“ดร.เอกนิติ” ชูบทบาทใหม่ กรมธนารักษ์ เล็งรื้อราคาประเมินที่ดิน คาดเริ่มใช้ปี 2570
"ดร.เอกนิติ" ชูบทบาทใหม่ กรมธนารักษ์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ทรัพย์สินภาครัฐ เตรียมปรับราคาประเมินที่ดินใหม่ให้สอดคล้องความเป็นจริง หลังปัจจุบันราคาประเมินต่ำกว่าตลาด เพื่อช่วยลดต้นทุนการขอสินเชื่อให้ภาคธุรกิจ หนุนเก็บรายได้ภาษีที่ดินเพิ่ม คาดเริ่มใช้ปี 2570 พร้อมยกระดับเหรียญกษาปณ์ไทยสู่มาตรฐานสากล
ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า หลังจากได้เข้ารับตำแหน่งประมาณ 2 เดือน ได้เตรียมวางกลยุทธ์ (Master Plan) กลาง เพื่อให้กรมธนารักษ์ทั่วประเทศเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีเป้าหมายหลักในการเดินหน้าพัฒนาที่ราชพัสดุเพี่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ปรับราคาประเมินที่ดินให้ใกล้เคียงราคาตลาด และ ยกระดับเหรียญกษาปณ์ไทยสู่สากล
“ กรมธนารักษ์ ยุคใหม่ที่ตั้งใจไว้ คือ จะยกระดับกรมธนารักษ์ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทรัพย์สินของรัฐ ตอบโจทย์เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ในอีก 1-2 สัปดาห์เราจะทำ Master Plan ในแต่ละด้าน เพื่อให้กรมเดินไปในทิศทางเดียวกัน”
โดยในด้านการประเมินที่ดิน กรมฯ จะใช้เทคโนโลยี เช่น ดาวเทียม ในการสำรวจที่ดินทั่วประเทศอย่างละเอียดในระดับแปลง เพื่อให้ใกล้เคียงกับราคาจริงหรือราคาตลาดมากที่สุด เนื่องจากปัจจุบันราคาประเมินที่ดินของกรมฯ ต่ำกว่าราคาตลาด ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ราคาของกรมฯ ในการอ้างอิง
“ปัจจุบันมีปัญหาที่ดินทำเลดี แต่ขายได้ราคาต่ำกว่าตลาด ซึ่งการยกระดับนี้จะทำให้ราคาประเมินที่ดินใกล้เคียงราคาตลาดมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นการช่วยให้ประหยัดต้นทุนในการประเมินราคาที่ดิน เนื่องจากเวลาประเมินที่ดินเพื่อค้ำประกันเงินกู้ โดยปกติสถาบันการเงินจะใช้วิธีจ้างบริษัทประเมินราคา 3 เจ้า แล้วนำราคามาเทียบกันให้ได้ราคาที่เหมาะสมที่สุด ดังนั้น ถ้าราคาประเมินของธนารักษ์ มีความใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้นก็จะทำให้ประชาชนและสถาบันการเงินนำไปใช้อ้างอิงได้จริง ขณะที่เมื่อราคาที่ดินใกล้เคียงราคาจริงมากขึ้นการจัดเก็บภาษีที่ดินจะทำได้มากขึ้นด้วย”
ทั้งนี้ การปรับราคาประเมินของกรมฯ จะทำทุกๆ 4 ปี โดยรอบถัดไป จะเป็นปี 2570 ซึ่งคาดว่าจะเป็นปีที่นำราคาประเมินใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยประเมินมาใช้
ด้านการพัฒนาที่ราชพัสดุนำที่ดินมาใช้ประโยชน์ให้เหมาะสม เช่น นำมาทำพิพิธภัณฑ์ หรือให้เช่าเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการใช้ทรัพย์ได้อย่างคุ้มค่า ทำให้ชาวบ้านในชุมชนมีรายได้มากขึ้น รวมทั้งเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมของชุมชนไว้ด้วย
ดร. เอกนิติ เปิดเผยต่อว่า นอกจากนี้ยังมีแผนในการยกระดับเหรียญกษาปณ์ให้เป็นเหรียญที่ระลึกในระดับสากล ซึ่งเหรียญกษาปณ์บางรุ่นเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักสะสมทั้งในและต่างประเทศอยู่แล้วและเป็นเหรียญที่มีมูลค่าสูง โดยจะเริ่มจากการสร้างเหรียญกษาปณ์ไทยให้มีมาตรฐานตรงตามเกณฑ์ของสากลก่อน
“ปัจจุบันเหรียญกษาปณ์ไทยเป็นที่ต้องการของตลาดโลก เราจะยกระดับเหรียณกษาปณ์ที่ระลึกที่ถ่ายทองเรื่องราวต่างๆ ของไทย ให้ต่างชาติได้เห็นว่าวัฒนธรรมไทยมีประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาอย่างยาวนาน ซึ่งการปรับให้เหรียณกษาปณ์ไทยมีมาตรฐานสากลจะเป็นการช่วยยกระดับให้มีมูลค่าสูงขึ้นด้วย”
สำหรับการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2568 มีเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ตามเอกสารงบประมาณที่เป้า 10,600 ล้านบาท ขยายตัวจากปีงบประมาณ 2567 เล็กน้อย โดยการใช้เทคโนโลยียกระดับทรัพย์สินภาครัฐจะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มรายได้ เชื่อว่าสามารถจัดเก็บรายได้เข้าเป้าหมายแน่นอน (เพิ่มเติม…)