โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘แอร์เอเชีย’ แผนท้ายปี67 พุ่งเป้านทท. 3ตลาดฟรีวีซ่า ดันผู้โดยสารระหว่างประเทศโตทุกด้าน

The Better

อัพเดต 24 ก.ค. 2567 เวลา 13.07 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2567 เวลา 17.05 น. • THE BETTER
แอร์เอเชีย เปิดอีก 6 เที่ยวบินใหม่ระหว่างประเทศในครึ่งหลังปี67 เจาะ นักเดินทาง 3 ตลาดฟรีวีซ่าจีน-อินเดีย-อาเซียน พร้อมบาลานซ์แผนเส้นทางบินรับความต้องการคนรุ่นใหม่หันจองตั๋วบินในนาทีสุดท้าย  

ธันย์สิตา อัครฤทธิภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ในครึ่งหลังของปี 2567 สายการบินแอร์เอเชีย วางแผนการทำตลาดเส้นทางการบินระหว่างประเทศให้มีความสมดุลและตรงกับปริมาณความต้องการในการเดินทางของผู้โดยสาร ที่จะชะลอตัวในช่วงไตรมาส3 และจะปรับเพิ่มสูงขึ้นนำไตรมาส 4 ที่เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว

ทั้งนี้ แอร์เอเชีย เตรียมแผนขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศใน 3 ตลาดหลักสำคัญ คือ จีน อินเดีย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จากอานิสงส์มาตรการฟรีวีซ่าในตลาดดังกล่าวทั้งหมด ที่อำนวยความสะดวกและคล่องตัวในการเดินทางระหว่างประเทศของผู้โดยสารทั้ง 3 กลุ่ม โดยเฉพาะประเทศจีนที่ให้ชาวไทยสามารถเดินทางพร้อมพำนักได้เป็นระยะเวลา 30 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า ไปตั้งแต่เดือนมี.ค. 2567 ที่ผ่านมา

ธันย์สิตา กล่าวว่า “มีผู้โดยสารคนไทยเดินทางไปประเทศจีนเป็นจำนวนมากขึ้นราว 60% หลังมาตรการฟรีวีซ่าจีนออกมา” พร้อมเสริมว่า “แผนดำเนินงานที่วางไว้ในครึ่งหลังของปีนี้จะยังสอดคล้องกับพฤติกรรมการเดินทางของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่พบว่าจะตัดสินใจจองบัตรโดยสารเครื่องบินเพื่อเดินทางในนาทีสุดท้ายมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทางตามลำพัง หรือ เอฟ.ไอ.ที (F.I.T) ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน”

ทั้งนี้จากพฤติกรรมการเดินทางดังกล่าว แอร์เอเชียมองว่าส่งผลดีให้กับการทำตลาดที่จะให้ความสำคัญในกลุ่ม F.I.T มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันขยายสัดส่วนเพิ่มเป็น 16% จากเดิม 10% จะเป็นนักท่องเที่ยวที่มาเป็นกลุ่ม หรือ จี.ไอ.ที (G.I.T)

โดยแอร์เอเชีย มีแผนเปิดเส้นทางบินใหม่ไปยัง 3 ตลาดดังนี้

ตลาดประเทศจีน จะเปิดอีก 2-3 เส้นทางบินใหม่ จากปัจจุบันให้บริการจำนวน 108 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ มีโหลดแฟคเตอร์ 92% ไปยัง 12 จุดหมายปลายทางเมืองสำคัญ คือ เซียงไฮ กวางโจว เสินเจิ้น ฉางชา เฉิงตู ซีอาน คุนหมิง ปักกิ่ง ฉงชิ่ง หางโจว อู่ฮั่น และซ่านโถว (ซัวเถา)

ตลาดอินเดีย จะเปิดเส้นทางบินไปยัง ไฮเดอราบัด (Hyderabad) และอีก 2-3 เส้นทางบินใหม่ จากปัจจุบันมีอัตราโหลดแฟคเตอร์ 91% ใน 11 เส้นทางบินไปยังจุดหมายปลายทางนครใหญ่ (Metro City) ดังนี้ โกลกาตา เชนไน ชัยปุระ โกจิ บังกาลอร์ คยา ลัคเนา อาห์มาดาบัด กูวาฮาติ วิสาขปัตนัม และ ติรุจิรัปปัลลิ ให้บริการ 53 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเตรียมเพิ่มอีก 4 เที่ยวบิน (ไฮเดอราบัด)

“เส้นทางใหม่ ดอนเมือง-ไฮเดอราบัด เป็นผลจากการที่ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเจรจาได้สิทธิการบินระหว่างไทย-อินเดีย เพิ่มที่นั่งเที่ยวบินระหว่างประเทศระหว่างกัน ซึ่งแอร์เอเชียได้โควตามาราว 40% จากจำนวน 7,000 ที่นั่ง ซึ่งเป็นโอกาสดีของแอร์เอเชียที่ได้ขยายเส้นทางบินไปยังเมืองใหญ่ของอินเดีย” ธันย์สิตา กล่าว

