BYD ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายในต่างประเทศ 2 เท่า คาดแตะ 800,000 คันในปี 68
BYD ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายในต่างประเทศ 2 เท่า คาดแตะ 800,000 คันในปี 68 พร้อมสร้างโรงงานในบราซิล ไทย ฮังการี และตุรกี เพื่อหลบเลี่ยงภาษีนำเข้าที่เข้มข้นขึ้นทั่วโลก
วันที่ 26 มีนาคม 2568 เวลา 15.21 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Wang Chuanfu ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง BYD กล่าวนักวิเคราะห์ในการรายงานผลประกอบการเมื่อวันที่ 25 มี.ค.68 ว่า ยักษ์ใหญ่ยานยนต์ไฟฟ้าของจีน ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายนอกประเทศจีนเป็น 2 เท่า หรือมากกว่า 800,000 คันในปี 2568 และจะพยายามเอาชนะภาษีศุลกากรด้วยการประกอบรถยนต์ในประเทศ
Wang Chuanfu กล่าวว่า BYDจำหน่ายรถยนต์ในต่างประเทศได้ 417,204 คัน ในปี 2567 คาดว่าจะเห็นส่วนแบ่งทางการตลาดในอังกฤษเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งเปิดกว้างมากต่อผลิตภัณฑ์ของจีนที่มีการแข่งขัน โดยยังมองเห็นโอกาสดีๆ ที่จะเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศละตินอเมริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรัฐบาลและประชาชนมีความเป็นมิตรต่อแบรนด์จีน
เนื่องจากรัฐบาลต่างประเทศกำลังพิจารณาหรือเรียกเก็บภาษีนำเข้ากับรถยนต์ที่ผลิตในจีน BYDจึงมีแผนที่จะรักษาความได้เปรียบด้านต้นทุนด้วยการซื้อส่วนประกอบสำคัญจากจีนและประกอบรถยนต์ในตลาดในประเทศ
ทั้งนี้ BYDเป็นผู้นำในการผลักดันรถยนต์ในต่างประเทศโดยเปิดโชว์รูมในตลาดตั้งแต่ออสเตรเลียไปจนถึงเยอรมนี เนื่องจากต้องการบรรเทาปัญหาสงครามราคาอันโหดร้ายในประเทศ
เมื่อปีที่แล้วWang Chuanfu กล่าวว่า BYDคาดหวังว่าการส่งออกจะช่วยหนุนผลกำไรได้ ในการประชุมเมื่อวันอังคาร และกล่าวกับนักวิเคราะห์ว่า เขาคาดหวังว่าจะเห็นกำไรส่วนใหญ่ของBYD มาจากตลาดต่างประเทศในช่วงเวลาหนึ่ง โดยบริษัทจะยังคงสร้างโรงงานในต่างประเทศโดยไม่ต้องมีพันธมิตร เนื่องจากมีเงินทุนมากมาย
ปัจจุบัน BYDกำลังสร้างโรงงานในบราซิล ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศจีน แม้ว่าการพัฒนาจะได้รับผลกระทบจากข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดแรงงานเมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังกำลังสร้างโรงงานในประเทศไทย ฮังการี และตุรกีอีกด้วย
Wang Chuanfu ยังกล่าวอีกว่า BYDไม่มีแผนจะขายรถยนต์ให้กับแคนาดาและสหรัฐอเมริกาในระยะสั้น เนื่องจากการพัฒนาด้านภูมิรัฐศาสตร์ รัฐบาลทรัมป์ยังคงเก็บภาษีรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในจีน 100% เช่นเดียวกับแคนาดา และกล่าวกับนักวิเคราะห์ว่า มั่นใจว่าผลกำไรต่อคันของBYD จะเกินกว่าของโตโยต้าเมื่อขยายขนาดให้เท่ากับผู้ผลิตชาวญี่ปุ่น และการควบคุมต้นทุนของ BYDทำได้ดีกว่า
อนึ่งโตโยต้า ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกในด้านยอดขาย มียอดขาย 10.8 ล้านคันในปี 2567 ขณะที่ BYDมียอดขาย 4.27 ล้านคัน
อ้างอิง : reuters.com