11 เมษายน 2436 ในหลวง รัชกาลที่ 5 เปิดทางรถไฟครั้งแรก เปิดรถไฟสายแรกของสยามกรุงเทพฯ–สมุทรปราการ สะท้อนวิสัยทัศน์ผลักดันประเทศก้าวหน้า แสดงถึงการเริ่มยุคคมนาคมสมัยใหม่ในไทย
11 เมษายน พ.ศ. 2436 ‘ในหลวง ร.5’ เสด็จฯ เปิดทางเดินรถไฟสายแรกของสยาม เส้นทางกรุงเทพฯ–สมุทรปราการ ระยะทาง 21 กิโลเมตร
วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2436 นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการเดินรถ ทางรถไฟสายกรุงเทพฯ–สมุทรปราการ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “รถไฟสายปากน้ำ” ซึ่งถือเป็น ทางรถไฟสายแรกของสยาม ระยะทางราว 21 กิโลเมตร อันเป็นจุดเริ่มต้นของยุคคมนาคมสมัยใหม่ในประเทศไทยอย่างแท้จริง
ความสำคัญของเหตุการณ์นี้ไม่ได้อยู่แค่การเปิดเส้นทางเดินทางสายหนึ่งเท่านั้น แต่คือการประกาศให้เห็นว่า สยามได้ก้าวเข้าสู่ยุคของเทคโนโลยีการคมนาคมสมัยใหม่อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 รถไฟคือสัญลักษณ์ของความก้าวหน้า ความรวดเร็ว และการพัฒนาเศรษฐกิจของโลกสมัยใหม่ การที่สยามมีรถไฟใช้อย่างจริงจัง จึงสะท้อนพระราชวิสัยทัศน์ของรัชกาลที่ 5 ในการนำประเทศให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การค้า และการบริหารบ้านเมือง
ทางรถไฟสายปากน้ำมีจุดเริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร มุ่งลงสู่สมุทรปราการ ซึ่งในยุคนั้นเป็นเมืองปากน้ำที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเดินเรือ การค้า และการติดต่อกับต่างประเทศ เพราะเป็นประตูทะเลของสยาม การเชื่อมกรุงเทพฯ เข้ากับสมุทรปราการด้วยทางรถไฟ จึงเท่ากับเป็นการเชื่อม ศูนย์กลางอำนาจของราชอาณาจักร เข้ากับ เมืองหน้าด่านทางทะเล ให้ติดต่อถึงกันได้รวดเร็วขึ้น สะดวกขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าการอาศัยเรือหรือเกวียนเป็นหลักแบบเดิม
ในเชิงประวัติศาสตร์ รถไฟสายปากน้ำมีลักษณะพิเศษตรงที่เป็นกิจการภายใต้สัมปทานเอกชน ไม่ใช่รถไฟหลวงของรัฐโดยตรง แหล่งข้อมูลประวัติศาสตร์รถไฟไทยระบุว่า เส้นทางนี้เป็นผลงานของกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาร่วมดำเนินการในสยาม และกลายเป็นเส้นทางรถไฟที่เปิดใช้งานได้จริงก่อนรถไฟหลวงของรัฐหลายปี จึงมักถูกกล่าวถึงเสมอว่าเป็น “รถไฟสายแรกของสยาม” อย่างไรก็ตาม หากกล่าวในอีกความหมายหนึ่งว่า “รถไฟหลวงสายแรก” ของไทย หน่วยงานทางการของรัฐจะยกให้เป็นสาย กรุงเทพฯ–นครราชสีมา ซึ่งเปิดเดินรถบางส่วนในเวลาต่อมา และเป็นที่มาของ วันสถาปนากิจการรถไฟ 26 มีนาคม ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
นี่คือจุดที่คนจำนวนมากมักสับสน เพราะคำว่า “สายแรก” มีอยู่ 2 ระดับ ถ้าพูดถึง รถไฟสายแรกที่เปิดใช้ในสยาม ต้องยกให้สายกรุงเทพฯ–สมุทรปราการ หรือรถไฟสายปากน้ำในวันที่ 11 เมษายน 2436 แต่ถ้าพูดถึง รถไฟหลวงสายแรกของรัฐ ต้องยกให้สายกรุงเทพฯ–นครราชสีมา ซึ่งเป็นรากฐานของกิจการรถไฟหลวงไทยในเวลาต่อมา
