24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 22 กันยายน 2567
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 22 กันยายน 2567
>> ภารกิจระทึก กู้ภัยเร่งนำเรือออกช่วยเหลือ 2 สามี-ภรรยาลอยคอเกาะต้นยูคาลิปตัสกลางน้ำ หลังออกมายกยอหาปลา แล้วน้ำขึ้นไหลหลากฉับพลัน
06.30 น. หน่วยกู้ภัยบัวขาว ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามี มีเหตุน้ำท่วมฉับพลัน ทำให้ชาวบ้านที่ออกไปหาปลาถูกน้ำพัดไปติดกับต้นยูคาลิปตัส สถานที่เกิดเหตุ บริเวณลำห้วยส้มปอย ม.5 บ.บอนเขียว ต.นาขาม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์
ที่เกิดเหตุ พบผู้ประสบภัย เป็น 2 สามี-ภรรยา ติดอยู่กลางกระแสน้ำหลาก โดยผู้ประสบภัยทั้ง 2 ราย ได้เกาะอยู่บริเวณต้นยูคาลิปตัส เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการกู้ภัยทางน้ำ จึงนำเรือออกไปรับผู้ประสบภัยทั้ง 2 ราย เข้ามายังฝั่ง
เบื้องต้นทาง ภรรยา เล่าว่า ตนได้ไปยกยอหาปลาบริเวณข้างลำห้วยส้มป่อย หลังจากที่ไปถึงได้ไม่นาน ก็เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลัน ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและไหลแรง ตนจึงได้ตะโกนให้สามีเข้ามาช่วย ทางสามีได้นำเรือเข้ามาช่วย แต่ด้วยกระแสน้ำที่แรงเรือจึงได้ถูกน้ำพัดตามกระแสน้ำ โชคดีที่สามีจับต้นไม้ไว้ได้ทันจึงไม่ถูกกระแสน้ำพัดไปไกล ตนและสามีจึงได้ตะโกนขอความช่วยจากชาวบ้านที่อยู่แถวนั้น จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่เข้าให้มาช่วยเหลือจนปลอดภัย
>> นายกฯ ส่งมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค ช่วยเหลือปชช. จ.เชียงราย เน้นย้ำเร่งกำจัดดินโคลน เผยเงินเยียวยาก้อนแรกเริ่มจ่ายแล้ว
09.30 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ส่งมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค และอุปกรณ์ทำความสะอาด ที่ได้รับจากภาคเอกชน และหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้โครงการ “ประสานพลัง ประสานใจ” เพื่อส่งมอบให้กับประชาชนผู้ประสบภัยในจังหวัดเชียงราย โดยเครื่องบินกองทัพอากาศ (C130) พร้อมได้นำสิ่งของส่วนตัวมาสบทบ เพื่อนำไปมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยด้วย ซึ่งมีทั้ง ไม้กวาด ถังน้ำ จอบ พลั่ว แปรงขัดพื้น รวมไปถึงเสื้อผ้าเด็กอ่อน มาให้ด้วย
สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้ นายกฯ เป็นห่วงเรื่องดินโคลนที่จะต้องทำโดยรวดเร็ว ก่อนที่ดินจะแห้ง เร่งระดมสรรพกำลัง และวางกำลังคนไว้ในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ ฟื้นฟู ปชช. ภายหลังน้ำลด โดยสัปดาห์หน้าจะเข้าร่วมประชุม ศปช. เพื่อดูเรื่องการช่วยเหลือประชาชนให้มากและรวดเร็วยิ่งขึ้น
พร้อมเน้นย้ำ ความเป็นธรรมในการเยียวยาความเสียหาย เบื้องต้น เพื่อความรวดเร็ว จะใช้กรอบเดิมทยอยช่วยเหลือ และเร่งพิจารณาหลักเกณฑ์ใหม่ โดยจะพยายามนำทุกมาตรการความช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ให้ได้มากที่สุด รวมถึงกำชับไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า และหามาตรการเพื่อฟิ้นฟูการท่องเที่ยวต่อไปด้วย
>> ระเบิดซ้ำอีก 2 ลูก ใน ขสป.ฮาลา-บาลา ขณะ จนท. กำลังเข้าตรวจสอบ โชคดีไร้บาดเจ็บ
10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีคนร้าย 10 กว่าคนบุกจับเจ้าหน้าที่มัดมือมัดเท้า แล้วเผาบ้านพักเสียหายวอด ภายในสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา ก่อนจะหลบหนีไป
ซึ่งต่อมา ขณะเจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา (สนง.ขสป.) เกิดระเบิดขึ้น 1 ลูก และเวลา 11.03 น. มีรายงานอีกว่า เกิดระเบิดซ้ำอีกลูกที่ 2 ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะมีลูกที่ 3 ทั้งนี้ เหตุระเบิดทั้ง 2 ครั้ง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
