โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทูตจีนในไทยยันจีนร่วมมือรัฐบาลไทยสอบสวนสาเหตุตึกสตง.พังถล่ม เสียใจและแสดงความไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิต

BTimes

อัพเดต 30 มี.ค. 2568 เวลา 21.50 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2568 เวลา 06.52 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

วันนี้ 30 มีนาคม 2025 นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ในนามของรัฐบาลจีน ขอแสดงความเสียใจและแสดงความไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิต โดยสาเหตุอาคารถล่ม ทางการจีนจะร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการสืบสวนหาสาเหตุอย่างเต็มที่ เพราะมีบริษัทของจีนร่วมในการก่อสร้างด้วย”

ฐานข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ พบว่า สำหรับบริษัทดังกล่าว คือ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด จัดตั้งบริษัทขึ้นในประเทศไทยเมื่อ 10 สิงหาคม2561 ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ระบุวัตถุประสงค์การทำธุรกิจการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย บริษัทแห่งนี้บริษัทร่วมทุนไทย-จีน ในโครงสร้างการถือหุ้น 49 ต่อ 51 ส่วนของผู้ถือหุ้น มีดังนี้ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป คัมปะนี (รัฐวิสาหกิจจีน) ถือหุ้น 49% นายโสภณ มีชัย 40.80% นายประจวบ ศิริเขต 10.2% และนายมานัส ศรีอนันท์ 1 หุ้น

สำหรับกรรมการในบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด มีกรรมการ 2 คน คือ นายชวนหลิง จางและ นายโสภณ มีชัย ด้านงบการเงินของ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ย้อนหลังกลับไป 5 ปี (2562-2566) มีดังนี้ ปี 66: รายได้รวม 206.2 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 199.6 ล้านบาท ปี 65: รายได้รวม 438.7 ล้านบาท กำไรสุทธิ 23.5 ล้านบาท ปี 64: รายได้รวม 163.7 ล้านบาท กำไรสุทธิ 17.5 ล้านบาท ปี 63: รายได้รวม 43.9 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 23.7 ล้านบาท และปี 62: รายได้รวม 1.2 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 25.8 ล้านบาท

ข้อมูลในสื่อโซเชียลมีเดียหลายสื่อในไทย รวมทั้งในประเทศจีน ได้เปิดเผยชื่อรัฐวิสาหกิจธุรกิจการก่อสร้างสัญชาติจีน ชื่อว่า ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เท็น เอ็นจิเนียริง กรุ๊ป (China Railway No.10 Engineering Group) เป็นผู้ร่วมการก่อสร้างโครงการตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือสตง. ในกรุงเทพ โดยมีการวิจารณ์อย่างมากมายในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับมาตรฐานงานก่อสร้าง และความโปร่งใสของโครงการตึกดังกล่าวที่ใช้งบประมาณมากมายกว่า 2,100 ล้านบาท

สื่อในฮ่องกง รายงานนำเสนอรายละเอียดว่า ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่กำลังก่อสร้าง และพังถล่มลงมากลายเป็นซากตึกทั้งหมด ถูกออกแบบเป็นอาคารสูง 30 ชั้น ด้วยมูลค่างานก่อสร้าง 2,136 ล้านบาท ตึกสตง.เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2020 หรือเมื่อ 5 ปีผ่านมาในบริเวณย่านจตุจักร กรุงเทพมหานคร สำหรับบริษัทผู้รับผิดชอบการก่อสร้าง ได้แก่ บริษัทร่วมทุน บริษัทอิตาเลียน-ไทย ดีเวปลอปเมนท์ หรือ ITD กับรัฐวิสาหกิจจีน ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 เอนจิเนียริ่ง กรุ๊ป (China Railway No.10 Engineering Group) หรือซีอาร์อีซี

ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ตึกสตง.พังถล่มเป็นซากปูนทั้งหมดนั้น บริษัทซีอาร์อีซีดังกล่าวโพสต์รูปภาพการก่อสร้างตึกสตง.ในเว็บไซต์ของซีอาร์อีซี เพื่อแสดงการประชาสัมพันธ์โครงการก่อสร้างตึกสตง.ในกรุงเทพมหานคร ว่า อาคารนี้เป็นนามบัตรใบแรกของบริษัทฯ ซีอาร์อีซีในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังเป็นสื่อสารให้เห็นถึงการแสดงศักยภาพวิศวกรรมการก่อสร้างของจีนในตลาดต่างประเทศ ในรูปภาพที่ก่อนหน้านี้ปรากฏในเว็บไซต์ของบริษัทซีอีอารซี พบว่ามีอยู่ 1 รูปที่ถ่ายภาพพร้อมแผ่นผ้าสีแดงยาวพร้อมตัวอักษรจีนกลางหมายถึงการแสดงความยินดีที่ตึกสตง. ได้ก่อสร้างถึงชั้นสูงสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2567

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันนี้ 30 มีนาคม 2025 ลงพื้นที่การกู้ภัยเหตุอาคารถล่มในพื้นที่เขตจตุจักร และกล่าวว่าเข้าสู่วันที่ 2 ของการค้นหาผู้รอดชีวิต ในเวลา 13.30 วันนี้จะครบ 48 ชั่วโมง แต่เฝ้าระวังไว้ 72 ชั่วโมง ดังนั้นต้องลุยต่อ ต้องทําให้เต็มที่ก่อน เมื่อคืนก็พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่ม แต่ตอนนี้ต้องหยุดใช้เครื่องมือหนักก่อน แล้วใช้วิธีมุดเข้าไปด้านในเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ กระบวนการกู้ชีพยังดําเนินการต่อ ด้วยความหวังว่าจะมีผู้รอดชีวิต ก็ส่งกําลังใจให้ทีมงาน ให้คนที่รอดชีวิต ขอให้อดทนอีกนิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...