โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

OSP รูด 9% หวั่นกำไร Q4/67 ต่ำคาด เซ่นค่าใช้จ่ายพุ่ง-ส่วนแบ่งการตลาดลด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 28 ม.ค. 2568 เวลา 09.24 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 ม.ค.68) ราคาหุ้นบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ณ เวลา 16:02 น. อยู่ที่ระดับ 18.60 บาท ลบ 1.90 บาท หรือ 9.27% สูงสุดที่ระดับ 20.70 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 18.30 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 558.45 ล้านบาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ คาดการณ์แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/67 อาจต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ น่าจะลดจากช่วงไตรมาสก่อน และโตเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า ขณะที่ต้องติดตามผลตอบรับของกลยุทธ์กลับไปทำ 10 บาท เพื่อแย่ง share กลับมา

ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังเชิงมูลค่าไตรมาส 4/67 อยู่ที่ 45% ลดลงจาก 45.4% ในไตรมาส 3/67 จึงคาดการณ์รายได้เครื่องดื่มชูกำลังในประเทศอาจทรงตัวถึงปรับลงจากปีก่อนหน้า สวนกับมูลค่าตลาดรวมที่ยังโตได้ แต่คาดการณ์ว่าถูกหักล้างบางส่วนด้วยรายได้ต่างประเทศที่กลับมาฟื้นตัว

ส่วนแนวโน้มค่าใช้จ่ายไตรมาส 4/67 จะสูงขึ้นกดดันกำไร จากการทำการตลาด ค่าโฆษณา, FX loss จากธุรกิจที่พม่า และการตั้งด้อยค่าเงินลงทุนในยุโรปมีค่าใช้จ่ายอีกเล็กน้อยราว 50-60 ล้านบาท

ทั้งนี้ จบปี 67 มีส่วนแบ่งตลาด 45.8% ลดลงจาก 46.6% ในปี 67 ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าแย่งส่วนแบ่งตลาดกลับในปี 68 ให้ขยับเข้าใกล้ 50% อีกครั้ง โดยการทำแคมเปญฉลองครบรอบ 40 ปี ตั้งแต่เดือน ก.พ. เป็นต้นไป อาทิ การออก M-150 ฝาเหลือง ราคา 10 บาท ไซส์เดิม รสชาติเดิม บุกตลาด traditional trade รวมถึงจะมีการทำตลาดในสินค้าอื่นๆ ด้วย และจ้าง presenter คนใหม่

โดยฝ่ายวิจัยกังวลมากขึ้นต่อกลยุทธ์การกลับไปออกเครื่องดื่มชูกำลังในราคา 10 บาท เพราะอาจทำให้เกิด cannibalization กับสินค้าตัวเดิม ที่มีทั้ง M-yellow (ฝาทอง) 12 บาท และ M-blue (10 บาท) สุดท้ายแล้วหากไม่สามารถเร่ง volume ให้โตมากได้ อาจทำให้ภาพรวมรายได้เครื่องดื่มชูกำลังไม่เติบโต หรือเติบโตน้อยกว่าคาดก็เป็นได้ ทั้งนี้บริษัทมองมูลค่าตลาดเครื่องดื่มชูกำลังปี 68 เติบโต 2-3% จากปีก่อน ( ปี 67 โต 6% จากปีก่อน)

อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นทั้ง 2 ราย OSP และบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ต่างเดินหน้าใช้ราคา 10 บาท แย่งส่วนแบ่งตลาดในปี 68 ทำให้มองว่าการแข่งขันจะรุนแรงมากขึ้น เมื่อเทียบกับปี 67 และน่าจะได้เห็นแนวโน้มค่าใช้จ่ายสูงขึ้นกันทั้งคู่

ขณะที่ล่าสุด CBG อยู่ที่ระดับ 75 บาท ลบ 4 บาท หรือ 5.06% สูงสุดที่ระดับ 80.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 72 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 668.76 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...