โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ขับรถหน้าฝนต้องรู้! เหินน้ำอันตราย แต่ป้องกันได้ด้วยตัวคุณเอง

Car2day

อัพเดต 16 มิ.ย. 2565 เวลา 10.53 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2565 เวลา 10.03 น. • Car2Day

ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ขับรถในช่วงที่มีฝนตกบ่อย คุณอาจจะเคยเจอประสบการณ์ที่รถของคุณลื่นไถลไปบนถนนที่เปียกชุ่ม โดยที่คุณไม่สามารถที่จะควบคุมอะไรรถได้เลย เหตุการณ์แบบนั้นถูกเรียกว่า อาการเหินน้ำ หรือ Hydroplain

อาการเหินน้ำนั้นเกิดจากการที่น้ำเข้ามาทำตัวเป็นชั้นฟิล์มบาง ๆ คั่นระหว่างยางรถยนต์กับผิวถนน นั่นทำให้ยางนั้นอยู่ในสภาพที่คล้ายกับว่ามัน “ลอย” ขึ้นมา และเป็นผลให้มันสูญเสียการยึดเกาะหรือแรงเสียดทานไปโดยสิ้นเชิง ตัวรถจะพุ่งไปยังทิศทางที่มันกำลังทำความเร็วมุ่งไป โดยที่ผู้ขับขี่นั้นจะไม่สามารถหักเลี้ยวหรือเบรกได้เลย

วิธีป้องกันการเหินน้ำ

  • ลดความเร็ว

การลดความเร็วในขณะที่พื้นถนนเปียกชื้นนั้นคือความจำเป็นพื้นฐานของพื้นฐานที่สุดที่คุณต้องทำ เมื่อพื้นถนนเปียกชื้นมันส่งผลให้การยึดเกาะของรถของคุณนั้นลดลง และจากการสำรวจของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยรถยนต์ พวกเขาพบว่าการเหินน้ำนั้นมักจะเกิดขึ้นที่ความเร็ว 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขึ้นไป แต่ไม่ใช่ว่าที่ความเร็วต่ำกว่านั้นมันจะไม่เกิดการเหินน้ำขึ้นเลย ปัจจัยการกระทำในการขับขี่ของคุณเองก็มีส่วนในการเหินน้ำเช่นกัน เช่น การหักเลี้ยวหรือเบรกอย่างรุนแรงกว่าปกติ เหล่านี้ล้วนทำให้เกิดการเหินน้ำทั้งสิ้น

  • สลับยางรถของคุณอย่างสม่ำเสมอ

เชื่อหรือไม่! การสลับยางรถของคุณนั้นช่วยให้คุณลดโอกาสในการเกิดการเหินน้ำ เพราะเมื่อยางรถของคุณถูกสลับอย่างสม่ำเสมอ ดอกยางทั้ง 4 ล้อของรถคุณจะสึกหรออย่างสม่ำเสมอ ทำให้ลดโอกาสที่ยางข้างใดข้างหนึ่งจะสึกหรอมากกว่าจนเกิดโอกาสในการลื่นไถลได้มากขึ้น

โดยทั่วไปแล้วยางรถยนต์นั้นควรถูกสลับทุก ๆ 10,000 – 20,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งาน แต่ถ้าหากคุณไม่ต้องการที่จะจำช่วงเวลาที่จะต้องสลับยาง คุณอาจจะสลับยางไปพร้อม ๆ กับช่วงเวลาที่คุณจะต้องถ่ายน้ำมันเครื่องในทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร ก็ได้

ที่มาภาพ : drivesafeonline.org
  • เลือกยางที่มีคุณภาพ

ยางยี่ห้อดี ๆ ที่ขึ้นชื่อย่อมที่จะสร้างความไว้วางใจให้กับคุณในการขับขี่ในสภาพเปียกแฉะมากกว่า ถึงแม้ว่ามันอาจจะมีราคาที่สูงกว่าราคาท้องตลาด แต่เมื่อเทียบกับความปลอดภัยที่มันสามารถให้คุณได้ เราเชื่อว่ามันคุ้มค่าที่คุณจะลงทุน โดยเฉพาะหากคุณเป็นคนที่ใช้รถเดินทางบ่อยและต้องพบเจอกับสภาพถนนที่เปียกฝนบ่อยครั้ง

  • ห้ามใช้ระบบ Cruise Control ในสภาวะฝนตกเด็ดขาด!

