โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บีบหัวใจแม่! น้องผิง เสียชีวิต หลังนวดบิดคอ ร้านนวดยัน ไม่ได้นวดแบบนั้น

อีจัน

อัพเดต 09 ธ.ค. 2567 เวลา 13.36 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2567 เวลา 06.22 น. • อีจัน

ตามความจริง “น้องผิง” นักร้องสาว ป่วยหนักเสียชีวิต หลังไปนวดบิดคอ

จากเหตุการณ์เศร้า “น้องผิง ชญาดา” วัย 20 ปี นักร้องรถแห่ โอปอมิวสิค อุดรธานี ป่วยหนัก จนเสียชีวิต หลังไปนวดบิดคอ นอนทุกข์ทรมาน ป่วยติดเตียง 2 เดือน

เธอได้โพสต์ เล่าว่า เหตุเกิดวันที่ 5 ต.ค. 67 เสร็จจากงานร้องเพลง น้องผิงปวดแค่ไหล่เฉยๆ เลยไปนวดร้านแห่งหนึ่งที่ จ.อุดรธานี หลังจากนวดเสร็จอาการปกติไม่มีอะไร

ผ่านไป 2 สัปดาห์ เธอเริ่มรู้สึกปวดท้ายทอย นึกว่าเป็นอาการปวด จากการนวดปกติ เพราะมีนวดบิดคอ เธอเลยกินยาระงับอาการ ผ่านไป 1 สัปดาห์ เธอเริ่มมีอาการชาที่แขน จึงไปนวดกับหมอนวดคนเดิม ร้านเดิม เป็นครั้งที่ 2 รอบนี้นวดบิดคออีก

ผ่านไปอีก 2 สัปดาห์ เธอเริ่มปวดตึงมากๆ จนนอนหงาย นอนคว่ำไม่ได้ เธอยังไม่เอะใจอะไร นึกว่าเป็นผลข้างเคียงจากการนวดอีก เธอเลยตัดสินใจไปนวด เป็นครั้งที่ 3 ครั้งนี้ร้านเดิม แต่หมอนวดคนใหม่ คนนี้นวดแรงมาก มีล้วงใต้ราวนม จั๊กแร้ จนตัวเธอระบมช้ำเป็นอาทิตย์

หลังจากนั้นเธอกินยา เพื่อบรรเทาอาการมาตลอด เริ่มมีอาการไฟชอร์ตไปปลายนิ้วค่ะ คันมากจนอยากตัดมือทิ้ง ร้อนๆหนาวๆตลอดเวลา ก้มแล้วร้าวลงขา ซีกขวา เริ่มรามไปท้อง ราวนม อาการชาเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆค่ะ ผ่านไปอีก 2 อาทิตย์ แขนขวาอ่อนแรง เริ่มยกไม่ได้ค่ะ ร่างกายหนูใช้งานได้ ไม่ถึง 50% เธอเจ็บทรมานมาก อยากหาย อยากทำงานกลับไปร้องเพลง

ตั้งแต่วันนั้น เธอนอนป่วยติดเตียง ลุกไม่ได้ เดินไม่ได้ ซึ่งแฟนของน้องผิง ได้โพสต์อัปเดตอาการ ผ่านเฟซบุ๊ก “Phumnaraong wongkong” เล่าว่า

23 พ.ย. 67 : น้องผิงหายใจลำบาก ปอดไม่แข็งแรง ส่งตัวด่วนไป รพ.อุดร ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ

24 พ.ย. 67 : น้องผิงติดเชื้อในกระแสเลือด และโรคเก่ากำเริบ มีอาการช็อก

25 พ.ย. 67 : น้องผิงต้องเจาะคอ เนื่องจากถ้าใส่เครื่องช่วยหายใจเกิน 7 วัน อาจจะติดเชื้อ โอกาสรอดอาจจะน้อย

27 พ.ย. 67 : น้องผิงย้ายเข้าห้อง ICU เนื่องจากติดเชื้อ ความดันต่ำ มีอาการช็อก ต้องเจาะคอให้ยาฆ่าเชื้อทางคอ

1 ธ.ค. 67 : น้องผิงนอนสลบอยู่ ICU เข้าวันที่ 5 แล้ว มีอาการหัวใจเต้นช้า ความดันต่ำ และตรวจเจอ “สมองบวม”

8 ธ.ค. 67 เวลา 06.08 น. น้องผิงเสียชีวิตลง

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 67 ทีมทางอีจัน เดินทางไปที่บ้านของน้องผิง ในพื้นที่ ต.บ้านแดง อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี ญาติได้นำร่าง น้องผิง มาทำพิธีตั้งสวดอภิธรรมที่บ้าน

