รัฐบาลยกระดับความปลอดภัย โมบายล์แบงก์กิ้ง ชื่อผู้ใช้ต้องตรงกับเบอร์มือถือ เริ่ม 1 ก.พ. นี้
รัฐบาลยกระดับความปลอดภัยการใช้งาน โมบายล์แบงก์กิ้ง ป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ สั่งชื่อผู้ใช้แอปฯ ต้องตรงกับเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ผูกกับบัญชี หากไม่ดำเนินการตามกำหนด อาจถูกระงับการใช้งาน
31 มกราคม 2568 - นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามได้มอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมกันยกระดับความปลอดภัย โดยให้ชื่อผู้ใช้งานโมบายล์แบงก์กิ้งต้องตรงกับเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนไว้
มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อปราบปรามบัญชีม้า ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในการก่ออาชญากรรมออนไลน์ โดยจะมีการแจ้งเตือนผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นโมบายล์แบงก์กิ้งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 เท่านั้น ไม่มีการแจ้งเตือนทางช่องทางอื่น ไม่ว่าจะเป็นข้อความ SMS หรือจาก Link ใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ที่ได้รับแจ้งเตือนต้องดำเนินการอัปเดตข้อมูลให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เมษายนนี้ หากไม่ดำเนินการ อาจถูกพิจารณาปิดการใช้งานโมบายล์แบงก์กิ้ง
สำหรับผู้ที่ชื่อไม่ตรงกับเบอร์โทรศัพท์มือถือ จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
- กลุ่มที่ข้อมูลไม่สมบูรณ์ หรือกลุ่ม P : ให้ติดต่อศูนย์บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เพื่ออัปเดตข้อมูลเจ้าของซิมการ์ดให้ถูกต้อง หรือเปลี่ยนซิมการ์ดใหม่ให้ชื่อตรงกับข้อมูลในโมบายล์แบงก์กิ้ง
- กลุ่มลูกค้าต่างชาติหรือกลุ่ม N : ให้เปลี่ยนชื่อเจ้าของซิมการ์ดให้ตรงกับบัญชี หรือเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือ และแจ้งให้ธนาคารทราบโดยตรง
ทั้งนี้ ลูกค้าที่มีข้อจำกัดไม่สามารถเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือได้ สามารถยื่นเอกสารขอยกเว้นต่อธนาคารโดยตรงเท่านั้น โดยประกอบด้วย 3 กรณี ได้แก่ ชื่อเบอร์โทรศัพท์มือถือเป็นบุคคลในครอบครัว เบอร์โทรศัพท์เป็นของนิติบุคคล หรือเป็นผู้ไร้ความสามารถ,บุคคลเสมือนผู้ไร้ความสามารถ และผู้พิการที่มีผู้ดูแล
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า มาตรการนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสะดวกสบายของประชาชน แต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ
โดยตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2565-ปัจจุบัน พบว่า มีบัญชีโมบายล์แบงก์กิ้งประมาณ 120 ล้านบัญชี แต่มีชื่อไม่ตรงกับเบอร์โทรศัพท์มือถือ 30 ล้านบัญชี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์อีก 13 ล้านบัญชี และข้อมูลที่ยังตรวจสอบไม่ได้อีกประมาณ 2.6 ล้านบัญชี ซึ่งอาจเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่ผู้ต้องสงสัยเปิดไว้เพื่อผูกกับบัญชีโมบายล์แบงก์กิ้งโดยไม่ใช้งานซิมการ์ด หรืออาจเป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่เปิดบัญชีไว้เพื่ออาจใช้ขายเป็นบัญชีม้าอีก 8 แสนบัญชี
รัฐบาลจึงขอความร่วมมือประชาชนในการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว เพื่อร่วมกันป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ให้หมดไป โดยทุกมาตรการทั้งหมดที่ทางรัฐบาลรวมถึงทุกความร่วมมือที่จับมือกับภาคเอกชนหรือธนาคาร หวังว่ามาตรการนี้จะเป็นหนึ่งในส่วนช่วยให้ปัญหานี้หายไปจากสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม
“ต่อไปนี้เรื่องอาชญากรรมทางไซเบอร์ ไม่ใช่ปัญหาของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งแล้ว แต่ต้องยกระดับให้เป็นมาตรการ