ตลาดอาเซียน เตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่ไปยังเกาะ ฟูก๊วก ประเทสเวียดนาม จากปัจจุบันให้บริการเที่ยวบินไปยัง 15 จุดหมายปลายเมืองสำคัญในภูมิภาค ดังนี้ สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ ยะโฮร์บาห์รู ปีนัง บาหลี พนมเปญ เสียมราฐ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ ย่างกุ้ง ฮานอย โฮจิมินห์ ดานัง ญางจาง

ธันย์สิตา เสริมว่า “ปัจจุบันเส้นทางภูเก็ต-เสียมราฐ เป็นเส้นทางที่เป็นความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติบินตรงจากภูเก็ตสู่เมืองมรดกโลกของกัมพูชา ซึ่งการเปิดเส้นทางบินนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวภูเก็ตได้เชื่อมโยงการเดินทางได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะที่เส้นทางเส้นทางบินตรงสู่กัมพูชา มี 3 เส้นทาง สู่ 2 เมือง ได้แก่ กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) - พนมเปญ และเสียมราฐ และเส้นทางล่าสุด ภูเก็ต-เสียมราฐ”

จากแผนเปิดเส้นทางบินใหม่ดังกล่าว แอร์เอเชีย ยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดด้วยโปรโมชั่น 2 เส้นทางบินใหม่กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) - ไฮเดอราบัด ประเทศอินเดีย ราคาเริ่มต้น 2,990 บาทต่อเที่ยวบิน และเส้นทางภูเก็ต-เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ราคาเริ่มต้น 1,550 บาทต่อเที่ยวบิน เริ่มจองได้ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2567 เพื่อใช้เดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2567 ถึงวันที่ 29 มีนาคม 2568

สำหรับการดำเนินงานของแอร์เอเชีย ยังเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่วางเป้าหมายนักเดินทางต่างชิมายังประเทศไทยในปีนี้ 40 ล้านคน จากใน 6 เดือนแรกของปีนี้มีนักเดินทางเข้ามาแล้วอยู่ที่ราว 17 ล้านคน

โดยแอร์เอเชียวางเป้าหมายรองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศเติบโตเพิ่มขึ้น 20-25% หรืออยู่ที่ 8-9 ล้านคน จากภาพรวมอยู่ที่ 21-22 ล้านคนในปีนี้โดยเป็นจำนวนที่ยังไม่กลับไปเทียบเท่ากับช่วงก่อนหน้าโควิดซึ่งมีผู้โดยสารอยู่ราว 22.15 ล้านคน

ธันย์สิตา กล่าวถึงภาพรวมตลาดเที่ยวบินระหว่างประเทศในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ที่ผ่านมา เทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2566 มีอัตราการเติบโตดังนี้

  • เส้นทางบินระหว่างประเทศ ขยายตัว 118% มีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) 89% โตกว่าช่วงโควิด 82%
  • ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)ขยายตัว 93% มีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) 89% โตกว่าช่วงโควิด 88%
  • ตลาดอินเดีย ขยายตัว 132% มีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) 91%) โตกว่าช่วงโควิด 116%
  • ตลาดจีน ขยายตัว 167% มีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor 92%) โตกว่าช่วงโควิด 55%
  • อื่นๆ ขยายตัว 179% มีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor 84%) โตกว่าช่วงโควิด 93%

โดยมี 3 กลุ่มประเทศนักเดินทางมากที่สุด ดังนี้

  • จีน 3.4 ล้านคน โดยมีผู้โดยสารสายการบินแอร์เอเชีย 4.48 แสนคน คิดเป็นสัดส่วน 15% ของนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมด
  • มาเลเซีย 4 ล้านคน โดยมีผู้โดยสารสายการบินแอร์เอเชีย 3.51 แสนคน คิดเป็นสัดส่วน 15% ของนักท่องเที่ยวมาเลเซียทั้งหมด
  • อินเดีย 1 ล้านคน โดยมีผู้โดยสารสายการบินแอร์เอเชียทั้งหมด 2.11 แสนคน คิดเป็นสัดส่วน 20% ของนักท่องเที่ยวอินเดียทั้งหมด

“ภาพรวมของเส้นทางบินระหว่างประเทศเติบโตขึ้นมาก มีปริมาณที่นั่ง (capacity) กลับมาใกล้เคียงปี 2562 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ เช่น มาตรการฟรีวีซ่า การเจรจาสิทธิการบิน ช่วยอำนวยความสะดวกให้การเดินทางง่ายขึ้น และประหยัดมากขึ้น จึงเป็นโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ออกไปสัมผัสประสบการณ์ในต่างประเทศมากขึ้น ทั้งนักท่องเที่ยวไทยที่ออกไปเที่ยวต่างประเทศ และต่างชาติที่เดินทางเข้าเมืองไทย” ธันย์สิตา กล่าว

โดยปัจจุบันแอร์เอเชีย มีส่วนแบ่งอันดับ 1 ตลาดการบินระหว่างประเทศ คิดเป็นสัดส่วนราว 40% ซึ่งเป็นการทำสถิติใหม่สูงสุด จากช่วงก่อนโควิด-19 มีส่วนแบ่งตลาดราว 32%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...