แพทย์รามาฯ ชี้ "น้ำซุปชาบู" ยิ่งต้มนานโซเดียมยิ่งสูง อย่ากินติดกันไตทำงานหนัก แม้ออกกำลังกายแต่ไม่ถึงชม.ช่วยขับโซเดียมได้น้อย
จากกรณีกระแสคำแนะนำให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ แล้วออกกำลังกาย เพื่อขับโซเดียม หลังจากกินอาหารที่มีโซเดียมสูงว่า การดื่มน้ำแล้วออกกำลังกายช่วยขับโซเดียมได้บ้าง 10-20% หากทำได้ก็ถือว่าดี ดีกว่าไม่ดื่มน้ำเปล่า ไม่ออกกำลังกาย โดยควรดื่มน้ำอย่างเหมาะสม เพราะเกลือโซเดียมจะขับออกทางปัสสาวะ หากดื่มน้ำน้อยเกินไปจะทำให้ปัสสาวะน้อย เกลือก็ออกไม่ได้ ค้างในตัวนาน
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 2 ม.ค. 66 รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า การออกกำลังกาย อาจช่วยขับโซเดียมออกจากร่างกาย 5-10% ขึ้นกับว่าเราออกกำลังกายนานมากน้อยแค่ไหน ถ้าออกประมาณครึ่งชั่วโมงก็อาจจะไม่มาก แต่ถ้าออกกำลังกายเกิน 1 ชั่วโมง ก็อาจช่วยเอาโซเดียมออกได้มากขึ้น เนื่องจากโซเดียมจะออกไปพร้อมกับเหงื่อ จะเห็นว่าเหงื่อจะมีรสเค็ม จะช่วยให้ไตเราได้พัก เพราะตามปกติแล้วโซเดียมจะขับออกทางไตถึง 90% ดังนั้นการออกกำลังกายก็ถือว่าช่วยได้บ้าง
รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ถ้าเรากินเค็มมาก ๆ ถามว่าจะออกกำลังกายทุกวันได้หรือไม่ บางคนทำไม่ได้ ก็แนะนำว่าหนทางที่ดีที่สุดคือ การลดบริโภคเค็มหรือลดโซเดียม มื้อหน้าก็เบา ๆ ลงหน่อย หรือกินจืดหน่อย ให้ไตได้พัก ไม่ใช่กินหนักกินเค็มทุกมื้อ
รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้อาหารประเภทน้ำต้องกินน้อย ๆ อย่างชาบูที่หลายคนชอบ ตัวโซเดียมนั้นอยู่ในน้ำ ยิ่งต้มนานเท่าไรน้ำก็ยิ่งเค็ม แนะนำให้กินเนื้อ น้ำไม่ควรไปเน้นมาก ซดหมดถ้วยหมดกาก็ไม่ไหว ยิ่งอาหารโซเดียมสูง ในร้านมักมีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงมาคู่กันอย่างน้ำอัดลม เพราะหวานมาตัดเค็ม ยิ่งกินยิ่งอร่อย ผู้บริโภคจะกลายเป็นได้ทั้งโซเดียมและน้ำตาล ทั้งนี้โดยรวมแล้วควรกินแบบกลาง ๆ ไม่มากไป ไม่น้อยไป เมื่อรับประทานแล้วควรเว้นระยะไป อย่ากินกันต่อเนื่อง
เพจ:ข่าวเวิร์คพอยท์ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint