เปิดปม ชายคลั่ง ถือจอบบุกรร. ชี้ขาดยาจิตเวช ล่าสุดนำตัวไปรักษาแล้ว
เปิดปมเหตุ ชายคลั่ง ถือจอบบุกรร. ทำเด็ก ๆ วิ่งหนีกันอุตลุต ผู้ใหญ่บ้าน ชี้ ขาดยาจิตเวช เลยอาการกำเริบ ล่าสุดส่งตัวไปรักษาแล้ว
จากกรณีเพจเฟซบุ๊ค ได้โพสคลิป เจ๊ม้อย v+ ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า “อย่าปิดข่าวนะคะ คนคลั่งวิ่งถือจอบเข้าไปในโรงเรียน ขณะซ้อมดุริยางค์ เด็กๆวิ่งหนีกันอุตลุต โรงเรียนควรมีมาตรการมากกว่านี้ค่ะ คลิปในมือสั่น” โดยชายคนดังกล่าวได้ ถืออาวุธขวานเข้ามาในโรงเรียนแล้วเดินวนไปวนมาอยู่หน้าอาคาร มีท่าทางโวยวาย กล้องวงจรปิดในโรงเรียนจับภาพได้ว่าเด็กนักเรียนได้แบกกลองพากันวิ่งหนี นั้น
- ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ระทึก ชายคลั่ง ถือจอบบุกรร. ทำเด็กนร.วิ่งหนีตาย แต่ถูกสั่งลบคลิป ปิดข่าว!?
ล่าสุดวันที่ 19 ธ.ค.67 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.9 ต.วังท้าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พบว่าที่โรงเรียนในวันนี้ได้มีการหยุดเรียนเนื่องจากครูได้พาเด็ก ๆ ไปงานวิชาการ พบเพียงครู 1 ท่าน ได้เข้าเวรอยู่ที่โรงเรียน ทางเจ้าหน้าที่ สพป.ปราจีนบุรี เขต 2 ได้เดินทางมาที่โรงเรียน พร้อมผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย เข้ามาพูดคุยสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมพูดคุยในเรื่องของการหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ครูได้พาผู้สื่อข่าวเดินดูบริเวณที่เกิดเหตุและพาไปดูอาคารเรียน พบว่าบริเวณบันไดชั้น 2 ของอาคารเรียนนั้นมีประตูหล็กปิดไว้อย่างแน่นหนา เมื่อเกิดเหตุการณ์ผู้ก่อเหตุไม่สามารถขึ้นไปที่ชั้น 2 ได้
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในโรงเรียนพบว่ามีเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งได้พากันวิ่งเข้ามาที่หน้าอาคารพร้อมทั้งแบกกลองเข้ามาด้วย แล้วได้พากันเข้าไปในห้อง หลังจากนั้นได้มีชาย 1 คน เดินถือขวานพาดบ่าเข้ามา แล้วเดินวนไปวนมาพร้อมกับมีท่าทางโวยวาย
จากการตรวจสอบ ทราบว่าผู้ก่อเหตุนั้นมีลูกชายวัย 7 ขวบ เรียนอยู่ที่นี่ ปกติแล้วก็ไม่มีอาการอะไร แต่ก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์เกลี้ยวกราดแบบนี้มาแล้วเมื่อหลายปีที่ผ่านมา และได้นำตัวเข้ารับการรักษาในด้านจิตเวช จากการตรวจสอบเพิ่มเติมบ้านของนายสงครามชัย ผู้ก่อเหตุ อยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณ 1 กิโลเมตร พบเป็นบ้าน 2 ชั้นปูนกึ่งไม้ โดยมีแม่อายุ 82 ปี นอนอยู่บริเวณใต้ถุนบ้านพร้อมกับลูกชายของนายสงครามชัยวัย 7 ขวบ ซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนดังกล่าวด้วย จากการสอบถามทางด้านแม่ของนายสงครามนั้น ไม่สามารถที่จะพูดโต้ตอบได้เนื่องจากทางด้านคุณยายมีอาการหูตึง