เป็นข้อห้ามที่ต้องเตือนกันตัวโต ๆ เลยทีเดียวกับการ “ห้าม” ใช้งาน Cruise Control ในสภาวะฝนตก เนื่องจากเมื่อรถของคุณเกิดอาการเหินน้ำในขณะที่ Cruise Control ทำงาน มันจะต้องใช้เวลาพักใหญ่เลยทีเดียวกว่าที่คุณจะปิดระบบและกลับมาควบคุมรถได้อีกครั้ง

  • หลีกเลี่ยงการขับลงแอ่งน้ำ

การที่รถแล่นผ่านแอ่งน้ำแม้จะมีขนาดเล็ก นั่นมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้รถของคุณเกิดอาการเหินน้ำ นอกจากนั้นหากคุณขับรถลงแอ่งน้ำด้วยล้อข้างใดข้างหนึ่ง ถึงแม้ว่าคุณอาจจะไม่เหินน้ำ รถของคุณก็อาจจะสะบัดจนหมุนแทน ดังนั้นการหลีกเลี่ยงการขับลงแอ่งน้ำบนถนนจึงเป็นวิธีป้องกันการเหินน้ำที่ดีที่สุด

แต่ถึงแม้ว่าคุณจะปฏิบัติตามวิธีป้องกันการเหินน้ำตามข้างต้น และระมัดระวังในการขับขี่มากมายขนาดไหนก็ตาม คุณก็ยังจะมีโอกาสได้เจอกับการเหินน้ำอยู่ดี และถ้าหากคุณเจอกับสถานการณ์อย่างนั้น คุณจะต้องทำอย่างไรเพื่อเอาตัวรอดจากมัน?

ที่มาภาพ : valleydrivingschool.com

วิธีกอบกู้วิกฤตจากสถานการณ์เหินน้ำ

  • ยกคันเร่ง

เมื่อคุณสัมผัสได้ว่ารถของคุณกำลังเหินน้ำ คุณต้องยกเท้าออกจากคันเร่งทันที และห้ามใช้เบรกอย่างหนักโดยเด็ดขาด การเบรกอย่างหนักจะทำให้รถของคุณหมุนและทำให้สถานการณ์นั้นย่ำแย่ลงไปอีก

  • หักพวงมาลัยไปยังทิศทางที่รถกำลังเหินน้ำไป

มันอาจจะฟังดูขัดแย้งไม่น้อย แต่การที่คุณหักพวงมาลัยไปยังทิศทางที่รถกำลังเหินน้ำไปจะช่วยให้คุณดึงการควบคุมรถกลับมาได้อีกครั้ง หรือคุณอาจจะต้องหักพวงมาลัยซ้ายขวาไปมาเล็กน้อย เพื่อหาจุดที่ยางจะกู้คืนการยึดเกาะกลับคืนมา

  • รอจังหวะจนกว่ายางจะเกาะถนนอีกครั้ง

เมื่อคุณทำตาม 2 ข้อข้างต้นแล้ว คุณจะต้องจับสัมผัสที่ยาง ซึ่งมันจะส่งสัญญาณออกมาอย่างชัดเจนในจังหวะที่การยึดเกาะกลับคืนมา ถึงตอนนั้นคุณจะสามารถกลับมาควบคุมรถได้ตามปกติอีกครั้ง

การเหินน้ำนั้นเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัว แต่ถ้าหากคุณทำตามการป้องกันเบื้องต้น ขับขี่ด้วยความเร็วที่ปลอดภัย และตรวจสภาพยางรถยนต์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพียงเท่านี้มันก็จะลดโอกาสที่คุณจะได้เจอกับการเหินน้ำไปได้มากเลยทีเดียว

อ้างอิง : driving-tests.org

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...