โดยตลอดทั้งวันนีั หน่วยกำลังพร้อมชุด EOD เข้าเคลียร์พื้นที่บนเส้นทางจนถึง สนง.ขสป.ฮาลาบาลา เนื่องจากคนร้ายใช้รถกระบะตอนครึ่ง ยี่ห้อ อีซูซุ สีบรอนซ์เทา ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ก่อเหตุยิงประชาชนในพื้นที่ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ทำให้ทุกหน่วยเฝ้าระวังการก่อเหตุในพื้นที่รับผิดชอบ ตามคำสั่ง ผอ.รมน.ภาค 4
>> ปภ. ยังมี "น้ำท่วม" ในพื้นที่ 8 จังหวัด เร่งระดมสรรพกำลังให้ความช่วยเหลือ
10.15 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ลำปาง ตาก พิษณุโลก หนองคาย นครพนม พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี รวม 25 อำเภอ 121 ตำบล 565 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 16,960 ครัวเรือน ส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่พร้อมดูแลให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวมถึงเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายให้กลับคืนสู่สภาพปกติอย่างต่อเนื่องและเต็มกำลัง
รายงานว่าในระหว่างวันที่ 16 ส.ค. – 22 ก.ย. 67 เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 32 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองคาย นครพนม บึงกาฬ หนองบัวลำภู ปราจีนบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ระยอง ชุมพร ภูเก็ต ยะลา นครศรีธรรมราช พังงา ตรัง และสตูล รวม 172 อำเภอ 753 ตำบล 3,962 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 158,066 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตรวม 46 ราย และได้รับบาดเจ็บรวม 24 คน ซึ่งปัจจุบัน ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ลำปาง ตาก พิษณุโลก หนองคาย นครพนม พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี รวมพื้นที่ได้รับผลกระทบ 25 อำเภอ 121 ตำบล 565 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 16,960 ครัวเรือน
>> เหตุไฟไหม้ ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยอง
12.25 น. ได้รับแจ้งจากสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ว่าได้เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณภายในอาคาร 4 ของบริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด ทิศทางลมพัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และประกาศภาวะฉุกเฉินระดับ 2 ของโรงงาน
ในเวลาต่อมา เวลา 12.30 น. ทีมดับเพลิงเทศบาลเมืองมาบตาพุดและเจ้าหน้าที่ศูนย์EICออกตรวจสอบพื้นที่ โดยมีหน่วยงานสนับสนุนจุดเกิดเหตุดังนี้ รถดับเพลิงชนิดสารเคมี จากบริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด และบริษัท ไทยโพลีเอสเทอร์ลีน จำกัด รวมจำนวน 3 คัน เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 30 นาย
ต่อมา เจ้าหน้าที่ สามารถควบคุมเพลิงและปิดวาว์ลถังสาร VCM ได้เรียบร้อยและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบชุมชนที่ได้รับผลกระทบ โดยผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศชุมชนบ้านพลงอยู่ในเกณฑ์ปกติและทางบริษัทประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉินเหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติ จากเหตุการณ์ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต
สำหรับจุดให้บริการ ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลเมืองมาบตาพุด ตึก M มีผู้มารับบริการจำนวน 1 คน เป็นผู้หญิง มีอาการปวดหัว แสบจมูก เจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว
>> รถ จยย.ชนกับรถพ่วง ผู้บาดเจ็บ 2 รายอาการสาหัสและหมดสติ อาสากู้ชีพ-กู้ภัยเร่งช่วยเหลือนำส่ รพ.
14.00 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา ได้รับแจ้งอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก 18 ล้อ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ช่วงบริเวณแยกศรีราชาฮาเบอร์ พื้นที่ ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า เฟรช สีเทา ล้มคว่ำสภาพพังเสียหาย อยู่ติดกับรถพ่วง 18 ล้อ ใกล้กันพบว่ามีผู้บาดเจ็บเป็นชาย 2 ราย โดยรายแรก มีบาดแผลฉีกขาดที่ศีรษะ มีเลือดออกที่ปากออกจมูก อยู่ในอาการซึมไม่ทำตามคำสั่ง และรายที่ 2 มีบาดแผลฉีกขาดที่ศีรษะ และบาดแผลฉีกขาดฉกรรจ์ที่หัวเข่าด้านขวา หมดสติปลุกไม่ตื่น แต่ยังมีชีพจร ทีมปฏิบัติการฉุกเฉินจึงเร่งรัดในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งประสานร้องขอทีมกู้ชีพมาร่วมดำเนินการ ก่อนเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายนำส่ง รพ.สมเด็จฯ ณ ศรีราชา
>> แถลงการณ์ ฉบับที่ 1 กรณีเพลิงไหม้ สารเคมีรั่วไหล สามารถควบคุมสถานการณ์ให้เบาบางลงแล้ว
15.27 น. บริษัทไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ได้ตรวจพบการรั่วไหลของสารตั้งต้นในกระบวนการผลิตพีวีซี ณ โรงงานไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ถนนไอ-หนึ่ง ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง โดยบริษัทฯ ได้ตัดแยกระบบเพื่อควบคุมการรั่วไหลในทันที และอยู่ระหว่างจัดการเก็บสารเคมี
ทั้งนี้ การรั่วไหลของสารดังกล่าวทำให้เกิดเพลิงไหม้และกลุ่มควัน ขณะนี้ บริษัทฯ สามารถควบคุมสถานการณ์ให้เบาบางลงแล้ว เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต โดยบริษัทฯ จะแจ้งคืบหน้าให้ทราบต่อไป อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ขอให้ชุมชนที่อยู่ในทิศทางลมหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน หรือสวมใส่หน้ากากอนามัยหากจำเป็น
บริษัทฯ ขออภัยในความไม่สะดวกต่างๆ และจะพยายามอย่างเต็มที่ในการควบคุมสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของชุมชน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุมชุมสัมพันธ์ ลงพื้นที่เพื่อดูแล ชี้แจง และรับฟัง ความคิดเห็นของชุมชน บริเวณโดยรอบโรงงาน
>> รถบรรทุก เบรกขัดข้อง ชนยับ 16 คัน บนทางพิเศษกาญจนาภิเษก บาดเจ็บระนาว
16.55 น. ได้เกิดอุบัติเหตุรถชนกันหลายคัน บนทางด่วนกาญจนาภิเษก สายบางพลี-สุขสวัสดิ์ หลักกิโลเมตร 18+500B ฝั่งมุ่งหน้าไปบางนา บางพลี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดกั้นการจราจรกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อเร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเร่งเคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บรวมทั้งหมด 17 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงสามารถเปิดช่องทางการเดินรถได้บางส่วน กู้ภัยทางด่วนต้องระดมรถยกเข้าเคลื่อนย้ายรถทั้งหมดลงจากทางด่วนเพื่อเปิดการจราจร
ทั้งนี้ เพจ สนามข่าวเมืองปราการ ได้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ พบว่ารถกำลังชะลอตัวต่อแถวอยู่บนทางด่วนกาญจนาภิเษก ช่วงลงจากสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาไม่ไกลซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การจราจรหนาแน่นมาก ปรากฏว่ามีรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์คันหนึ่ง ขับลงมาจากสะพานข้ามแม่น้ำด้วยความเร็วและเบรกไม่อยู่ ชนท้ายรถที่จอดติดอยู่จำนวนหลายคัน สำหรับรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย รวมแล้วทั้งหมด 16 คัน
>> สาวประเภทสอง ตกคอนโดฯ กู้ภัยสุดยื้อชีวิตก่อนสิ้นใจ พบมีหมายจับคดีค้ามนุษย์
17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนพลัดตกจากที่สูง ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 12 ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยไตรคุณธรรมชลบุรี
ที่เกิดเหตุเป็นคอนโดสูง 6 พบผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทราบชื่อคือ นายตะวัน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง ชาว จ.สุราษฎร์ธานี อยู่ในสภาพคว่ำหน้า กู้ภัยพยายามปฐมพยาบาลเพื่อยื้อชีวิตแต่ไม่เป็นผล ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้สอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลที่ได้รับ พบว่า ผู้ตายมีหมายศาลในข้อหาค้ามนุษย์ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน
>> ไฟไหม้บ้านเรือนย่านซอยจรัญสนิทวงศ์ 32 ห้องพระเสียหายวอด จนท.คาดจุดธูปเทียนทิ้งไว้
21.42 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 32 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้เสียหายโต๊ะหมู่บูชาพระ ลุกลามกองเสื้อผ้าและฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 5 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดการจุดธูปเทียนทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นเพศชาย จำนวน 3 ราย รายที่ 1 มีอาการไฟลวกบริเวณด้านข้างลำตัวเล็กน้อย รายที่ 2 มีอาการสำลักควัน ไม่ต้องการไปโรงพยาบาล รายที่ 3 มีอาการถูกกระแสไฟฟ้าดูด อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลศิริราช พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์
>> จ.เลย ท่วมรอบที่ 4 ฝนถล่มนาด้วง น้ำป่าหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ขนของหนีโกลาหล
22.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฝนตกติดต่อกัน 2 ชั่วโมงที่ อ.นาด้วง จ.เลย ผลมาจากพายุซูลิก จนเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ช่วงบ้านผาเจริญ ต.ท่าสะอาด อ.นาด้วง จ.เลย
ซึ่งน้ำป่าดังกล่าวได้ไหลหลากเข้าช่วงถนนสายเลย-นาด้วง ช่วงบ้านผาเจริญ ก่อนเข้าหมู่บ้าน มวลน้ำได้ไหลลงมาจากภูเขาที่อยู่ด้านหลังหมู่บ้าน ทะลักลงมาท่วมบ้านเรือนประชาชนที่เป็นร้านขายอุปกรณ์การยาง และมวลน้ำได้ไหลข้ามถนนเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ซึ่งชาวบ้านได้ขนของหนีน้ำกันอย่างโกลาหล
นางแนล เจ้าของร้านโกดังชาวสวน เล่าว่า รอบนี้เป็นรอบที่ 4 แล้ว ที่น้ำป่าทะลักท่วมร้านอย่างหนักในครั้งนี้ น้ำป่าได้ไหลมาพร้อมกับเศษขยะอุดท่อระบายน้ำ น้ำจึงเออไหลเข้าท่วมร้าน คลองก็ตื้นเขิน
>> วิ่งราวทรัพย์ปากซอยลาดพร้าว 71 ได้สร้อยทองหนัก 2 บาท
00.30 น. ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ตำรวจ 191 แจ้งว่า มีคนร้ายชาย 1 ราย ผมยาว ไม่สวมเสื้อ ก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท ของผู้เสียหายบริเวณปากซอยลาดพร้าว 71 หลังก่อเหตุวิ่งหลบหนีข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม พื้นที่ สน.โชคชัย
พลเมืองดี เล่าว่า ระหว่างที่ตนเองขับขี่รถจักรยานยนต์ ใช้เส้นทางถนนลาดพร้าว ฝั่งขาออก มาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ เห็นผู้เสียหายเป็นผู้หญิง ร้องขอความช่วยเหลือ และชี้ไปทางผู้ชาย 1 คน ไม่สวมเสื้อ กางเกงขาสั้น ผมยาวฟูๆ คล้ายคนเร่ร่อน บอกว่าเป็นคนร้ายวิ่งราวสร้อยข้อมือ หนัก 2 บาทไป แต่คนร้ายได้วิ่งข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม ตนเองจึงขับติดตามไปไม่ทัน ล่าสุดผู้เสียหายพบเจ้าหน้าที่แล้ว
>> น้ำป่าไหลหลากเข้าพื้นที่ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง อาสากู้ภัยเร่งช่วยเหลือ, อพยพประชาชน
03.00 น. รับแจ้งจาก สมาคมกู้ภัยลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่ ยังคงทำการช่วยเหลืออพยพผู้ประสบภัยน้ำป่าไหลหลากเข้าบ้านเรือนประชาชน พื้นที่ ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เบื้องต้นทราบว่า ยังมีประชาชนต้องการให้ทำการอพยพจำนวนหลายราย