โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระพิฆเนศในอินเดีย ผีช้างจากสุวรรณภูมิ | สุจิตต์ วงษ์เทศ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 17 พ.ย. 2565 เวลา 01.22 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2565 เวลา 06.00 น.

พระพิฆเนศ คือ มหาเทพทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดูของชาวอารยันในอินเดีย มีต้นตอจากการนับถือผีช้างทางศาสนาผีของชาวมุนดะในอินเดียใต้ซึ่งอพยพโยกย้ายไปจากสุวรรณภูมิ

ศาสนาผีมีก่อนศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ดังนั้น ผีช้างได้รับการนับถือก่อนเทพต่างๆ ทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เป็นเหตุให้ต่อมาเมื่อชาวอินเดียนับถือพระอีศวรและพระนารายณ์เป็นใหญ่ต้องพากันเคารพนบไหว้พระพิฆเนศเป็นลำดับแรกเสียก่อน เสร็จแล้วจึงกราบพระอีศวรกับพระนารายณ์ ทั้งนี้เพราะพระพิฆเนศคือผีช้างเป็นที่เคารพนับถือมาก่อนที่จะมีการนับถือมหาเทพอื่นๆ

ข้อมูลความรู้นี้สรุปจากหนังสือ พระพิฆเนศ มหาเทพฮินดูชมพูทวีปและอุษาคเนย์ ของ ไมเคิล ไรท (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2548)

ชาวอารยัน พูดตระกูลภาษาอินโด-ยูโรเปียน (หรือ อินโด-อารยัน) อพยพโยกย้ายไปจากทุ่งหญ้าในเอเชียกลางเข้าสู่อินเดียเหนือ หลังจากนั้นจึงรู้จักการนับถือผีช้างของชาวมุนดะในอินเดียใต้

ชาวมุนดะ พูดตระกูลภาษามอญ-เขมร (หรือ ออสโตรเอเชียติก) นับถือผีช้างและชำนาญการจับช้างป่ามาฝึกใช้งาน ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เชื่อกันว่าอพยพโยกย้ายไปจากสุวรรณภูมิ แล้วตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนในอินเดียใต้ทางอ่าวเบงกอลเมื่อหลายพันปีมาแล้ว

ชาวอารยันกับชาวมุนดะอพยพโยกย้ายไปตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนในอินเดียไล่เลี่ยหรือคราวเดียวกันอย่างน้อย 4,000-3,000 ปีมาแล้ว David Reich บอกไว้ในหนังสือ Who We Are and How We Got Here (แปลเป็นภาษาไทยในชื่อ ดีเอ็นเอปฏิวัติ โดยก้อง พาหุรักษ์ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2565 หน้า 208)

ถ้าเป็นจริงทั้งหมดตามที่ยกสรุปมานี้ก็เท่ากับพระพิฆเนศมีกำเนิดจากการนับถือผีช้างของชาวสุวรรณภูมิ เพราะชาวสุวรรณภูมิดั้งเดิมทุกชาติพันธุ์ล้วนชำนาญการจับช้างป่าและนับถือผีช้าง**

จับช้างป่า

ผีช้างสุวรรณภูมิมีต้นตอจากการยกย่องนับถือช้างเป็นสัตว์มีพลังเฮี้ยนและมีคุณ ซึ่งเห็นจากคนสุวรรณภูมิบางพวกเรียกตนเองอย่างนอบน้อมยอมเป็นลูกของช้างว่า “ลูกช้าง” มีพิธีกรรม “เลี้ยงผีช้าง” เพื่อขอความอุดมสมบูรณ์ในพืชพันธุ์ว่านยาข้าวปลาอาหารและวาดรูปไว้บนเพิงผา (ที่ผาแต้ม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี)

ชาวสุวรรณภูมิมีพิธีกรรมขอขมาเมื่อไปจับช้างป่ามาฝึกใช้งานหนัก ซึ่งเรียกตามภาษาท้องถิ่นแม่น้ำมูลในอีสานใต้ว่า “โพนช้าง” หมายถึงกิจกรรมขี่หลัง “ช้างต่อ” ไล่จับ “ช้างป่า” (“ต่อ” หมายถึงสัตว์เลี้ยงไว้เพื่อนำไปล่อสัตว์ป่าชนิดเดียวกันให้ติดกับดักเพื่อจับสัตว์ป่านั้น เช่น นกต่อ, ไก่ต่อ เป็นต้น)

“โพน” เป็นคำยืมจากภาษาเขมรว่า “โพล” [โพล (อ่าน โปล) แปลว่า พูด, บอก, บ่น, ว่า, แถลง, แสดง, บอกบทพากย์ (พจนานุกรมเขมร-ไทยฯ พ.ศ.2323 หน้า 448)] แล้วกลายรูปเป็นโพน [ไทยยืมคำเขมร “โพล” ใช้ว่าโพนทะนา (หมายถึง นินทาว่าร้ายหรือกล่าวโทษต่อสาธารณะ)] โพนช้างจึงมีความหมายหลายอย่างดังนี้

1. ปรนเปรอและโอ้โลมเกลี้ยกล่อมช้างต่อ เพื่อให้มีกำลังแข็งแรงพร้อมปะทะช้างป่า

2. วิงวอนร้องขอต่อผี (คืออำนาจเหนือธรรมชาติ) ด้วยคำคล้องจองในพิธีเซ่นผีขอให้ปัดเสนียดจัญไรในการจับช้างป่า

