โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ลุยปุ๋ยน่าจะดีกว่าแลนด์บริดจ์

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 07 พ.ค. เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 00.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

มีความพยายามมานานหลายรัฐบาลแล้วว่า จะต้องหาเมกะโปรเจกต์ที่เป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มาจัดทำ แบบเดียวกับที่ประสบความสำเร็จในโครงการ “อีสเทิร์น ซีบอร์ด” สมัยป๋าเปรม

แลนด์บริดจ์แนวชุมพร-ระนอง ระยะทาง 90 กม.เพื่อเชื่อมชายฝั่งทะเลอ่าวไทยกับอันดามันเข้าด้วยกัน โดยไม่ต้องแล่นเรือผ่านช่องแคบมะละกา ก็คือความฝันนั้น

ตั้งแต่รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา, เศรษฐา ทวีสิน ยันอนุทิน ชาญวีรกูล มาสู่การตั้งคณะกรรมการศึกษาโดยมีดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลังเป็นประธาน ภายใต้กรอบเวลา 90 วัน

อันที่จริง แลนด์บริดจ์เชื่อม 2 ชายฝั่งทะเลภาคใต้ เคยได้รับการผลักดันจนเป็นผลสำเร็จมาแล้วในช่วงรัฐบาลชวน หลีกภัยที่ก่อสร้างเสร็จในปี 2542

ถือเป็นแลนด์บริดจ์เส้นแรกที่ใช้ชื่อว่า โครงการถนนเซาท์เทิร์น ซีบอร์ดช่วงกระบี่ (อ่าวลึก)-สุราษฎร์ธานี (กาญจนดิษฐ์) ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร

เป็นโครงการเหมือนกับแลนด์บริดจ์เด๊ะเลย คือมีถนน 4 ช่องจราจร เว้นช่องกลาง 150 เมตร สำหรับวางท่อส่งน้ำมัน-ก๊าซ และทางรถไฟ แต่ปัจจุบันมีแต่ถนน “สายเปลี่ยว” เหลือไว้ ไม่มีการวางรางรถไฟและท่อน้ำมันท่อก๊าซมาแต่ต้น

ใช้งบประมาณไป 3,500 ล้านบาท คณะกรรมการศึกษาฯ ชุดดร.เอกนิติ อาจจะไปสอบถามถึงความล้มเหลวของแลนด์บริดจ์เส้นนี้จากพรรคประชาธิปัตย์ทั้งยุคชวน หลีกภัย และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะดูได้

ศัตรูหรืออุปสรรคสำคัญของแลนด์บริดจ์หรือการเชื่อม 2 ฝั่งทะเลโดยทางบก คือ ดับเบิล แฮนด์ลิ่ง (Double Handling) ซึ่งความหมายก็คือการเคลื่อนย้ายสินค้าหรือสิ่งของซ้ำซ้อนมากครั้งกว่าที่ควรจะเป็น อันทำให้เสียเวลาและต้นทุนเพิ่มขึ้น

มันจะเคลื่อนย้าย 2 ครั้งหรือมากกว่า 2 ครั้งจะเป็นเท่าใด ก็ล้วนแต่เป็น “ดับเบิล แฮนด์ลิ่ง” ทั้งสิ้น ยกตัวอย่างกรณีตู้สินค้า จะต้องมีการขนขึ้น-ขนลงถึง 4 ครั้ง เริ่มจากยกตู้ขึ้นท่า-ยกตู้ขึ้นรถไฟ-ยกตู้ลงท่า-และยกตู้ลงเรือไปสู่ปลายทางต่าง ๆ

มันจะประหยัดเวลากว่าผ่านช่องแคบมะละกาได้ 2 วันจริงหรือ?

ยิ่งถ้าไม่มีกระบวนการที่เรียกว่า “จัสท์ อิน ไทม์” สอดรับกันทันทีทั้งจากท่าสู่รถไฟหรือท่อ และจากรถไฟหรือท่อไปลงเรือ มันก็ยิ่งจะช้าเข้าไปใหญ่

สรุปแล้ว การขนถ่ายที่ซ้ำซ้อนหรือ “ดับเบิล แฮนด์ลิ่ง” ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นมาก ไม่มีหลักประกันในเรื่องของเวลาจะทำได้เร็วกว่าการผ่านช่องแคบมะละกา และมีแนวโน้มสูงจะทำได้ช้ากว่าการผ่านช่องแคบฯ นอกจากนั้น ก็อาจจะเกิดความเสียหายระหว่างการขนถ่ายสินค้าอีกด้วย

เรื่องปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ พอรับฟังได้อยู่ หากมีการปิดช่องแคบมะละกาขึ้นมา แต่ก็ต้องดูฐานะการเงินการคลังของประเทศด้วยว่า คุ้มหรือไม่กับการทำโครงการเสี่ยง ที่ใช้เงินลงทุนตั้ง 1 ล้านล้านบาทเชียวนะ

เรื่องของการหาเมกะโปรเจกต์มาจัดทำ ผมเห็นโครงการลงทุน “เหมืองโปแตช” มูลค่า 3.1 หมื่นล้านบาทของบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิที่ใช้เวลาฝ่าฟันโครงการมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ยังคืบหน้าไปไม่ถึงไหน

ที่ดินก็ซื้อแล้วเป็น 5 พันไร่ เพื่อใช้พื้นที่บำบัดน้ำในโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ มิให้ส่งผลกระทบกับน้ำกินน้ำใช้ของเกษตรกรโดยรอบพื้นที่

ใบอนุญาตทั้ง EIA และ HIA รวมทั้งบัตรส่งเสริมการลงทุนก็ได้มาแล้ว แต่เนื่องจากรัฐบาลขาดความต่อเนื่อง จึงไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเท่าที่ควร ทั้งที่แร่โปแตชเป็น 1 ใน 3 ธาตุหลัก N-P-K ในการผลิตแม่ปุ๋ยโปแตช (K)

อันเป็นที่ต้องการของพี่น้องเกษตรกรไทย และสามารถตอบโจทย์ในเรื่องผลกระทบจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ได้ โดยรัฐบาลไม่ต้องจ่ายเงินสักแดงเดียว ขอเพียงแต่ให้การสนับสนุนทางนโยบายอย่างจริงจังเท่านั้น

โครงการปุ๋ยโปแตชน่าจะก่อคุณูปการรูปธรรมได้มากกว่าและเร็วกว่าโครงการแลนด์บริดจ์นะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...