นายกฯ ชี้แจง Landbridge เกิดขึ้นจากไทยเป็นศูนย์กลาง-ปัญหาช่องแคบมะละกา
นายกฯ ชี้แจง "Landbridge" มีแนวคิดจากศักยภาพการผลิตของไทย ปัญหาจากช่องแคบมะละกา ประโยชน์จากความเป็นกลางของไทย เพื่อความมั่นคงของชาติ
วันที่ 4 มกราคม 2567 เวลา 12.20 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1 ครั้งที่ 5 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยนายกรัฐมนตรีชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Landbridge ดังนี้
นายกรัฐมนตรีขยายความเกี่ยวกับโครงการLandbridge ซึ่งเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นจากประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลิตสินค้าหลายชนิด มีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้าง สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งสร้างสมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง มี Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานทำให้ไทยอยู่บนหมุดหมายสำคัญของการผลิต ทั้งนี้ ไทยมีประชากร 70 ล้านคน หลายสินค้าที่ผลิตในไทยจะถูกส่งไปขายทั่วโลก
โดยที่ ปัจจุบันช่องแคบมะละกา แออัด และเกิดอุบัติเหตุ ทำให้การเข้าคิวผ่านช่องแคบกินเวลาเยอะ ปริมาณสินค้าที่จะใช้เส้นทางเดินเรื่อเพิ่มขึ้น ช่องแคบมะละกาไม่สามารถบริหารได้ โครงการLandbridge เป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไทย ด้วยการขนส่งน้ำมัน 60 เปอร์เซ็นต์จากทั่วโลก ขนส่งผ่านช่องแคบมะละกา หากช่องแคบ คับแคบ การขนถ่ายสินค้ามีปัญหา จะทำให้เกิดปัญหา
รัฐบาลคิดทำโครงการLandbridge ด้วยการตระหนักถึง ความขัดแย้ง Geopolitics ของโลก ไทยได้เปรียบจากการดำเนินนโยบายด้วยความเป็นกลางของไทย เชื่อมต่อโลก ไทยไม่มีปัญหากับประเทศใด ทำให้เป็นจุดขนถ่ายสินค้าได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ดีรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเสียงของประชาชนในพื้นที่ พร้อมรับฟังทั้งฝ่ายค้าน ภาคประชาสังคม ประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งนักธุรกิจ เพื่อมั่นใจว่าโครงการนี้จะเป็น Mega Project ที่มีประโยชน์กับประเทศ และมีความสำคัญโลก นอกจากนั้น ทำให้หลายๆ ประเทศ อาทิ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีความมั่นคงทางพลังงานสูงมาก อยากมาลงทุน อยากมาสร้างโรงกลั่น ซึ่งจะทำให้ไทยมีความมั่นคงทางพลังงานนอกจากความมั่นคงทางอาหาร ทำให้ไทยมีความพร้อมมากขึ้น ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน