สำคัญ ที่เชื่อมโยงไปยังผู้ประกอบการรายย่อยอีกจานวนมากที่นอกเหนือจากธุรกิจโรงแรม, มัคคุเทศก์ หรือ สปา เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปยังธุรกิจรายย่อยอีกจำนวนมากนับหมื่นๆรายทั่วประเทศ อาทิเช่น ผู้ประกอบการทัวร์ในพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ, ธุรกิจรถเช่า, ธุรกิจเรือเช่า, ร้านจำหน่ายของที่ระลึก , สถานนันทนาการ และผู้รับจ้างรายย่อยๆ อีกมาก เช่น คนถ่ายรูป, คนให้เช่าชุดแต่งกาย, คนขายเสื้อยืด เป็นต้น ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยตรง และยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือกับธุรกิจเหล่านี้ การที่ผู้ประกอบการยังคงจัดรายการนำเที่ยวนั้นเป็นความพยายามเพื่อ การอยู่รอดของตนเอง เพราะยังมีพนักงานลูกจ้างที่อยู่ในความรับผิดชอบ หากจะปิดกิจการชั่วคราวก็จะต้องรับผิดชอบจ่ายเงินเดือน 75% ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้เพราะไม่มีรายได้เพียงพอเนื่องจากขาดรายได้จากสถานการณ์

ดังนั้น เพื่อความอยู่รอดบริษัทนำเที่ยวจึงได้จัดรายการนำเที่ยว แต่ทางราชการขอความร่วมมืองดจัดรายการนำเที่ยว โดยไม่ช่วยเหลือรับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดให้กับธุรกิจเหล่านี้ นับว่าไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง ด้วยปัจจุบันบริษัทนำเที่ยวและกลุ่มธุรกิจห่วงโซ่ทางการท่องเที่ยวยังไม่ได้รับมาตรการช่วยเหลือแต่อย่างใด ซึ่งเป็นธุรกิจรายย่อยมากๆ จึงอาจทำให้รัฐบาลมองข้ามไป

อย่างไรก็ตาม เป็นที่เข้าใจเป็นอย่างดีว่าในสถานะการณ์โรคระบาดของไวรัส Covid-19 การจัดรายการนำเที่ยวจะทำให้เกิดการรวมตัวของคน และมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอาจจะเป็นอุปสรรคในการป้องกันการแพร่เชื้อ Covid-19 ได้ ดังนั้นจากปัญหาของบริษัทนำเที่ยวและผู้ประกอบรายย่อยที่เป็นหว่งโซ่ของธุรกิจท่องเที่ยวทั้งหมดที่นอกเหนือจากธุรกิจโรงแรมและสปาได้รับความเดือดร้อนกับมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อ Covid-19

ดังนั้น จึงใคร่ขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณาช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจที่เป็นห่วงโซ่ของการท่องเที่ยวทั้งหมดที่ยังไม่ได้รับการพิจารณาช่วยเหลือ ดังนี้ 1. ขอให้รัฐบาลสั่งปิดธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวทั้งหมด นอกเหนือจากที่ได้ดำเนินไปแล้วกับกลุ่มธุรกิจโรงแรม, กลุ่มธุรกิจสปา เนื่องจากเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยง และเป็นธุรกิจรวมคนทำให้เกิดการเคลื่อนไหว ทำให้เกิดภาวะเสี่ยงในการแพร่เชื้อไวรัส Covid-19 ได้

และเมื่อรัฐบาลสั่งปิดพนักงานลูกจ้างของกลุ่มธุรกิจเหล่านี้จะสามารถได้รับเงินชดเชย 62% ของอัตราเงินเดือนที่ได้รับเป็นเวลา 3 เดือน หรือ 2. กรณีไม่สั่งปิดกิจการชั่วคราว ขอให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือจ่ายเงินเดือน และค่าจ้างของพนักงานลูกจ้าง 62% ของเงินเดือนระยะเวลา 3 เดือน หรือผู้รับจ้าง (ในกรณีที่บางรายเป็นผู้รับจ้างโดยตรงไม่มีพนักงานลูกจ้าง) ช่วยเหลือเดือนละ 9,000 บาทเป็นระยะเวลา 3 เดือน 3. ให้รัฐบาลสั่งให้บริษัทนำเที่ยว หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ต้องจ่ายภาษี และประกันสังคมเป็นเวลา 6 เดือน

และ 4. สำหรับตัวผู้ประกอบการเองในระหว่างที่ไม่มีรายได้ ให้ได้รับมาตรการช่วยเหลือ เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ตามมาตรการช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ของธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยวรายย่อยทั้งหมดโดยเร่งด่วน

“เรารับรู้มาตลอดว่าทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท., กระทรวงการท่องเที่ยวฯ รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมีความพยายามในการพิจารณาช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวอยู่ แต่ที่ระยะเวลาที่ผ่านมามันนานเหลือไปแล้ว ผู้ประกอบการได้ผลกระทบกันมาหลายเดือนแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ยังขาดความหวัง ในฐานะที่เป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ประกอบการบริษัททัวร์จึงอยากทราบว่าภาครัฐจะดำเนินการพิจารณาในประเด็นดังกล่าวนี้เมื่อไหร่” นางสาวมิ่งขวัญกล่าวปิดท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...