รถไฟสายปากน้ำมีระยะทางประมาณ 21 กิโลเมตร และในสมัยนั้นถือว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวิถีชีวิตผู้คน เพราะช่วยย่นระยะเวลาเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ กับสมุทรปราการลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับการเดินทางแบบเดิมที่ต้องพึ่งพาเส้นทางน้ำหรือถนนที่ยังไม่สะดวกนัก เส้นทางรถไฟนี้จึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะเชิงเทคนิค แต่มีผลจริงต่อเศรษฐกิจ การค้าขาย และการเคลื่อนย้ายผู้คนในชีวิตประจำวัน
เมื่อมองในบริบทของรัชสมัยรัชกาลที่ 5 เหตุการณ์นี้ยิ่งมีความหมายมากขึ้น เพราะเป็นช่วงเวลาที่สยามกำลังเร่งปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการปรับระบบราชการ การศึกษา การทหาร การสื่อสาร และการคมนาคม เพื่อตอบรับความเปลี่ยนแปลงของโลก และเพื่อแสดงให้มหาอำนาจตะวันตกเห็นว่าสยามเป็นรัฐที่มีศักยภาพจะพัฒนาตัวเองได้ ไม่ใช่ดินแดนล้าหลังที่ควรถูกแทรกแซง การสร้างและเปิดใช้รถไฟจึงเป็นทั้งโครงการพัฒนาเศรษฐกิจ และเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองของความเป็นรัฐสมัยใหม่ในเวลาเดียวกัน
อีกมุมหนึ่ง รถไฟสายปากน้ำยังทำหน้าที่เป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า ระบบรางสามารถเกิดขึ้นและใช้งานได้จริงในสภาพสังคมไทย จากนั้นแนวคิดการขนส่งทางรางจึงค่อย ๆ ขยายตัวไปสู่โครงการขนาดใหญ่ของรัฐ โดยเฉพาะรถไฟหลวงสายกรุงเทพฯ–นครราชสีมา ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นแกนหลักของเครือข่ายรถไฟไทย การรถไฟแห่งประเทศไทยเองจึงถือวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 ซึ่งเป็นวันเปิดเดินรถบางส่วนของสายกรุงเทพฯ–อยุธยา เป็นวันสถาปนากิจการรถไฟ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของ “กิจการรถไฟหลวง” โดยตรง ขณะที่วันที่ 11 เมษายน 2436 ยังคงมีความสำคัญในฐานะวันเปิด ทางรถไฟสายแรกของสยาม
แม้รถไฟสายปากน้ำจะเป็นกิจการยุคบุกเบิกที่รุ่งเรืองมากในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป รูปแบบการคมนาคมของประเทศก็เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย ถนน รถยนต์ และระบบขนส่งแบบใหม่เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้รถไฟสายนี้ค่อย ๆ ลดความสำคัญลง กระนั้น ในความทรงจำทางประวัติศาสตร์ รถไฟสายปากน้ำยังคงเป็น “บทแรก” ของเรื่องเล่าระบบรางไทย และเป็นสัญลักษณ์ของก้าวแรกที่ทำให้ประเทศเริ่มเดินเข้าสู่ยุคใหม่อย่างชัดเจน
ดังนั้น วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2436 จึงไม่ใช่เพียงวันเปิดเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพฯ–สมุทรปราการเท่านั้น แต่คือวันสำคัญที่สะท้อนพระราชวิสัยทัศน์ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการผลักดันสยามให้ก้าวทันโลก ผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่จับต้องได้จริง และส่งผลต่อทั้งเศรษฐกิจ การเดินทาง การค้า และภาพลักษณ์ของประเทศในระยะยาว กล่าวได้ว่า รถไฟสายปากน้ำไม่ได้เป็นเพียง “รถไฟสายแรก” หากยังเป็นสัญญาณสำคัญของการเริ่มต้นความทันสมัยของสยามบนรางเหล็กอีกด้วย