โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CGSI ชี้กลุ่ม “ค้าปลีก” ซบเซา แนะลงทุน 2 หุ้นเด่น MRDIYT-MOSHI กำไรโตรับแผนขยายสาขา

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI เปิดเผยว่า ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในกลุ่มค้าปลีกของไทยมีทิศทางเร่งตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ฯ มองว่าตัวเลขดังกล่าว ยังไม่ใช่สัญญาณที่บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศอย่างแท้จริง เนื่องจากตัวเลขที่ปรับตัวดีขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากปัจจัยทางเทคนิค

ได้แก่ ฐานการเปรียบเทียบที่ต่ำลงของกลุ่มผู้ค้าปลีกสินค้าฟุ่มเฟือย รวมถึงพฤติกรรมการกักตุนสินค้าในบางกลุ่ม เช่น กลุ่มค้าส่งและวัสดุก่อสร้าง ซึ่งส่งผลให้ยอดขายในเดือนมีนาคมดูดีกว่าแนวโน้มความต้องการที่แท้จริง ดังนั้น การฟื้นตัวในเดือนมีนาคมจึงยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ฝ่ายวิเคราะห์ฯ เปลี่ยนมุมมองต่อกลุ่มค้าปลีกโดยรวม

ทั้งนี้ หากตัดปัจจัยทางเทคนิคที่ทำให้ข้อมูลเปลี่ยนแปลงออกไป จะพบว่าภาพรวมการบริโภคภายในประเทศยังคงซบเซา โดยพิจารณาจากบริษัทที่ไม่มีปัจจัยหนุนจากฐานที่ต่ำหรือการกักตุนสินค้าเข้ามาแทรกแซง เช่น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL และ บริษัท มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT ซึ่งเป็นบริษัทที่น่าจะสะท้อนภาพการบริโภคที่แท้จริงได้ดีที่สุด พบว่าทั้งสองบริษัทมีอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมเป็นบวกเพียงเล็กน้อยที่ระดับ 0-2% เท่านั้น จึงเป็นการตอกย้ำมุมมองของ CGSI ว่าไม่ควรตีความการที่ผู้ประกอบการรายอื่นมียอดขายสาขาเดิมเติบโตสูงขึ้นในเดือนมีนาคม ว่าเป็นสัญญาณการฟื้นตัวของการบริโภคโดยรวม

สำหรับกลุ่มค้าส่งและกลุ่มสินค้าตกแต่งซ่อมแซมบ้าน (Home Improvement) CGSI ประเมินว่าจะเป็นกลุ่มที่มีบรรยากาศเชิงบวก (Sentiment) ดีขึ้นมากที่สุดในระยะสั้น จากยอดขายสาขาเดิมที่ปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมีนาคม แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงสูงที่สุดจากการที่อุปสงค์ถูกดึงมาใช้ล่วงหน้า (Pulled-forward Demand) โดยหากยอดขายในเดือนมีนาคมเติบโตจากการกักตุนสินค้า ยอดขายสาขาเดิมอาจมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในไตรมาสที่ 2/2569 เมื่อแรงหนุนจากปัจจัยชั่วคราวค่อยๆ หายไป นอกจากนี้ ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจัยด้านราคาพลังงานที่แพงขึ้นและกำลังซื้อที่ลดลง ซึ่งยังคงกดดันยอดซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย ดังนั้น หากราคาหุ้นของผู้ประกอบการทั้งสองกลุ่มปรับตัวสูงขึ้นในระยะสั้น นักลงทุนควรพิจารณาอย่างระมัดระวัง เพราะราคาอาจเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจัยทางเทคนิคมากกว่าการปรับตัวขึ้นอย่างยั่งยืน

ด้านกลยุทธ์การลงทุน ภาพรวมยังคงแนะนำให้ใช้กลยุทธ์แบบ "Selective & Defensive" ด้วยการคัดเลือกหุ้นที่ปลอดภัยในกลุ่มค้าปลีก เนื่องจากยอดขายสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้นล่าสุดยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ปรับคำแนะนำของกลุ่มเป็นเชิงบวกมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีปัจจัยเสี่ยงขาลง (Downside Risk) จากอุปสงค์ที่ถูกดึงมาใช้ล่วงหน้า และแนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่อาจชะลอตัวในไตรมาสถัดไป จึงยังคงคำแนะนำให้น้ำหนักการลงทุนเท่ากับตลาด (Neutral) ในกลุ่มค้าปลีก

พร้อมกันนี้ ยังคงเลือก MRDIYT และ บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) เนื่องจากมองว่ากลยุทธ์การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัททั้งสองยังคงมีกำไรเติบโตได้มากกว่าความผันผวนของยอดขายสาขาเดิมในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม คำแนะนำดังกล่าวอาจมีปัจจัยเสี่ยงเชิงบวก (Upside Risk) หากอุปสงค์ของผู้บริโภคกลับมาฟื้นตัวอย่างแท้จริง และแรงกดดันด้านต้นทุนของภาคธุรกิจปรับตัวลดลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...