จับตา BBL-BAY ประกาศงบ Q2 เย็นนี้ โบรกฯ คาดกำไรลดจากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ปัจจัยพื้นฐานแกร่ง ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ช่วงเย็นวันนี้ 2 หุ้นธนาคารขนาดใหญ่ของไทยอย่าง BBL หรือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ BAY หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) น่าจะประกาศงบไตรมาส 2/67 ออกมาให้ทราบกันแล้ว ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่ากำไรของทั้ง 2 หุ้นจะปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่ง จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
โดย BBL นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดว่าไตรมาส 2/67 จะมีกำไร 1 หมื่นล้านบาท ลดลง 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 5% จากไตรมาสก่อนหน้า เพราะรายได้ดอกเบี้ย (NII) ลดลง จากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ลดลงจากไตรมาส 1/67 เพราะการ repricing fixed deposit รวมถึงสินเชื่อยังลดลง จากสินเชื่อภาคธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อต่างประเทศ
นอกจากนี้ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ยังลดลงจากไตรมาส 2/66 และ 1/67 จาก Bancassurance และเงินลงทุน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน(OPEX) ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงปัจจัยฤดูกาล ด้านคุณภาพสินทรัพย์ NPL Ratio อยู่ที่ 3.10% เพิ่มจาก 3% ในไตรมาส 1/67 ตามความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์งยังให้คำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเป้าหมายปี 67 ที่ 170 บาท เพราะมีความเพียงพอของสำรองมากสุดในกลุ่มธนาคาร เห็นได้จาก Coverage Ratio คงระดับสูงที่ราว 270-280%
สำหรับ BAY บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดกำไรไตรมาส 2/67 อยู่ที่ 8.3 พันล้านบาท ลดลง 1.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 9.9% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยกำไรที่ปรับลดลงจากไตรมาส 2/66 มาจากการตั้งสำรองที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น
ส่วนการเติบโตจากไตรมาส 1/67 จากรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มสูงขึ้น โดยสินเชื่อเดือนพ.ค. ยังคงหดตัวเป็นเดือนที่ 6 แต่อัตราการลดน้อยกว่า 5 เดือนที่ผ่านมา ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรปี 67 ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท โต 3.7% จากปีก่อน มองว่า BAY ยังมีความเสี่ยงที่ NPL จะเพิ่มสูงขึ้น แต่การขยายธุรกิจไปในต่างประเทศจะช่วยลดความเสี่ยงได้ จึงคงราคาพื้นฐาน 29 บาท และแนะนำ ซื้อ