โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า นักลงทุนวิตกวัคซีนโควิด-19 ถูกระงับ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ต.ค. 2563 เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2563 เวลา 11.45 น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2563

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/10) ที่ระดับ 31.22/23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (12/10) ที่ระดับ 31.20/21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากมีรายงานข่าวว่าบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) ประกาศระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังพบผู้เข้าร่วมการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ

ทั้งนี้ความกังวลดังกล่าวอาจยังไม่ได้สร้างความกังวลให้นักลงทุนมากนัก หลังในวันนี้ธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ได้อนุมัติงบประมาณใหม่มูลค่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ในประเทศกำลังพัฒนา นอกจากนั้นดอลลาร์สหรัฐยังได้แรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ของสหรัฐ หลังมีรายงานว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ปฏิเสธข้อเสนอวงเงิน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ของทำเนียบขาว ด้วยเหตุผลว่าวงเงินดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการเยียวยาผลกระทบโควิด-19

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่เปิดเผยเมื่อคืนวันอังคาร (13/10) ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวสูขึ้น 0.2% ในเดือน ก.ย. ซึ่งแม้จะไม่ได้สูงไปกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้และเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่การปรับขึ้นดังกล่าวเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้มีการเปิดเผยคาดการณ์เศรษฐกิจโลกจะหดตัวลง 4.4% ในปีนี้ ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าว่าจะหดตัว 4.9%

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ค่าเงินบาทอ่อนค่าตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ค่าเงินบาทยังได้รับแรงกดดนจากปัจจัยภายในประเทศในเรื่องของการรวมตัวชุมนุมเพื่อต่อต้านรัฐบาล ซึ่งมีกำหนดการในวันนี้ (14/10)

อย่างไรก็ตาม ความกังวลในตลาดเพิ่มสูงขึ้นหลังจากการรวมตัวของผู้ชุมนุม เริ่มเกิดปัญหาและมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งหากการชุมนุมยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในประเทศได้ ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลัง ได้ออกมากล่าวถึงการชุมนุมที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า กระทรวงการคลังยังต้องเดินหน้าดูแลเรื่องศักยภาพและความมั่นคงในภาพรวมเศรษฐกิจต่อไปและยืนยันการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2564 ยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้

และหลังจากนี้ต้องติดตามสถานการณ์ทุกเดือน ทุกไตรมาส ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้มีการเปิดเผยคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะหดตัวลง 7.1% ในปีนี้ ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าว่าจะหดตัว 7.7% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.15-31.27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.17/18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/10) ที่ระดับ 1.1746/47 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (12/10) ที่ระดับ 1.1804/05 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร เมื่อคืนนี้ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป ได้เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีลดลงสู่ระดับ 56.1 ในเดือน ต.ค. จากระดับ 77.4 ในเดือน ก.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 73.0

นอกจากนี้ค่าเงินยูโรยังถูกกดดัน ในส่วนของประเด็น Brexit หลังได้มีการชี้แจงมติของผู้นำประเทศกลุ่ม EU ว่า การเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับอังกฤษยังมีความคืบหน้าไม่มากพอ และกล่าวถึงการเตรียมหาแผนรับมือกรณีอังกฤษแยกตัวออกจาก EU โดยไม่มีการทำข้อตกลง (no deal Brexit) หากไม่สามารถเจรจากันได้ก่อนสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1720-1.1754 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1729/30 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/10) ที่ระดับ 105.44/45 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (12/10) ที่ระดับ 105.53/54 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนยังคงแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบในกรอบ 105.00-106.00 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้มีการเปิดเผยยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานซึ่งไม่รวมเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมต่อเรือและสาธารณูปโภค ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 7.525 แสนล้านเยน หรือประมาณ 7.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ในเดือนสิงหาคมเมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคมที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 6.3% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 105.31-105.53 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 105.42/43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ย. ของสหรัฐ (14/10), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ (15/10), ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือน ก.ย. (15/10), ดัชนีการผลิตเดือน ต.ค. จากเฟดฟิลาเดลเฟีย (15/10), ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ย. ของสหรัฐ (16/10), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ (16/10), ยอดค้าปลีกสหรัฐ (16/10)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +0.35/+0.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศ อยู่ที่ +2.8/+4.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...