สูตรสำเร็จ KFC 1,000 สาขาในไทย ไม่ได้บริหารด้วย ‘บริษัทเดียว’
พึ่งฉลองครบรอบ 1,000 สาขาไปเมื่อเร็วๆ นี้กับ KFC (เคเอฟซี) แบรนด์ไก่ทอดผู้พันที่มีอายุมากกว่า 70 ปี ทำให้ตอนนี้ KFC ถือเป็นแบรนด์ ‘ธุรกิจอาหารบริการด่วน’ (Quick Service Restaurant : QSR) แบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในไทยที่มีสาขามากถึง 1,000 สาขา และทำให้สถานะปัจจุบันของ KFC ใหญ่กว่าคู่แข่งหลักในตลาดเดียวกันมากกว่า 4 เท่าด้วย
คำถาม คือ KFC ในไทยที่มีอายุเพียงแค่ 38 ปีใช้โมเดลอะไรในการขยายธุรกิจให้กลายเป็นอันดับ 1 ในไทย และทำให้ KFC ในไทยมีจำนวนสาขาติด Top10 ของโลกเทียบเคียงตลาดใหญ่ๆ หลายแห่ง
หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า ปัจจุบันด้วยจำนวนสาขากว่า 1,000 สาขา ทำให้ตอนนี้ KFC ในประเทศไทยมีสาขามากเป็นอันดับ 7 ของโลกแล้ว เป็นรองเพียงตลาดใหญ่ๆ อย่างสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร จีน ญี่ปุ่น และแอฟริกาใต้เท่านั้น
โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ KFC ในประเทศไทยเติบโตได้ดีและก้าวกระโดด ทาง บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์และแฟรนไชส์ KFC ในประเทศไทย บอกว่าเป็นเพราะ ‘โมเดล 3 แฟรนไชส์’ ของ KFC ในประเทศไทยนั่นเอง
ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่า บางครั้งรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่างของ KFC แต่ละสาขาไม่เหมือนกัน อาทิ ช่องทางการชำระเงิน เมนูเครื่องดื่ม ภาชนะภายในร้าน ฯลฯ นั่นก็เพราะว่าเป็นคนละ ‘ผู้บริหาร’ กันนั่นเอง
หลังการเข้ามาของ KFC สาขาแรกในไทยในปี 2528 ณ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ด้วยฝีมือของ ‘CRG’ หรือ เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป ในเครือเซ็นทรัล
บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แบรนด์ KFC ก็เล็งเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจอาหารฟาสต์ฟู้ดในประเทศไทยและขยับเข้ามาเปิดสาขาของตัวเอง
ก่อนในปี 2559 ‘ยัม’ จะเริ่มเปลี่ยนใจ เห็นว่า ควรหันไปใช้โมเดล ‘แฟรนไชส์’ ในการขยายการเติบโตทางธุรกิจ มากกว่าเป็นผู้บริหารงาน ‘ร้านสาขา’ เอง โดยได้เพิ่มจำนวนพาร์ทเนอร์แฟรนไชส์จาก 1 เป็น 2 และหยุดอยู่ที่จำนวน 3 พาร์ทเนอร์ ประกอบด้วย
1. บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ในเครือเซ็นทรัล 320 สาขา
2. บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (RD) 250 สาขา
3. บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (QSA) ในเครือไทยเบฟเวอเรจ 430 สาขา
ทำให้ KFC ในประเทศไทยมีผู้บริหารร้านสาขา 1,000 สาขา รวม 3 เจ้าจนถึงปัจจุบัน และสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในตลาดร้านอาหารบริการด่วน
โดยในปีที่ผ่านมา KFC ในประเทศไทยเติบโตกว่า 24% ถือเป็นการเติบโตสูงสุดในรอบ 4 ปี มียอดออเดอร์มากกว่า 100 ล้านทรานเซคชันไปแล้ว สินค้าที่ขายดีที่สุด คือ ‘ไก่ฮอตแอนด์สไปซี่’ ที่ขายไปเดือนละกว่า 10 ล้านชิ้น รวมถึงในปีนี้ยังได้ขยายสาขาเพิ่มไปกว่า 80 สาขา
พร้อมมีแผนจะขยายสาขาเพิ่มให้ได้อีก 80 สาขาในปีหน้าด้วย เพื่อให้ลูกค้าทั่วไปสามารถเข้าถึง KFC ได้ง่ายในระยะเวลา 15-20 นาทีเท่านั้น รวมทั้งเติบโตแบบดับเบิ้ลดิจิทในปีหน้า
‘ออฟ-เศกไชย ชูหมื่นไวย’ กรรมการผู้จัดการคนปัจจุบันของ บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) บอกว่า หลายประเทศทั่วโลกมองว่าโมเดล 3 พาร์ทเนอร์ของไทยเป็นโมเดลที่ดีและน่าสนใจ และ KFC ในประเทศไทยยังยืนยันที่จะมี 3 พาร์ทเนอร์ต่อไป
พร้อมเสริมว่า อีกสิ่งที่มีส่วนสำคัญทำให้ KFC เติบโตมาถึงจุดนี้ได้เป็นเพราะคุณภาพของอาหารที่สดใหม่จากความตั้งใจของพนักงานกว่า 20,000 คนในไทย
แม้ว่าตอนนี้ธุรกิจอาหารในภาพรวมจะยังไม่กลับไปจุดเดียวกับก่อนโควิด-19 แต่การเข้ามาของนักท่องเที่ยวก็ส่งสัญญาณที่ดีสำหรับปีหน้า ขณะที่ KFC จะเน้นปรับบริการเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้ามากขึ้น