โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

"อาคม" เตรียมออกมาตรการใหม่ ไม่เหวี่ยงแห เน้นช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 มิ.ย. 2565 เวลา 07.52 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2565 เวลา 02.14 น.
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง

รมว.คลัง รับโจทย์รองนายกฯ ช่วยเหลือประชาชนโดนผลกระทบโควิด-ราคาพลังงาน เร่งสรุปสัปดาห์ที่ 3 เดือน มิ.ย.นี้ เน้นช่วยเฉพาะกลุ่ม ลดค่าใช้จ่ายดูแลวินมอเตอร์ไซค์ต่อ ส่วน “คนละครึ่ง เฟส 5” ส่งสัญญาณชะลอออกไป ชี้เม็ดเงินมีจำกัด เน้นออกมาตรการดูแลถูกฝาถูกตัว

วันที่ 13 มิถุนายน 2566 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้รับโจทย์จาก นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้พิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยรูปแบบจะเป็นการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิด และผู้ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือแนวทางกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งจะต้องได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน มิ.ย.นี้

“ช่วงที่โดนโควิดกระทบ ก็มีผลต่อกำลังซื้อ แต่เรื่องน้ำมันรายได้ยังมี แต่กำลังในการเติมน้ำมันนั้นน้อยลง จึงอยากช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มประชาชนฐานราก อย่างกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ จะดูว่าจะสามารถช่วยเหลือต่อไปได้อย่างไรบ้าง เช่น เป็นการลดค่าใช้จ่าย แต่จะต้องเป็นวินมอเตอร์ไซค์ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก ดังนั้น มาตรการที่เหวี่ยงแหแบบทั่วไปก็คงลดน้อยลง”

ส่วนโครงการคนละครึ่ง เฟส 5 ไม่ได้ดำเนินการด้วยงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่ใช้งบจากเงิน พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งการกู้เงินก็มีเหตุผลที่จะต้องกู้มาเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ซึ่งสามารถทำได้ อย่างไรก็ดี เมื่อเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวกลับมา ความจำเป็นในการออกมาตรการอาจจะลดน้อยลงไป และการออกคนละครึ่งจะต้องช่วยเหลือรวมทั้งในกลุ่มบัตรคนจนด้วย ซึ่งใช้งบประมาณค่อยข้างมาก

“ความจำเป็นที่จะใช้มาตรการในช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นกลับเข้ามา จะต้องเน้นทำให้ถูกฝาถูกตัวมากขึ้น เพราะทุกประเทศก็ต้องดูรายได้ของรัฐบาล จะใช้จ่ายเหมือนเดิมไม่ได้ ซึ่ง พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติม 5 แสนล้านบาท มีวงเงินเหลืออยู่ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท อาจจะไม่เพียงพอ เพราะการใช้งบประมาณในการออกมาตรการแต่ละครั้ง 3-5 หมื่นล้านบาท”

ขณะที่ข้อจำกัดของรายได้ต้องปรับทางด้านนโยบายการคลังให้เข้าสู่ภาวะปกติ เพราะรับหนี้เข้ามาจาก พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 2 ฉบับกว่า 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งมีการพูดถึงมาโดยตลอดว่า เมื่อหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น จะมีแนวทางหารายได้เพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งเป็นโจทย์ แต่วงเงินจาก พ.ร.ก. ได้นำได้เยียวยา 6.6 แสนล้านบาท ซึ่งในแง่ภาครัฐก็ช่วยเหลือจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเยียวยาผู้อยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 33, 39 และ 40 ที่เป็นอาชีพอิสระ ฉะนั้น ในระยะต่อไปจะต้องหารายได้เพิ่มขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...