นางฉันธกาฬ พร้าวหอม อายุ 47 ปี แม่น้องผิง เล่าว่า เธอเป็นหมอนวดแผนโบราณ มีลูก 3 คน ชาย 2 คน หญิง 1 คน น้องผิงเป็นคนสุดท้อง ชอบร้องเพลงลูกทุ่งและหมอลำ จนได้เป็นนักร้องรถแห่และเรียนไปด้วย หลังเรียนจบ ม.6 น้องผิงก็ไปเป็นนักร้องประจำรถแห่เต็มตัว

เริ่มแรก เดือนตุลาคม 2567 ในช่วงเข้าพรรษาน้องผิง ไม่มีงานแสดง เลยกลับอุดรธานี มาขายปลาหมึกย่าง ซึ่งมีการยกโต๊ะ ยกเก้าอี้ ทำให้น้องผิงมีอาการปวดตึงคอบ่าไหล่ปกติ จากนั้นน้องผิงอยากให้แม่นวดให้ แต่เธอเพิ่งผ่าตัดมา จึงนวดไม่ได้ น้องผิงเลยไปนวดที่ร้านนวดแผนโบราณแถวบ้าน

หลังนวดกลับมา 2 วัน น้องผิง เล่าให้ฟังว่ามีอาการนอนหงายไม่ได้ เพราะปวดต้นคอ เลยกินยาแก้ปวดตลอด คิดว่าเกิดผลข้างเคียงจากการนวด จึงกลับไปนวดใหม่เป็นครั้งที่ 2 กับหมอนวดคนเดิม โดยมีการหักคอซ้ำเป็นครั้งที่ 2

หลังจากนั้น น้องผิงมีอาการปวดคอมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ไปซื้อยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อกินตลอด

จากนั้น น้องผิงมีอาการชาลงแขนซ้าย ช็อต มือสั่น ก็ยังคิดว่าเกิดจากเอฟเฟคเหมือนเดิม จึงไปนวดครั้งที่ 3 อีก เป็นห้องเดิม แต่หมอนวดคนใหม่

พอครั้งนี้กลับมาบ้าน น้องผิงมีอาการชาอ่อนแรง เริ่มจากแขนซ้าย ลำตัวซ้าย และขาซ้าย ซีกซ้ายจะให้การไม่ได้เลย หลังจากนั้นก็เริ่มชาซีกขวา ซึ่งมีอาการเหมือนกัน แล้วก็เดินไม่ได้นอนป่วยติดเตียงไปเลย

แม่น้องผิง เล่าอีกว่า พาน้องผิงไปตรวจ ที่โรงแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี พอเล่าอาการให้หมอฟัง หมอไม่เชื่อว่าอาการนี้เกิดจากการนวด พร้อมกับหัวเราะ พอเห็นมือน้องผิงสั่น ก็ถามว่าน้องผิงว่า “ติดยาไหม” หมอให้แต่ยาแก้ปวด ยาคลายเครียดมากิน

เมื่อโรงพยาบาลไม่เอกซเรย์คอให้ แม่จึงบอกให้น้องผิงรีบกลับบ้าน แต่น้องผิงติดงาน 4-5 วัน พอกลับมาบ้าน ก็พาไปน้องผิงไปอีกโรงพยาบาลหนึ่ง พอเล่าอาการให้หมอฟัง หมอก็เอกซเรย์ทันที หมอบอกว่ากระดูคอคดมีปัญหา จึงสั่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลหนองหาน

ผลตรวจเอกซเรย์ พบว่า กระดูกคอ ซี 1 ซี 2 ซี 3 เคลื่อน จึงฉีดยาแก้ปวด และให้กินยา และหมอนัดพบอีกครั้งในวันที่ 16 พ.ย. 67

แต่น้องผิงรอไม่ได้ เพราะมีอาการปวดมากขึ้น อ่อนแรงมากขึ้น จึงไปพบหมอก่อนนัดคือวันที่ 6 พ.ย. 67 เมื่อไปถึงหมอเห็นว่า น้องผิงอาการหนัก หมอจึงส่งตัวไปรักษาต่อที่ โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. 67 ซึ่งผลตรวจน้องผิงกระดูกคอเคลื่อน ไขสันหลังอักเสบ รักษาหมอเฉพาะทางหลายหมอ และเป็นเจ้าหญิงนิททรา อยู่ในห้องไอซียู ประมาณ 10 คืน

