โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ไหม? ก่อนจะเป็น “ชุดสีดำ” ชุดไว้ทุกข์ของคนญี่ปุ่นเคยเป็น “สีขาว” มาก่อน

conomi

อัพเดต 02 ต.ค. 2568 เวลา 08.13 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2568 เวลา 09.00 น. • conomi.co

ปัจจุบันเรามักจะได้ยินว่าการใส่เสื้อผ้าสีดำอาจทำให้โชคแย่ลงหรือดวงตกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงในด้านสุขภาพร่างกาย ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ หมอดูฮวงจุ้ยชาวญี่ปุ่นหลายคนก็ได้ออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เสื้อผ้าสีดำและสีเทาเป็นสีที่ไม่ควรใส่ ถ้าจะใส่ให้ใส่เป็นเสื้อสีกรมท่าจะดีกว่า”หมอดูบางส่วนก็ให้ความเห็นเพิ่มเติมเช่นกันว่า “สีดำเป็นสีแห่งความชั่วร้าย เป็นสีแห่งความเศร้าโศกและยังเป็นสีแห่งการสูญเสีย รวมถึงยังเป็นสีอัปมงคลจึงเป็นสีที่นิยมนำมาใช้ในเรื่องของการไว้ทุกข์” หรือกระทั่งความคิดเห็นที่ว่า “การใส่เสื้อผ้าสีดำเป็นสิ่งที่ไม่ดีเพราะฉะนั้นการใส่ชุดชั้นในสีดำก็เป็นสิ่งไม่ดีเช่นกัน”**

ชุดสีดำ ชุดไว้ทุกข์ ชุดไปงานศพญี่ปุ่น

แต่จริง ๆ แล้วทราบกันไหมคะว่าสีดำที่นำมาใช้เป็นสีของชุดไว้ทุกข์และเป็นสีของชุดที่ใช้ใส่สำหรับไปงานศพจริง ๆ แล้วเพิ่งมาเริ่มใช้กันในสมัยเมจิ (ปี ค.ศ. 1868 – ปี ค.ศ. 1912) นี้เองค่ะ (ถือว่ายังไม่นานมากเลย) โดยแต่เดิมนั้น “สีขาว” จะเป็นสีที่นิยมนำมาใช้เป็นสีของเสื้อผ้าทุกข์ เนื่องจากสีขาวเป็นสีแห่งความบริสุทธิ์ผุดผ่อง จัดเป็นสีของเทพเจ้า รวมไปถึงยังเป็นสีของชุดเจ้าสาวตามแบบฉบับญี่ปุ่นโบราณอีกด้วยค่ะ ในบทความต่อจากนี้มาเรียนรู้ประวัติไปพร้อมกันว่าแล้วจากชุดไว้ทุกข์สีขาวเปลี่ยนมาเป็นสีดำได้ยังไงกันนะคะ!

ทำไมจึงต้องเป็นชุดสีขาว?

งานศพญี่ปุ่น

ความจริงแล้ว คนญี่ปุ่นสวมใส่ชุดสีขาวเวลาไปงานศพหรือไว้ทุกข์ มาตั้งแต่สมัยอดีตโบราณแล้ว เห็นได้จากบันทึกข้อมูลทางประวัติศาสตร์หลายประเภท เช่น นิฮงโชกิ (Nihonshoki = 日本書紀) หรือพงศาวดารญี่ปุ่น กับ บันทึกสุยโชวะโกกุเด็ง (Zuisho Wakokuden = 隋書倭国伝) ของจีนในศตวรรษที่ 7 ซึ่งเป็นบันทึกที่เล่าเรื่องราวข้อมูลที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นและประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับจีนในยุคราชวงศ์สุยของจีน

sad3

กล่าวกันว่าการที่สีของชุดไว้ทุกข์หรือชุดที่ไว้ใส่ไปเข้าร่วมงานศพเป็นมีสีขาวนั้นมีเหตุผลสำคัญก็คือ เพื่อที่ต้องการให้ญาติผู้เสียชีวิตได้ใส่เสื้อผ้าสีขาวที่เป็นสีเดียวกับผู้เสียชีวิต ซึ่งแสดงออกให้เห็นถึงความเศร้าโศกเสียใจในการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป” นั่นเองค่ะ

อีกทั้งหากมองให้ลึกลงไปอีก โดยย้อนกลับไปถึงช่วงยุคนารา (ปี ค.ศ. 710 – ปี ค.ศ. 794) ก็จะพบว่าเทคนิควิธีการย้อมสีผ้าที่เรียกว่า “ซึรูบามิโซเมะ” (Tsurubamizome = 橡染め) โดยเฉพาะสีดำนั้นมีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก แต่ด้วยการที่ผ้าย้อมสีดังกล่าวเป็นของมีค่าดังนั้นจึงมีแค่เฉพาะสมเด็จพระจักรพรรดิกับกลุ่มเหล่าเชื้อพระวงศ์เท่านั้นที่จะสามารถจับต้องหรือเอื้อมถึงได้ บุคคลเหล่านี้จึงเป็นคนกลุ่มน้อยที่สามารถใส่ชุดไว้ทุกข์เป็นเสื้อสีดำได้

