ปะการังเกิน 40% ทั่วโลก กำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ เพิ่มขึ้นเกิน 300 ชนิดใน 30 ปี
ปะการังเกิน 40% กำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ภายใน 10 ปีหน้าตามรายงานใหม่ของ IUCN Red List ซึ่งได้รับผลกระทบจากโรคภัย มลพิษ การประมงที่ไม่ยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติหรือ IUCN ได้อัปเดตรายชื่อในบัญชีแดง (Red List) ล่าสุดในการประชุมสุดยอดด้านสภาพอากาศ COP29 ซึ่งเปิดเผยว่าปะการังกว่า 44% จากทั้งโลกกำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากการประเมินครั้งก่อนในปี 2008 ซึ่งมีตัวเลขอยู่ที่ 1 ใน 3 เท่านั้น
พร้อมกับชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ปะการังมีจำนวนลดลง โดยทำให้มหาสมุทรมีอุณหภูมิสูงขึ้นจนปะการังเกิดการฟอกขาว ซึ่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างแจ้งเตือนถึงการฟอกขาวครั้งใหญ่เป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้มีปะการังตายเป็นจำนวนมาก
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเช่น ดร. Grethel Aguilar ผู้อำนวยการใหญ่ของ IUCN ได้เรียกร้องให้มีการดำเนินงานที่เข้มแข็งมากกว่านี้ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพของโลก
“การประเมินปะการังระดับโลกครั้งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงผลกระทบอันรุนแรงของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก อีกทั้งยังตอกย้ำถึงความรุนแรงของผลที่จะตามมา” เธอกล่าว “ระบบนิเวศที่มีสุขภาพดีเช่นแนวปะการังนั้นมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาอาหาร การรักษาเสถียรภาพของแนวชาวฝั่ง และการกักเก็บคาร์บอน”
แนวโน้มในรายงานบัญชีแดงได้แสดงให้เห็นถึงความน่ากังวลอย่างยิ่ง ซึ่งในตอนแรกที่มีการประเมินเมื่อช่วงทศวรรษ 1990 นั้นระบุว่ามีปะการังเพียง 13 ชนิดเท่านั้นที่เข้าข่ายใกล้สูญพันธุ์ อย่างไรก็ตามการประเมินครั้งถัดมาในปี 2008 ตัวเลขดังกล่าวก็ได้เพิ่มขึ้นถึง 231 ชนิด และครั้งล่าสุดนี้ก็กลายเป็นมากกว่า 340 ชนิด หรือคิดเป็น 44% ของปะการังทั่วโลก
โดยปะการังที่มีความเสี่ยงสูงสุดอยู่ที่มหาสมุทรแอตแลนติกซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของปะการังน้ำตื้นทั้งหมด 85 สายพันธุ์ ทว่ากลับเจอภัยคุกคามหลายอย่างมากเกินไปเช่น มลพิษ ความเสื่อมโทรม การประมง และโรคในปะการังที่เกดิขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเหตุการณ์ในปี 2014 ที่โรคเนื้อเยื่อแข็งทำให้ปะการังติดเชื้อตายไปมากถึง 94%
อีกทั้งยังถูกซ้ำเติมโดยภาวะโลกร้อนที่นอกจากจะทำให้อุณหภูมิน้ำสูงขึ้นแล้ว ยังทำให้น้ำทะเลมีความเป็นกรดมากขึ้นซึ่งทำให้ปะการังเติบโตได้น้อยลง นอกจากนี้มหาสมุทรที่อุ่นขึ้นยังเชื่อมโยงกับพายุที่มากขึ้นและรุนแรงขึ้นด้วยเช่นกันซึ่งสามารถ ‘ทำร้าย’ ปะการังน้ำตื่นได้บ่อยครั้งมากขึ้น
“เราทราบมานานหลายทศวรรษแล้วว่า แนวปะการังอยู่แนวหน้าของวิกฤตด้านสภาพอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพของโลก ซึ่งผลลัพธ์ใหม่นี้ได้ยืนยันถึงสิ่งนี้อีกครั้ง” ดร. David Obura ประธานร่วมของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านปะการัง SSC ของ IUCN กล่าว
“หากไม่มีการตัดสินใจจากผู้ที่มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง เราจะเห็นแนวปะการังตายมากขึ้น และพวกมันจะค่อย ๆ หายไปในระดับที่มากขึ้นเรื่อย ๆ”
ขณะที่ ดร. Beth Polidoro ผู้เขียนร่วมของรายงานฉบับนี้ทิ้งท้ายว่า “เราจะเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรืออนกระจกอย่างจริงจังควบคู่ไปกับการดำเนินการเพื่อรับมือกับภัยคุกคามในพื้นที่ หากเรายังต้องการให้แนวปะการังมีโอกาสรอด”
“การดำเนินการในตอนนี้จะทำให้เราสามารถชะลอมหาสมุทรที่อุ่นขึ้นได้ และขยายโอกาสให้ปะการังปรับตัวและอยู่รอดได้ในระยะยาว”
ที่มา
https://iucn.org/…/over-40-coral-species-face…
https://oceanographicmagazine.com/…/over-40-of…/…'.
https://www.nhm.ac.uk/…/climate-change-threatens-nearly…
https://www.sciencealert.com/44-of-warm-water-coral-faces…
Photo: Great Barrier Reef Foundation