โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'แสนสิริ' มอง ‘ภูเก็ต’ ขุมทรัพย์อสังหาฯแห่งใหม่ ตั้งสำนักงานใหญ่ต่อจากกรุงเทพฯ เจาะตลาดระยะยาว

The Better

อัพเดต 29 พ.ย. 2567 เวลา 16.57 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2567 เวลา 11.13 น. • THE BETTER
แสนสิริ ปักหมุด ‘ภูเก็ต’ ตั้งสำนักงานแห่ง2 ฐานที่มั่นตลาดอสังหาฯจริงจังรองจากกรุงเทพฯ รับแผน 5 ปี ลงทุน 2.5 หมื่นล.บาท 27 โปรเจกต์ มาครบทุกรูปแบบ ตั้งรับศักยภาพจังหวัดสู่ ‘โกลบอล ซิติเซ่น’

อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เปิดเผยว่าบริษัทฯ วางให้จังหวัดภูเก็ต เป็นเมืองยุทธศาสตร์ตลาดอสังหาริมทรัพย์สำคัญรองจากกรุงเทพฯ โดยตั้งสำนักงาน (Head Office) แห่งที่ 2 อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา เพื่อรองรับแผนการพัฒนาโครงการอสังหาฯ ทุกรูปแบบทั้งโครงการแนวราบ, คอนโดมีเนียม รวมถึงแบรนเด็ด เรสสิเดนซ์ ในอนาคต

โดย บริษัทฯ เตรียมงบลงทุนเบื้องต้นราว 2.5 หมื่นล้านบาท พัฒนาอีก 27 โครงการฯใหม่ในอีก 5 ปีข้างหน้า (2568-2572) คาดแบ่งออกเป็น คอนโดมีเนียม ราว 2-3 โครงการ ต่อปี และแนวราบราว 4-5 โครงการ วางระดับราคาอยู่ที่ 8-9 ล้านบาทต่อยูนิต รวมถึงโครงการพูล วิลล่า ระดับราคา 40-50 ล้านบาทต่อยูนิต เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะใช้ที่ดินที่มีอยู่ในมือ และจัดซื้อเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อรองรับแผนธุรกิจดังกล่าว ด้วยมองเห็นโอกาสการเติบโตของอสังหาฯ ภูเก็ต อย่างต่อเนื่อง ที่ปัจจุบันมีมูลค่าขนาดเศรษฐกิจราว 5 แสนล้านบาท และจะมีอัตราการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่องนับจากนี้ ในฐานะเมืองใหญ่ด้านจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก (Top Global Destination)

“ภูเก็ต ฟื้นตัวกลับมาได้ในเกือบทันทีหลังผ่านพ้นการระบาดโควิด-19 โดยหนึ่งในปัจจัยหลักมาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ผลักดันให้ชาวรัสเซียเดินทางเข้ามาเพื่อท่องเที่ยวและอยู่อาศัยในภูเก็ตมากขึ้น รองลงมาเป็น อินเดีย และ กลุ่มตะวันออกกลาง จาก 20 ปีก่อน ตลาดท่องเที่ยวหลักมาจากกลุ่มสแกนดิเนเวียน สิงคโปร์ และ จีนในช่วงก่อนโควิด” อุทัย กล่าว

พร้อมเสริมอีกว่า “ภูเก็ตถือเป็นเมืองใหญ่ระดับโลก ซึ่งจากฐานข้อมูลทะเบียนบ้านมีประชากรในระบบกว่าสี่แสนคนและหากไม่นับที่ลงทะเบียนจะมีมากถึง 1.5 ล้านคน และจากข้อมูลการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุเป้าหมายในปี 2567 คาดจะมีนักเดินทางเข้ามายังจังหวัดราว 18 ล้านคน”

จากแนวโน้มดังกล่าว ยังสอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก ที่จะเกิดขึ้นทั้งจากภาครัฐและเอกชน ใน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ดังนี้

  • ท่าอากาศยานแห่งที่สองของภูเก็ต สนามบินอันดามัน
  • โครงการอสังหาริมทรัพย์
  • โรงเรียนนานาชาติ
  • โรงพยาบาล
  • ท่าจอดเรือ มาตรฐานสากลระดับโลก

เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้พัฒนา ‘The Society’ พื้นที่รวมตัว (Social Space) แห่งแรกของแสนสิริในภูเก็ต บนทำเลใจกลางย่านเชิงทะเล-บางเทา พัฒนาและออกแบบภายใต้แนวคิด CONNECT + INSPIRE แหล่งรวมวัฒนธรรมนานาชาติ ที่จะสร้างสีสันของเกาะภูเก็ต เพื่อผลักดันให้แสนสิริไปสู่ Global Lifestyle Brand แบรนด์ระดับสากล และให้ชาวต่างชาติได้รู้จักไปพร้อมกับการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับชุมชนไปพร้อมกัน

โดย The Society ออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอก (Architecture & Landscape design) โดยทีมดีไซเนอร์ของ Edward Tuttle ถ่ายทอดการออกแบบในสไตล์ระดับเวิลด์คลาส ประกอบด้วย 2 อาคารเชื่อมต่อ พร้อมสวนขนาดใหญ่ รองรับการจัดกิจกรรม (อีเวนต์) ต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ให้บริการตั้งแต่กลางวันถึงยามค่ำคืน (Day-to-Night Eatery) พร้อมด้วยบริการเครื่องดื่มร้านกาแฟ สเปเชียลตี BEANS Coffee Roaster และ VAMOSS panish Tapas Bar ร้านอาหารสเปน