ไว้ทุกข์ งานศพญี่ปุ่น

ประชาชนชาวบ้านสามัญชนทั่วไปไม่สามารถที่จะเข้าถึงการย้อมผ้าสีดำดังกล่าวนี้ได้ จึงยังคงที่จะสวมใส่ชุดไว้ทุกข์หรือชุดเข้าร่วมงานศพเป็นสีขาวแทนต่อไป แต่ต่อมาในช่วงยุคสมัยที่อำนาจของขุนนางในราชสำนักเสื่อมอำนาจลง เนื่องจากการเข้ามาแทนที่ของอำนาจของเหล่าทหารหรือโชกุน ก็ได้ทำให้การใส่ชุดไว้ทุกข์หรือชุดเข้าร่วมงานศพของกลุ่มชนชั้นสูงก็ได้เปลี่ยนกลับมาใส่เป็นเสื้อชุดสีขาวแทนค่ะ

ชุดสีดำได้รับความนิยมจากการปฏิวัติยุคเมจิ?

ไว้ทุกข์ งานศพญี่ปุ่น

ต่อมาเมื่อเข้าสู่ยุคสมัยเมจิ วัฒนธรรมจากชาติตะวันตกก็ได้ถูกนำเข้ามาเผยแพร่ในญี่ปุ่นอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งในเรื่องของอาหารการกิน เทคโนโลยี รวมไปถึงเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายชุด ซึ่งนั่นยังรวมไปถึงชุดไว้ทุกข์หรือชุดเข้าร่วมงานศพซึ่งแต่เดิมเป็นสีขาวก็ได้เปลี่ยนไปใส่เป็นชุดสีดำแทนอีกด้วยค่ะ

ในตอนนั้นรัฐบาลญี่ปุ่นต้องการปรับให้ผู้เข้าร่วมงานศพสวมใส่เสื้อผ้าชุดสีดำเพื่อให้สอดคล้องไปกับเหล่าตัวแทนเชื้อพระวงศ์จากราชวงศ์อังกฤษรวมถึงแขกบ้านแขกเมืองจากต่างประเทศที่ได้เดินทางเข้ามาร่วมงานพระราชพิธีศพของบุคคลสำคัญต่าง ๆ เช่น งานพิธีศพของนายโอกูโบะ โทชิมิจิ (Okubo Toshimichi = 大久保利通) รัฐบุรุษของญี่ปุ่นเมื่อสมัยปีเมจิที่ 11 (ปี ค.ศ. 1878) และงานพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชินีพระพันปีหลวงเอย์โช (Eisho Koutaigou = 英照皇太后) ซึ่งเป็นจักรพรรดินีของสมเด็จพระจักรพรรดิโคเมย์ (Koumei Tennou =孝明天皇)

จักรพรรดิโคเมย์ เป็น สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นลำดับที่ 121 พระราชบิดาของสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นลำดับที่ 122 ที่เราต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี (แม้ว่าสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิจะไม่ใช่พระโอรสของสมเด็จพระราชินีพระพันปีหลวงเอย์โชแต่ก็ถูกเลี้ยงมาอย่างพระโอรสแท้ ๆ และได้ขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นในเวลาต่อมา) ในตอนนั้นประชาชนต่างก็พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีดำไว้ทุกข์อีกด้วย

*เกร็ดความรู้*

โอกูโบะ โทชิมิจิ (ค.ศ. 1830 – ค.ศ. 1878)

โอกูโบะ โทชิมิจิ (Okubo Toshimichi = 大久保利通) แต่เดิมเป็นซามูไรแห่งแคว้นซัตสึมะ (Satsuma Han = 薩摩藩) หรือปัจจุบันคือ จังหวัดคาโกชิมะ เขาได้เข้าร่วมการเคลื่อนไหวเพื่อล้มล้างระบบการปกครองของรัฐบาลโชกุนโทกูงาวะช่วงสมัยบากูฟุตอนปลาย ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็น“1 ใน 3 แกนนำใหญ่ในคณะฟื้นฟูปฎิรูปเมจิ” รวมถึงยังเป็น “รัฐบุรุษผู้มีบทบาทในการวางรากฐานของประเทศญี่ปุ่นให้เปลี่ยนเข้าสู่ยุคสมัยใหม่คือยุคเมจิ” อีกด้วย

