เผ่าภูมิ ยัน “ดิจิทัลวอลเล็ต” กระตุ้นเศรษฐกิจได้ 1.3-1.8% แม้หั่นงบฯ เหลือ 4.5 แสนล้านบาท
เผ่าภูมิ ยัน ดิจิทัลวอลเล็ต กระตุ้นเศรษฐกิจได้ 1.3-1.8% แม้หั่นงบฯ เหลือ 4.5 แสนล้านบาท เพราะปรับเงื่อนไขให้เงินหมุนเวียนในประเทศมากขึ้น ชี้ตัวเลขผู้เข้าร่วมโครงการที่ 80-90% อยู่ในประมาณการเศรษฐกิจเดิมอยู่แล้ว
11 ก.ค. 2567 ดร. เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2567 คณะอนุกรรมการกำกับโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน ดิจิทัลวอลเล็ต ได้มีมติปรับลดวงเงินโครงการเหลือ 450,000 ล้านบาท และ อาจไม่ใช้แหล่งเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ว่า
การปรับลดขนาดวงเงินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเหลือ 450,000 ล้านบาท เป็นการพิจารณาจากการประเมินโครงการเก่าๆ ของภาครัฐ ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนไม่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการครบ 100% ขณะที่มีข้อกังวลจากหน่วยงานตรวจสอบว่าไม่ควรตั้งงบประมาณมากเกินไปเนื่องจากจะส่งผลเสียต่อโอกาสการพัฒนาประเทศด้านอื่นจึงได้ตั้งงบประมาณให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง
“โครงการที่ผ่านมาของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็น ชิมช้อปใช้ หรือโครงการอื่นๆ ไม่ได้มีคนเข้ามาใช้สิทธิเต็ม 100% ส่วนมากจะอยู่ที่ประมาณ 80% ดังนั้นเราจึงตั้งงบประมาณให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง”
ทั้งนี้ ยังคงยืนยันว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 1.3-1.8% ตามประมาณการเดิมของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เนื่องจากในการประมาณการเศรษฐกิจได้ประเมินผู้เข้าร่วมโครงการที่ 80-90% ตั้งแต่แรก
“เราคาดว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ที่ 1.3-1.8% เพราะการประเมินผลของโครงการดิจิทัลวอลเล็ตต่อ GDP เราใช้ฐานผู้เข้าร่วมโครงการที่ 40 กว่าล้านคนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่ได้คาดว่าคนจะเข้ามาที่ 50.7 ล้านคน และหากใครประเมินเศรษฐกิจจากสิ่งนี้ก็เป็นการประเมินที่ Over เกินไป อย่างไรก็ตามหากมีผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่า 40 ล้านคนจะมีงบประมาณรองรับเพียงพอและผลต่อเศรษฐกิจก็จะมากขึ้น”
ทั้งนี้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโครงการ โดยจะต้องกำหนดให้เงื่อนไขมีผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจมากที่สุด ซึ่งที่ประชุมคณะอนุกรรมการกำกับโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ก็ได้เปลี่ยนเงื่อนไขไม่ให้ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และ เครื่องมือสื่อสาร เพื่อทำให้เงินหมุนอยู่ในระบบเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น เนื่องจากสินค้ากลุ่มดังกล่าวมีสัดส่วนการนำเข้าสูงซึ่งหากเงื่อนไขระบุให้ซื้อได้จะทำให้เงินไหลออกนอกประเทศทันทีในรอบแรกที่ประชาชนใช้จ่าย
ดร. เผ่าภูมิ เปิดเผยถึงการยกเลิกใช้ธ.ก.ส. เป็นแหล่งเงินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า เข้าใจว่าคณะกรรมการธ.ก.ส. ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้ โดยหากการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตชุดใหญ่ในวันที่ 15 ก.ค. 2567 มีมติให้ใช้แหล่งเงินตามที่คณะอนุกรรมการกำกับฯ เสนอ คือการใช้แหล่งเงินจากงบประมาณปี 2567 และ 2568 เท่านั้นก็หมายความว่า ไม่จำเป็นต้องใช้เงินจากธ.ก.ส.
📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ดิจิทัล วอลเล็ต ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