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ทำงาน Co-sharing space ห้องประชุมส่วนตัว และ podcast room รวมถึงพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ และยังเป็นพื้นที่จัดแสดงห้องตัวอย่างและ Sales Gallery รองรับลูกค้าแบบไพรเวท กับ 2 โครงการใหม่ล่าสุด ได้แก่

  • CANVAS Cherngtalay (แคนวาส เชิงทะเล) คอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ สไตล์รีสอร์ท เฉพาะภูเก็ต มูลค่าโครงการรวม 1,800 ล้านบาท รองรับความต้องการอยู่อาศัยในฐานะบ้านหลังที่ 2 ด้วยไฮไลท์ห้อง Penthouse พร้อม Private Rooftop
  • THE TALES ลักซูรี่ พูลวิลล่า ใน Sansiri Pool Villa Collection in Phuket กับ THE TALES STORY ONE – BANGJO (เดอะ เทลส์ สตอรี่ วัน - บางโจ) มูลค่าโครงการรวม 500 ล้านบาท

สำหรับกลุ่มเป้าหมายสำคัญในตลาดอสังหาฯ ภูเก็ตของบริษัทฯ ในพอร์ตชาวต่างชาติสัดส่วน 49% ในการถือครองอสังหาฯ ตามกฎหมาย จะเป็น รัสเซีย 65% และ จีน 20% ที่เหลือเป็นกลุ่มประเทศอื่นๆ ส่วนตลาดในกรุงเทพฯ ของแสนสิริ มาจากกลุ่มลูกค้าชาวจีน ราว 50%

อสังหาฯ ภูเก็ตท้าทาย-สู้ด้วยบริการหลังการขาย

อุทัย กล่าวว่า “แสนสิริ ได้เข้ามาในตลาดอสังหาฯภูเก็ต ร่วม 13 ปี พัฒนาโครงการไปแล้วกว่า 8,300 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมกว่า 26,950 ล้านบาท ซึ่งจากนี้ไปการทำธุรกิจในภูเก็ตจะสปีดยิ่งขึ้นผ่านแนวทางธุรกิจดังกล่าวที่เตรียมไว้เพื่อรองรับกำลังซื้อที่มาจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของภูเก็ตในอนาคตนับจากนี้ไปอีก10 ปี 20 ปีและอาจไปถึง 100 ปีหน้าก็เป็นไปได้ในฐานะองค์กรธุรกิจอยู่คู่กับชุมชน” พร้อมเสริมว่า

แม้วในภาพรวมธุรกิจอสังหาฯ จังหวัดภูเก็ตในปัจจุบันจะมีความท้าทายอย่างมากจากจำนวนผู้เล่นในตลาดทั้งในท้องถิ่นและจากส่วนกลางที่เข้ามาพัฒนาโครงการฯอย่างต่อเนื่อง ทำให้อสังหาฯมีการขยายตัวและเข้าไปอยู่ในเมือง (In-Land)มากขึ้น จากในอดีตโครงการส่วนใหญ่จะมีทำเลอยู่ใกล้กับชายหาด (Beach Front) ซึ่งในปัจจุบันทำเลลักษณะดังกล่าวหายากแล้ว

“ราคาที่ดินอย่างกระทู้ ป่าตอง ยังได้ปรับสูงขึ้นมากหรือทำเลโดยรอบศูนย์การค้าเซ็นทรัลภูเก็ต ปัจจุบันเฉลี่ยตารางวาละ 8 แสนบาท เพิ่มขึ้นกว่า 30-40% อย่างในบางพื้นที่มีราคาที่ดินสูงถึงไร่ละ1 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากกฎหมายผังเมืองที่เข้ามาควบคุม เพื่อลดความหนาแน่นของเมืองที่โตอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา” อุทัย กล่าวพร้อมเสริมว่า

จากปัจจัยข้างต้น ยังพบว่าในปัจจุบันมีนักเดินทางและท่องเที่ยวเข้าราว 10 ล้านคนต่อปี ด้วยบริการมากกว่า 330 เที่ยวบิน เป็นนักท่องเที่ยวต่าวชาติราว 30,000 คนต่อวัน ที่เดินทางมายังจังหวัดภูเก็ตในช่วงที่ผ่านมา

อุทัย ทิ้งทายว่า จากภาพรวมดังกล่าว บริษัทจะนำจุดแข็งการบริการหลังการขาย ซึ่งร่วมกับพันธมิตรธุรกิจในเครือ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้บริการอสังหาฯครบวงจร และบริหารนิติบุคคล มาร่วมใช้วางแผนการทำตลาดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

โดยแผนทั้งหมดรวมถึงการเปิดตัว ‘The Society’ ดังกล่าว จะยังสอดคล้องกับการสื่อสารภาพลักษณ์สู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกของแสนสิริ ไปพร้อมกับสถานะ 'ภูเก็ต' ที่จะก้าวสู่การเป็นเมืองของประชากรโลก (Global Citizen) ที่จะเชื่อมต่อเศรษฐกิจในอีก 2 จังหวัดใกล้เคียง คือ พังงา และ กระบี่ ในอนาคตด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...