โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เจาะลึกพฤติกรรม "ชอบพูดแทรก" หนึ่งในอาการของโรคสมาธิสั้นในผู้ใหญ่

Khaosod

อัพเดต 29 ต.ค. 2563 เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2563 เวลา 10.01 น.

การพูดแทรกหรือการพูดขัดจังหวะคู่สนทนาเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ควรรอให้คนอื่นนั้นพูดให้จบก่อน แล้วจึงค่อยแสดงความคิดเห็น เพราะการพูดแทรกนั้นอาจทำให้คุณดูไร้มารยาท และยังทำให้วงสนทนาของคุณหมดความสนุกได้

แต่รู้หรือไม่ว่า…การพูดแทรกเป็นหนึ่งในอาการของโรคสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ โดยโรคดังกล่าวตรวจพบได้ถึง 4-5 เปอร์เซ็นต์ในวัยผู้ใหญ่ แล้วโรคสมาธิสั้นมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างไร ? ผู้ป่วยที่เป็นโรคสมาธิสั้นจะไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นาน จนถึงไม่สามารถวางแผนระบบระเบียบในชีวิตได้ เช่น ไม่สามารถรอคอยอะไรได้เป็นเวลานานๆ หรือ โมโหอารมณ์ร้อนได้กับเรื่องง่ายๆ

โรคสมาธิสั้นเกิดจากอะไร ? 
เกิดจากสารโดพามีนในสมองทำงานผิดปกติ ซึ่งโรคสมาธิสั้นเป็นโรคที่เกิดขึ้นในวัยเด็กและจะสืบต่อเนื่องไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ทั้งนี้โรคสมาธิสั้นในผู้ใหญ่สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

1. ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นที่มีอาการมาตั้งแต่เด็ก แต่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี เมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ อาการของโรคจะถือว่าค่อนข้างอยู่ในเกณฑ์ปกติ สามารถใช้ชีวิตได้ปกติตามวัยทว่าก็อาจจะมีอาการของโรคสมาธิสั้นหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง เช่น ขี้หงุดหงิด เครียดง่าย ขี้โมโห หรือมีเรื่องกับญาติพี่น้องและเพื่อนร่วมงานบ่อย ๆ ทำให้ต้องเปลี่ยนงานอยู่เรื่อย รวมทั้งอาจมีนิสัยชอบใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่เคสนี้มักจะสามารถควบคุมตนเองได้พอสมควร หรืออาจมีความคิดสร้างสรรค์และสติปัญญาดีด้วยในบางคน

2. ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นที่ไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องมาตั้งแต่เด็ก หรืออาจได้รับความกดดันจากผู้ใกล้ชิด ทำให้มีพัฒนาการที่ช้าลงเรื่อย ๆ จนกลายเป็นผู้มีอารมณ์ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน ต้องประคับประคองอาการผิดปกติเหล่านี้ด้วยยาเป็นประจำ แต่ก็ยังอยู่ในขอบข่ายที่ใช้ชีวิตในสังคมได้ เพียงแต่ควรต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

3. ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นที่ไม่รู้ตัวเองว่าเป็นโรค เคสนี้ในวัยเด็กจะดูปกติและฉลาดสมวัย ทำให้ไม่มีใครฉุกคิดว่าพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น ก้าวร้าว อันธพาล ชอบความรุนแรง และไม่คิดก่อนทำของผู้ป่วยเป็นอาการของโรค แต่เข้าใจไปว่าเป็นแค่เพียงลักษณะนิสัยปกติเท่านั้น จนในที่สุดก็ไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง และอาจเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีปัญหาชีวิต มีปัญหาการเข้าสังคม และไม่ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงาน

5 อาการที่พบบ่อยในวัยทำงานที่เป็นโรคสมาธิสั้น
1. เหม่อลอยเวลาทำงาน วอกแวก ฟังอะไรจับใจความไม่ค่อยได้
2.ขี้หลง ขี้ลืม และมีปัญหาในการจัดระเบียบตนเอง เช่น ห้องรก หาอะไรไม่เคยเจอ
3.ชอบพูกแทรกคู่สนทนาอยู่เสมอ หุนหันพลันแล่น
4.เบื่อง่าย มีความรู้สึกอึดอันเมื่อต้องประชุมนานๆ
5.มีปัญหาด้านอารมณ์ เครียด หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล นอนไม่หลับ

การรักษาที่ดีที่สุดคือการปรับพฤติกรรม ซึ่งต้องทำอยู่สม่ำเสมอเพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าสามารถควบคุมตนเองให้ทำสิ่งต่างๆให้สำเร็จ ลุล่วง เช่น การจดรายละเอียดของงานต่างๆ ด้วยการติดป้ายหรือโน๊ตเล็กๆเพื่อเตือนความจำอยู่เสมอ นอกจากนี้การเรียนรู้ทักษะการฝึกอารมณ์ให้มีความอดทนรอคอยให้ได้ระยะนานขึ้นเรื่อยๆ

เช่น เมื่อรู้ว่าตนเองกำลังหงุดหงิดให้เดินออกไปสงบสติอารมณ์สักพัก แทนที่จะแสดงอารมณ์ออกมาโต่งๆ ณ ตอนนั้น การฝึกสมองให้คิดในแง่บวกค่อยๆปรับวันละนิดโดยไม่รีบร้อน แต่ก็อย่าลืมการพักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ด้วย และถ้าเรามีวินัยและหมั่นฝึกควบคุมอารมณ์อยู่เสมอ แค่นี้ก็จะกลายเป็นคนมีสมาธิและไม่อารมณ์เสียกับอะไรง่ายๆแล้วหล่ะ

ขอขอบคุณที่มา rajanukul.go.thblog.ooca.co

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...