โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

อย่ามองข้าม! ทุเรียนไม่ควรกินคู่กับอะไร และต้องกินยังไงให้ดีต่อสุขภาพ

News In Thailand

เผยแพร่ 05 พ.ค. 2567 เวลา 03.42 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
อย่ามองข้าม! ทุเรียนไม่ควรกินคู่กับอะไร และต้องกินยังไงให้ดีต่อสุขภาพ

เรียกได้ว่า ช่วงนี้ฤดูผลไม่ไทยอย่าง ทุเรียน กำลังมาแรง และเป็นที่นิยมอย่างมาก ซึ่งได้รับการขนานนามว่าราชาแห่งผลไม้ เป็นผลไม่ที่อร่อยและมีทั้งประโยชน์และโทษ หากกินไม่ถูกวิธีก็เป็นอันตรายต่อชีวิตได้เหมือนกัน วันนี้เราจะ รวบรวมวิธีกินทุเรียนให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ และข้อควรระวังในการกินทุเรียน ดังนี้

ทุเรียนไม่ควรกินคู่กับอะไรบ้าง ?

1.ห้ามกินทุเรียนกับน้ำอัดลม

ทุเรียนกับน้ำอัดลมไม่ควรกินคู่กัน เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลและไขมันสูง กินแล้วย่อยยาก ขณะที่น้ำอัดลมรสหวานก็มีน้ำตาลสูงมากและมีกรดคาร์บอนิก หากกินคู่กันนอกจากจะทำให้แน่นท้องหรือท้องอืดแล้ว ร่างกายจะได้รับน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งหากป่วยเป็นเบาหวานหรือโรคหัวใจก็อาจถึงขั้นช็อกได้ แต่สำหรับคนปกติ การที่น้ำตาลสะสมในร่างกายมาก หากเผาผลาญได้ไม่หมดก็จะกลายเป็นไขมัน ทำให้ร่างกายอ้วนขึ้นได้โดยง่าย

2.ห้ามกินทุเรียนกับลำไย

สาเหตุที่ไม่ควรกินทุเรียนคู่กับลำไย เพราะลำไยและทุเรียนต่างก็เป็นผลไม้น้ำตาลสูง กินแล้วให้พลังงานมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ร้อนในได้เหมือนกัน ดังนั้น ทางที่ดีอย่ากินทุเรียนกับลำไยจะดีกว่า โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่จำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเคร่งครัด เพราะอาจเป็นอันตรายกับชีวิตได้

3.ไม่ควรกินทุเรียนกับผลไม้หวานจัด

นอกจากลำไยแล้ว ผลไม้น้ำตาลสูงชนิดอื่น อาทิ ลิ้นจี่ เงาะ ขนุน มะม่วงสุก ก็ไม่ควรจับคู่กินด้วยกันกับทุเรียน เพราะร่างกายจะได้น้ำตาลในปริมาณสูงมาก ๆ ในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งได้ในเวลาอันสั้น ซึ่งหากไม่ได้เผาผลาญก็จะเก็บสะสมและกลายเป็นไขมันในร่างกาย หรือหากป่วยเป็นเบาหวานก็อาจมีอาการวูบถึงขั้นหมดสติได้

4.ไม่ควรกินทุเรียนกับขนมหวาน

ปัญหาก็คือเรื่องปริมาณน้ำตาลอีกเช่นเคย ดังนั้น หากจะกินทุเรียนก็ควรเลี่ยงขนมหวาน ขนมปัง น้ำหวาน เบเกอรี่ทั้งหลายไปก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายได้น้ำตาลในปริมาณที่สูงจนเกินไป นอกจากนี้ เมนูที่มีปริมาณน้ำตาลสูงมาก อย่างเค้กทุเรียน หรือข้าวเหนียวทุเรียน ถ้าเลี่ยงได้ก็จะดีต่อร่างกายด้วย

5.ห้ามกินทุเรียนกับแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อย่างเหล้า เบียร์ ไวน์ ไม่ควรนำมากินคู่กับทุเรียนเด็ดขาด เนื่องจากทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ทำให้พลังงานสูง ขณะเดียวกัน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เองก็ให้พลังงานสูงและดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น จึงส่งผลให้กระบวนการเผาผลาญของร่างกายต้องทำงานหนัก ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น

นอกจากนี้ ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีกำมะถันมาก ซึ่งสารนี้ละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ เมื่อกินคู่กันจะทำให้เมาเร็ว ร่างกายจะเกิดความร้อนสูงมากกว่าปกติ และทำให้ขาดน้ำจนถึงจุดที่ระดับเกลือแร่ขาดสมดุลได้ อีกทั้งการกินทุเรียนกับเหล้าจะทำให้เอนไซม์กำจัดสารพิษที่ได้จากกระบวนการเผาผลาญแอลกอฮอล์ลดลง และอาจไปเสริมพิษของแอลกอฮอล์

นำไปสู่อาการไม่พึงประสงค์ เช่น รู้สึกร้อนวูบวาบ หน้าแดง วิงเวียน สั่น ง่วงซึม คลื่นไส้ และอาเจียน ในบางรายอาจมีปฏิกิริยารุนแรงจนก่อให้เกิดความผิดปกติต่อระบบหายใจ หัวใจล้มเหลว สมองทำงานผิดปกติ จนก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้เลย ทั้งนี้ อาการจะรุนแรงแค่ไหนขึ้นอยู่กับปริมาณที่รับประทาน และความสามารถของกระบวนการทำลายแอลกอฮอล์ในร่างกายของแต่ละคน

ทุเรียนควรกินยังไงให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ ?

สำหรับหลายคนเมื่อนึกถึงทุเรียน คงจะนึกถึงกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และรสชาติหวานมัน รวมถึงเนื้อที่นุ่มละมุน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทุเรียนเป็นผลไม้ที่เป็นที่รู้จักและนิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม แม้ทุเรียนจะมีรสชาติอร่อย มีประโยชน์ แต่ก็ต้องห้ามใจเอาไว้ไม่ควรให้กินเกิน 2 เม็ดต่อวัน และไม่ควรกินบ่อย ยิ่งกินทุกวันยิ่งไม่ควร เพราะนอกจากทุเรียนจะให้พลังงานและน้ำตาลสูงแล้ว หากกินบ่อย ๆ กินมาก ๆ อาจทำให้มีอาการร้อนในขึ้นมาได้

สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ควรจำกัดการกินทุเรียนวันละไม่เกิน 1 เม็ดเล็ก ส่วนโรคไตควรหลีกเลี่ยงการกินทุเรียนไปก่อน เพราะอาจทำให้อาการกำเริบได้ เนื่องจากร่างกายขับโพแทสเซียมจากทุเรียนไม่ทันจนทำให้มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...