ทางด้าน นางสาวกานต์สุภัค เลิศการค้าสุข อายุ 57 ปี (ครูพละเสื้อสีส้ม) กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา 14.30 น. หลังจากที่ตนได้เห็นผู้ก่อเหตุถืออาวุธหวานเข้ามา โดยจำเหตุการณ์การซักซ้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ จึงไล่ให้นักเรียนเข้าห้องและปิดประตู จากนั้นตนก็ได้ไปตามผู้ใหญ่บ้าน แล้วชาวบ้านให้เข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อม จากนั้นตนก็ได้ดูเด็กอยู่ภายในโรงเรียน โดยไม่ให้เด็กและครูออกมาเผชิญหน้ากับผู้ก่อเหตุ ซึ่งในการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุนั้นนับว่าช่วยได้ดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเกิดเหตุก็รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไงสำหรับเด็กๆ ที่ได้ผ่านการซ้อมก็พากันกระตือรือร้นเข้าห้องเรียนกันหมด ตอนนั้นเด็กๆ กำลังซ้อมวงดุริยางค์กันอยู่บางส่วนเข้าโรงเรียนได้ก็เข้าบาคนเข้าไม่ได้ครูก็ให้เด็กออกนอกโรงเรียนไปหาชาวบ้าน
นายอนิวัฒ อายุ 15 มัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้ข้อมูลว่า ขนาดนั้นตนกำลังจะเก็บกลองหลังจากที่ซ้อมดนตรีวงโยธวาทิต ได้มีชายคนดังกล่าวเดินเข้ามาตะโกนโหวกเหวกโวยวายถามว่า เอ็งเด็กที่ไหนคนที่ไหน ตอนนั้นตนรู้สึกกลัวมาก กลัวว่าน้องๆที่ ซ้อมกีฬาอยู่จะได้รับอันตราย ทราบว่าชายคนดังกล่าวคุ้มคลั่งไม่รู้ว่าเมาอะไรจะมาทำร้ายครู ซึ่งพวกตอนเห็นจึงได้วิ่งพากันหนีตายเกรงว่าจะถูกทำร้าย
ส่วนทางด้านนายแต้ม สระทอง อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นผู้ก่อเหตุคนดังกล่าวได้เคยถือขวานด้ามนี้เข้ามาในโรงเรียน แต่มาส่งลูกแล้วเขาก็กลับออกไปไม่ได้เหมือนเมื่อวาน เมื่อวานดูจะรุ่นแรงน่ากลัวไปหน่อย ดูเหมือนเขาจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เบื้องต้นคิดว่าทางผู้ก่อเหตุน่าจะมีอาการขาดยาเนื่องจากมีประวัติผู้ป่วยจิตเวช เนื่องจากครอบครัวดังกล่าวมีปัญหา ครอบครัวแตกแยกโดยทางผู้ก่อเหตุได้อยู่กับลูกชายและแม่อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเครียด และเกิดอาการคุ้มคลั่งขึ้นมา
ส่วนในเรื่องของการยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดนั้นตนไม่แน่ใจ เบื้องต้นหลังจากที่ผู้ก่อเหตุได้ถือขวานเข้ามาโรงเรียน ตนและเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเกลี่ยกล่อม ซึ่งผู้ก่อเหตุเองก็ได้มีการเอะอะโวยวายอยู่สักพักหนึ่ง หลังจากนั้นได้สงบสติอารมณ์ลงได้ จึงได้แบกขวานและขับรถจักรยานยนต์ออกจากโรงเรียนไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตามไปจับกุมผู้ก่อเหตุที่บ้านโดยใช้เวลาเหลี้ยกล่อมหลายชั่วโมง เนื่องจากเขามีอาวุธมีด จอบ ขวาน ซึ่งเขาเตรียมการของเขาไว้เป็นอย่างดี ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีมาแล้วทางผู้ก่อเหตุคนนี้ได้ก็เคยเกลี้ยวกราดแบบนี้ ทางเจ้าหน้าที่ถึงได้นำตัวไปรักษา
เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับอันตราย ก่อนหน้านั้นไม่นานทางเจ้าหน้าที่ได้มีการซ้อมแผน ทำให้ครูและนักเรียนนำความรู้ที่ได้ซ้อมแผนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ส่วนผู้ก่อเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ. กบินทร์บุรี