เขาผู้นี้ได้เคยดำรงตำแหน่งเป็น “ไนมุเคียว” (Naimukyo = 内務卿) หรือ “รัฐมนตรีมหาดไทย” (เทียบเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า “Lords of Home Affairs”)คนแรกของญี่ปุ่นซึ่งดูแลการปกครองภายในประเทศอีกด้วย

ทว่าต่อมาในปี ค.ศ. 1885 รัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้ปรับเปลี่ยนระบบการเมืองการปกครองให้เป็นแบบชาติตะวันตก โดยมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้น ตำแหน่งรัฐมนตรีแบบที่เขียนด้วยตัวอักษรคันจิ “เคียว (Kyo = 卿) ได้ถูกยกเลิกและเปลี่ยนเป็นมาใช้ตัวอักษรคันจิ “ไดจิน” (Daijin = 大臣) หรือ“Minister แทน ทำให้ตำแหน่งเปลี่ยนจาก “ไนมุเคียว” (Naimukyo = 内務卿) เป็น “ไนมุไดจิน” (Naimudaijin = 内務大臣) ที่มีความหมายได้เท่ากับ “Minister of Home Affairs แทนในที่สุดค่ะ

ต่อมากระทรวงมหาดไทยก็ได้มีการเปลี่ยนชื่ออีกหลายครั้ง จนสุดท้ายเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2001 ก็ได้ถูกรวมเข้ากับอีก 2 หน่วยงาน คือ กระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนาคม กับ สำนักงานกิจการบริหาร (หน่วยงานกลางที่ดูแลการประสานงานนโยบายภาครัฐ) และเปลี่ยนมาใช้ชื่อเป็น “โซมุโช (Somusho = 総務省) หรือมีความหมายว่า กระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสาร” หรือ“Ministry of Internal Affairs and Communications (MIC) นั่นเองค่ะ

สงครามก็มีส่วนทำให้ชุดไว้ทุกข์สีดำกลายเป็นที่นิยมในญี่ปุ่น

china and japan

มีอีกสาเหตุที่ทำให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นหันมาเริ่มใส่ชุดสีดำเพื่อไว้ทุกข์หรือเป็นชุดเข้าร่วมงานศพมากขึ้น นั่นก็คือการเกิดสงครามระหว่างจีนและญี่ปุ่น รวมไปถึงสงครามแปซิฟิกหรือสงครามมหาเอเชียบูรพา

ในช่วงที่เกิดสงครามชุดไว้อาลัยหรือชุดเข้าร่วมงานศพมักจะเป็นชุดที่เช่ามาจากร้านให้เช่า ทว่าพอมีสงครามชุดสีขาวเป็นชุดที่สีเปื้อนง่าย ร้านเช่าชุดจึงต้องประสบความลำบากในการซักทำความสะอาด และส่งผลให้ร้านส่วนใหญ่ตัดสินใจย้อมชุดสีขาวให้กลายเป็นสีดำเพื่อให้สะดวกต่อการซักแทนค่ะ อีกทั้งเมื่อสงครามจบลง ญี่ปุ่นได้ทำความตกลงกับสหรัฐอเมริกา และเปิดรับวัฒนธรรมต่าง ๆ เข้ามาในประเทศ ทำให้ตั้งแต่นั้นมาชุดไว้ทุกข์หรือชุดเข้าร่วมงานศพของญี่ปุ่นก็กลายมาเป็นชุดสีดำด้วย

black formal

ตั้งแต่อดีตจนมาถึงยุคสมัยเมจิ ชุดไว้ทุกข์หรือชุดใส่ไปเข้าร่วมงานศพจะสวมใส่เฉพาะญาติของผู้เสียชีวิตเท่านั้น ผู้ที่มาเข้าร่วมงานทั่วไปจะใส่เพียงชุดเครื่องแบบทางการหรือชุดเต็มยศ แต่นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 ผู้คนก็เริ่มที่จะตระหนักและเปิดรับวัฒนธรรมจากชาติตะวันตกเข้ามามากขึ้น จึงทำให้ชุดสีดำจึงเป็นเครื่องหมายของชุดไว้ทุกข์ โดยไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะญาติของผู้เสียชีวิตเท่านั้น บุคคลที่ต้องการแสดงถึงความเสียใจและไว้อาลัยจากการจากไปก็สามารถสวมใส่ได้ จนเป็นที่มาของการเกิดวัฒนธรรมการสวมใส่ชุดสีดำแบบที่เรียกว่า “Black Formal” หรือ ชุดดำทางการ” ที่เราสามารถเห็นพบและเลือกซื้อได้ในแผนกขายเสื้อผ้าตามห้างและร้านค้าที่ญี่ปุ่นนั้นเองค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก : mag.japaaan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...