3. เกลี้ยกล่อมโอ้โลมช้างป่าที่คล้องได้แล้วด้วยคำคล้องจอง ให้หยุดเกรี้ยวกราดอาละวาดวุ่นวายจะได้อยู่ดีกินดี

ชาวกูย (หรือกวย, ส่วย) เป็นกลุ่มชำนาญการโพนช้างซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วไปปัจจุบัน คนกลุ่มนี้พูดตระกูลภาษามอญ-เขมร มีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ลุ่มน้ำโขง-ชี-มูล เขตต่อเนื่องไทย-ลาว-กัมพูชา

การจับช้างป่าหรือโพนช้างมาฝึกเป็นช้างงาน แล้วใช้งานตามต้องการในความควบคุมของคนซึ่งถูกเรียกว่า “ควาญช้าง” เป็นวัฒนธรรมสุวรรณภูมิเมื่อหลายพันปีมาแล้ว (พบหลักฐานเก่าสุดขณะนี้เป็นลายนูนบนภาชนะสำริด พบที่โนนหนองหอ ต.นาอุดม อ.นิมคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร) มีเครื่องมือสำคัญเรียกประกำ [เป็นคำยืมจากภาษาเขมรว่าปฺรกำ (อ่าน ปฺรอ-กำ) (พจนานุกรมเขมร-ไทยฯ เล่ม 2 พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2521 หน้า 343) ในภาษาไทยมักเขียน “ปะกำ”] มีความหมายหลายอย่าง ได้แก่ ผี, เชือก, คน ดังนี้

ผีประกำ คือผีที่เฮี้ยนมากสิงในเชือกประกำ ซึ่งต้องมีพิธีเลี้ยงผีประกำทุกครั้งก่อนออกไปจับช้างป่า

เชือกประกำ หมายถึงเชือกฟั่นใช้ผูกช้างป่ามี 2 อย่าง คือ เชือกหนังทำจากหนังควาย และแส้หวาย เรียกแส้ประกำทำจากต้นหวาย

*หมอประกำ หมายถึงหมอช้างผู้ทำพิธีเลี้ยงผีประกำก่อนไปจับช้างป่า โดยปริยายเป็นผู้อาวุโสมีประสบการณ์สูงในการจับช้างป่า จึงได้รับยกย่องเป็นครูว่า “ครูประกำ” ซึ่งเป็นผู้รู้พิธีกรรม และเชื่อกันว่ารู้ภาษาช้างป่า (ซึ่งอยู่ในตระกูลภาษามอญ-เขมร) สามารถพูดจาเกลี้ยกล่อมต่อรองแล้วจับช้างป่าได้สำเร็จเสมอ*

ทมิฬ-มุนดะ-สุวรรณภูมิ

ชาวทมิฬเป็นคนพื้นเมืองดั้งเดิมของอินเดียใต้หลายพันหลายหมื่นปีมาแล้ว

ราว 3,000 ปีมาแล้ว ชาวมุนดะอพยพโยกย้ายจากสุวรรณภูมิไปอยู่อินเดียใต้โดยตั้งชุมชนบ้านเรือนปะปนกับชาวทมิฬ ทำให้ชาวทมิฬกับชาวมุนดะคุ้นเคยช้างป่าและการจับช้างป่ามาฝึกใช้งาน แล้วนับถือผีช้างเป็นใหญ่เรียก “เจ้าสมิงไพร” มีหัวเป็นช้าง (ไมเคิล ไรท 2548 หน้า 17)

ราว 2,500 ปีมาแล้ว หรือ พ.ศ.1 ชาวอินเดียได้รับข้อมูลข่าวสารจากชาวมุนดะจึงเสี่ยงโชคไปซื้อทองแดงจากดินแดนภาคพื้นอุษาคเนย์แล้วเรียกชื่อว่า “สุวรรณภูมิ” (แปลว่าดินแดนทองแดง) ขณะเดียวกันก็น่าจะเริ่มซื้อช้างงาน นับเป็นต้นตอ “ค้าช้าง” (ต่อไปข้างหน้า)

พระพิฆเนศถึงไทย

ผีช้างของชาวสุวรรณภูมิ (ผ่านทางชาวมุนดะ) ถูกชาวอารยัน-อินเดียยกย่องเป็นเทพทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู แล้วเรียก “พระพิฆเนศ” จากนั้นส่งต่อเข้าอุษาคเนย์แล้วถึงไทย ทำให้เกิดสิ่งใหม่เกี่ยวข้องกับผีช้างและพระพิฆเนศ (ซึ่งไม่พบในอินเดีย) เช่น พระเทพกรรม, พราหมณ์พฤฒิบาศ (รายละเอียดมีในบทความเรื่องพระคเณศ ครูช้างพราหมณ์สยาม ของศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ศิลปวัฒนธรรม ฉบับตุลาคม พ.ศ.2557 หน้า 34-39) ดังนี้

1. พระเทพกรรม หรือเทวกรรม เป็นเทพพื้นเมืองมีต้นตอจากผีประกำถูก“จับบวช” เข้าศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

2. พราหมณ์พฤฒิบาศ คือหมอประกำ หรือหมอผีช้างที่ถูก“จับบวช” เข้าศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

3. สังเวยและกล่อมช้าง วรรณกรรมมีขึ้นจากพิธีกรรมเข้าทรงผีช้าง แล้วดัดแปลงเข้ากับพระราชพิธีของราชสำนักสมัยอยุธยาหรือก่อนหน้านั้น •

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...