โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนุทิน” เปิดทำเนียบ รับ “หวัง อี้” ถกความร่วมมือไทย-จีน ชื่นมื่น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันนี้ (24 เม.ย.69) นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ

การหารือครั้งนี้เป็นรูปแบบ Open Agenda หรือการพูดคุยที่ไม่กำหนดกรอบวาระล่วงหน้า โดยประเด็นที่คาดว่าจะอยู่ในวงหารือ ครอบคลุมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุน อาทิ การส่งเสริมการนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยเพิ่มเติม การขยายการลงทุนของภาคธุรกิจจีนในประเทศไทย การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี รวมถึงความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ (สแกมเมอร์)

โดยฝ่ายไทยมี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึง นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เข้าร่วมการหารือด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณรัฐบาลจีน และ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ให้การสนับสนุนประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า ภายหลังการเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ได้สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศอย่างชัดเจน โดยไทยหวังว่า จีนจะยังคงสนับสนุนการพัฒนาของไทยในทุกมิติ บนพื้นฐานความสัมพันธ์ “บ้านพี่เมืองน้อง” ที่ตั้งอยู่บนความไว้วางใจและความเคารพซึ่งกันและกัน

ด้าน นายหวัง อี้ กล่าวแสดงความยินดีที่ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีภายหลังเข้ารับตำแหน่ง พร้อมแสดงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของรัฐบาลไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ และเชื่อว่าความสัมพันธ์ไทย–จีนจะยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ถ่ายทอดความปรารถนาดีจากนายสี จิ้นผิง และครอบครัว ถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมย้ำว่าจีนเชื่อมั่นในเสถียรภาพของไทย และพร้อมเป็นหุ้นส่วนระยะยาวที่ไทยสามารถไว้วางใจได้

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. การยกระดับความสัมพันธ์ไทย–จีน เห็นพ้องผลักดันความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเตรียมจัดทำ “แผนปฏิบัติการร่วม” (Action Plan) ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของทั้งสองประเทศ เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ

2. การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง ฝ่ายจีนเชิญนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปค ซึ่งจีนจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤศจิกายน 2569 และเชิญเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ขณะที่ฝ่ายไทยเชิญ หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เยือนไทย โดยฝ่ายจีนตอบรับในหลักการ และอยู่ระหว่างการกำหนดช่วงเวลา

3. สถานการณ์ไทย–กัมพูชา ฝ่ายจีนเห็นว่าความสัมพันธ์มีแนวโน้มดีขึ้น และหวังว่าจะพัฒนาในทิศทางบวกในระยะต่อไป ขณะที่ไทยย้ำความสำคัญของการส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างกัน

4. ความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เห็นพ้องยกระดับความร่วมมือ โดยเฉพาะการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง และจะบรรจุเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของแผนปฏิบัติการร่วม

5. การขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงรูปธรรม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลในทางปฏิบัติมากขึ้น ผ่านกลไกความร่วมมือ การประชุม และกิจกรรมในระดับต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว ยี่ห้อ BYD ทะเบียน “สน 32 กทม.” พา นายหวัง อี้ ออกจากตึกไทยคู่ฟ้า ไปรับประทานอาหารกลางวัน ที่ภัตตาคารอาหารจีน ย่านสาทร สะท้อนบรรยากาศการหารือที่เป็นกันเองและมุ่งกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การต้อนรับคณะของนายหวัง อี้ ได้จัดอาหารว่าง เป็นเมนูทุเรียนและข้าวหลาม ซึ่งเป็นอาหารที่ฝ่ายจีนชื่นชอบ

ทั้งนี้ การเยือนของรัฐมนตรีต่างประเทศจีนครั้งนี้ มีนัยสำคัญต่อการต่อยอดความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและจีน ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...