โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปะการังเกิน 40% ทั่วโลก กำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ เพิ่มขึ้นเกิน 300 ชนิดใน 30 ปี

Environman

เผยแพร่ 19 พ.ย. 2567 เวลา 01.00 น.

ปะการังเกิน 40% กำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ภายใน 10 ปีหน้าตามรายงานใหม่ของ IUCN Red List ซึ่งได้รับผลกระทบจากโรคภัย มลพิษ การประมงที่ไม่ยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติหรือ IUCN ได้อัปเดตรายชื่อในบัญชีแดง (Red List) ล่าสุดในการประชุมสุดยอดด้านสภาพอากาศ COP29 ซึ่งเปิดเผยว่าปะการังกว่า 44% จากทั้งโลกกำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากการประเมินครั้งก่อนในปี 2008 ซึ่งมีตัวเลขอยู่ที่ 1 ใน 3 เท่านั้น

พร้อมกับชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ปะการังมีจำนวนลดลง โดยทำให้มหาสมุทรมีอุณหภูมิสูงขึ้นจนปะการังเกิดการฟอกขาว ซึ่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างแจ้งเตือนถึงการฟอกขาวครั้งใหญ่เป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้มีปะการังตายเป็นจำนวนมาก

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเช่น ดร. Grethel Aguilar ผู้อำนวยการใหญ่ของ IUCN ได้เรียกร้องให้มีการดำเนินงานที่เข้มแข็งมากกว่านี้ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพของโลก

“การประเมินปะการังระดับโลกครั้งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงผลกระทบอันรุนแรงของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก อีกทั้งยังตอกย้ำถึงความรุนแรงของผลที่จะตามมา” เธอกล่าว “ระบบนิเวศที่มีสุขภาพดีเช่นแนวปะการังนั้นมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาอาหาร การรักษาเสถียรภาพของแนวชาวฝั่ง และการกักเก็บคาร์บอน”

แนวโน้มในรายงานบัญชีแดงได้แสดงให้เห็นถึงความน่ากังวลอย่างยิ่ง ซึ่งในตอนแรกที่มีการประเมินเมื่อช่วงทศวรรษ 1990 นั้นระบุว่ามีปะการังเพียง 13 ชนิดเท่านั้นที่เข้าข่ายใกล้สูญพันธุ์ อย่างไรก็ตามการประเมินครั้งถัดมาในปี 2008 ตัวเลขดังกล่าวก็ได้เพิ่มขึ้นถึง 231 ชนิด และครั้งล่าสุดนี้ก็กลายเป็นมากกว่า 340 ชนิด หรือคิดเป็น 44% ของปะการังทั่วโลก

โดยปะการังที่มีความเสี่ยงสูงสุดอยู่ที่มหาสมุทรแอตแลนติกซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของปะการังน้ำตื้นทั้งหมด 85 สายพันธุ์ ทว่ากลับเจอภัยคุกคามหลายอย่างมากเกินไปเช่น มลพิษ ความเสื่อมโทรม การประมง และโรคในปะการังที่เกดิขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเหตุการณ์ในปี 2014 ที่โรคเนื้อเยื่อแข็งทำให้ปะการังติดเชื้อตายไปมากถึง 94%

อีกทั้งยังถูกซ้ำเติมโดยภาวะโลกร้อนที่นอกจากจะทำให้อุณหภูมิน้ำสูงขึ้นแล้ว ยังทำให้น้ำทะเลมีความเป็นกรดมากขึ้นซึ่งทำให้ปะการังเติบโตได้น้อยลง นอกจากนี้มหาสมุทรที่อุ่นขึ้นยังเชื่อมโยงกับพายุที่มากขึ้นและรุนแรงขึ้นด้วยเช่นกันซึ่งสามารถ ‘ทำร้าย’ ปะการังน้ำตื่นได้บ่อยครั้งมากขึ้น

“เราทราบมานานหลายทศวรรษแล้วว่า แนวปะการังอยู่แนวหน้าของวิกฤตด้านสภาพอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพของโลก ซึ่งผลลัพธ์ใหม่นี้ได้ยืนยันถึงสิ่งนี้อีกครั้ง” ดร. David Obura ประธานร่วมของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านปะการัง SSC ของ IUCN กล่าว

“หากไม่มีการตัดสินใจจากผู้ที่มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง เราจะเห็นแนวปะการังตายมากขึ้น และพวกมันจะค่อย ๆ หายไปในระดับที่มากขึ้นเรื่อย ๆ”

ขณะที่ ดร. Beth Polidoro ผู้เขียนร่วมของรายงานฉบับนี้ทิ้งท้ายว่า “เราจะเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรืออนกระจกอย่างจริงจังควบคู่ไปกับการดำเนินการเพื่อรับมือกับภัยคุกคามในพื้นที่ หากเรายังต้องการให้แนวปะการังมีโอกาสรอด”

“การดำเนินการในตอนนี้จะทำให้เราสามารถชะลอมหาสมุทรที่อุ่นขึ้นได้ และขยายโอกาสให้ปะการังปรับตัวและอยู่รอดได้ในระยะยาว”

ที่มา

https://iucn.org/…/over-40-coral-species-face…

https://oceanographicmagazine.com/…/over-40-of…/…'.

https://www.nhm.ac.uk/…/climate-change-threatens-nearly…

https://www.sciencealert.com/44-of-warm-water-coral-faces…

Photo: Great Barrier Reef Foundation

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...