จนกระทั่ง คืนวันที่ 7 ธ.ค. 67 หมอเรียกเธอไปถามว่า “ถ้าหัวใจน้องผิงหยุดเต้น จะให้ปั๊มหัวใจหรือไม่” เธอก็ตอบว่าไม่ เพราะถ้าปั๊มหัวใจ น้องผิงก็อยู่กับแม่ไม่นาน เพราะทุกอย่างในร่างกายรวนไปหมดแล้ว ปอดเป็นฝ้าติดเชื้อชนิดดื้อยา เลือดมีเชื้อรา เชื้อขึ้นสมองบวม จนเช้าวันที่ 8 ธ.ค. 67 น้องผิงเสียชีวิต

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต หมอแจ้งว่า น้องผิงติดเชื้อมาก ร่างกายรับไม่ไหว ในวันที่ 19 ธ.ค. 67 หมอจะส่งเอกสาร ระบุสาเหตุการเสียชีวิตบองน้องผิง

ทางด้าน นายภูมิณรงค์ วงษ์กอง อายุ 22 ปี แฟนน้องผิง เล่าว่า ผมคบกับน้องผิงมา 3 ปี คิดจะหมั้นไว้ก่อน 5 หมื่นบาท และวางแผนแต่งงานกัน อยากบอกน้องผิงว่า ไม่ต้องห่วง ผมจะบวชให้น้องผิง

ส่วนเรื่องจะฟ้องเรียกร้องค่าเสียหาย ผมก็ยังไม่ได้คิด ทีแรกแม่จะไปแจ้งความ แต่ให้งานศพเสร็จก่อน เพราะยังติดใจการเสียชีวิต

ต่อมาทีมข่าวอีจัน เดินทางไปที่ ร้านนวดแผนโบราณ ที่น้องผิงไปนวด ก่อนเสียชีวิต อยู่ในพื้นที่ เขตเทศบาลนครอุดรธานี

เมื่อเดินทางไปถึง พบว่ามี สำนักงานสาธารณสุข จ.อุดรธานี พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจที่ร้าน มีใบขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการ ในสถานประกอบการเพื่อสุภาพ ประเภทนวดเพื่อสุขภาพ และพบหมอนวด 2 คน มีใบขึ้นทะเบียน ส่วนอีก 5 คน อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ หากไม่มีใบขึ้นทะเบียน จะผิดกฎหมาย เป็นหมอนวดเถื่อน

ทางด้าน ผู้จัดการร้านนวด เล่าว่า ร้านนวดเปิดมาตั้งแต่ปี 2548 หมอนวดแผนโบราณที่ร้าน มีจำนวนไม่แน่นอนแล้วแต่บางวัน หมอนวดส่วนมากมาทำชั่วคราว คนที่จะมานวด ทางร้านก็จะตรวจสอบว่ามีใบอนุญาต มีการขึ้นทะเบียนหรือไม่ ถามว่ารู้หรือไม่ว่า ใครเป็นนวดน้องที่เสียชีวิต เธอก็ไม่รู้ พอลูกเข้ามา เราก็จำไม่ได้ว่ามีลูกค้าคนไหน เข้ามาเมื่อไหร่

ยืนยันว่าที่นี่ ตามที่เรียนมา ไม่มีหักคอ ไม่มีดัดคอ เต็มที่ก็แค่ดัดเอว อย่างอื่นเราไม่มี การดัดคอมันอันตรายอยู่แล้ว มีเส้นประสาทที่สำคัญอยู่แล้ว เราก็ไม่รู้ว่ามันอันตรายแบบไหน เพราะก็ไม่ได้เรียนมา

หลังรู้ว่าน้องมานวดที่ร้าน เราก็พยายามเช็กว่าหมอนวดคนไหน ที่ดัดคอเป็นบ้าง ซึ่งคนที่นวดให้น้องผิง เป็นคนที่ 3 ยังอยู่ที่ร้าน

ทีมข่าวอีจัน ได้คุบกับ น.ส.คำแสน อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นคนนวดให้น้องผิง เป็นคนที่สุดท้าย เล่าว่า เธอไม่รู้ว่าใครเป็นคนนวดคนแรก เธอมีใบอนุญาตในการนวดอยู่แล้ว

แต่ที่ร้านมีนวดบิดคอ เป็นอยู่ 2 คน ลาออกไปแล้ว 1 คน ส่วนหมอนวดอีกคน เพิ่งเข้ามาทำงาน และน้องผิงไม่ใช่เป็นลูกค้าประจำ ทำให้เธเจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนนวดคนแรก

อีจจันขอแสดงความเสียใจ กับครอบครัวผู้เสียชีวิต นะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...