‘แอร์เอเชีย’ แผนท้ายปี67 พุ่งเป้านทท. 3ตลาดฟรีวีซ่า ดันผู้โดยสารระหว่างประเทศโตทุกด้าน
ธันย์สิตา อัครฤทธิภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ในครึ่งหลังของปี 2567 สายการบินแอร์เอเชีย วางแผนการทำตลาดเส้นทางการบินระหว่างประเทศให้มีความสมดุลและตรงกับปริมาณความต้องการในการเดินทางของผู้โดยสาร ที่จะชะลอตัวในช่วงไตรมาส3 และจะปรับเพิ่มสูงขึ้นนำไตรมาส 4 ที่เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว
ทั้งนี้ แอร์เอเชีย เตรียมแผนขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศใน 3 ตลาดหลักสำคัญ คือ จีน อินเดีย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จากอานิสงส์มาตรการฟรีวีซ่าในตลาดดังกล่าวทั้งหมด ที่อำนวยความสะดวกและคล่องตัวในการเดินทางระหว่างประเทศของผู้โดยสารทั้ง 3 กลุ่ม โดยเฉพาะประเทศจีนที่ให้ชาวไทยสามารถเดินทางพร้อมพำนักได้เป็นระยะเวลา 30 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า ไปตั้งแต่เดือนมี.ค. 2567 ที่ผ่านมา
ธันย์สิตา กล่าวว่า “มีผู้โดยสารคนไทยเดินทางไปประเทศจีนเป็นจำนวนมากขึ้นราว 60% หลังมาตรการฟรีวีซ่าจีนออกมา” พร้อมเสริมว่า “แผนดำเนินงานที่วางไว้ในครึ่งหลังของปีนี้จะยังสอดคล้องกับพฤติกรรมการเดินทางของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่พบว่าจะตัดสินใจจองบัตรโดยสารเครื่องบินเพื่อเดินทางในนาทีสุดท้ายมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทางตามลำพัง หรือ เอฟ.ไอ.ที (F.I.T) ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน”
ทั้งนี้จากพฤติกรรมการเดินทางดังกล่าว แอร์เอเชียมองว่าส่งผลดีให้กับการทำตลาดที่จะให้ความสำคัญในกลุ่ม F.I.T มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันขยายสัดส่วนเพิ่มเป็น 16% จากเดิม 10% จะเป็นนักท่องเที่ยวที่มาเป็นกลุ่ม หรือ จี.ไอ.ที (G.I.T)
โดยแอร์เอเชีย มีแผนเปิดเส้นทางบินใหม่ไปยัง 3 ตลาดดังนี้
ตลาดประเทศจีน จะเปิดอีก 2-3 เส้นทางบินใหม่ จากปัจจุบันให้บริการจำนวน 108 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ มีโหลดแฟคเตอร์ 92% ไปยัง 12 จุดหมายปลายทางเมืองสำคัญ คือ เซียงไฮ กวางโจว เสินเจิ้น ฉางชา เฉิงตู ซีอาน คุนหมิง ปักกิ่ง ฉงชิ่ง หางโจว อู่ฮั่น และซ่านโถว (ซัวเถา)
ตลาดอินเดีย จะเปิดเส้นทางบินไปยัง ไฮเดอราบัด (Hyderabad) และอีก 2-3 เส้นทางบินใหม่ จากปัจจุบันมีอัตราโหลดแฟคเตอร์ 91% ใน 11 เส้นทางบินไปยังจุดหมายปลายทางนครใหญ่ (Metro City) ดังนี้ โกลกาตา เชนไน ชัยปุระ โกจิ บังกาลอร์ คยา ลัคเนา อาห์มาดาบัด กูวาฮาติ วิสาขปัตนัม และ ติรุจิรัปปัลลิ ให้บริการ 53 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเตรียมเพิ่มอีก 4 เที่ยวบิน (ไฮเดอราบัด)
“เส้นทางใหม่ ดอนเมือง-ไฮเดอราบัด เป็นผลจากการที่ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเจรจาได้สิทธิการบินระหว่างไทย-อินเดีย เพิ่มที่นั่งเที่ยวบินระหว่างประเทศระหว่างกัน ซึ่งแอร์เอเชียได้โควตามาราว 40% จากจำนวน 7,000 ที่นั่ง ซึ่งเป็นโอกาสดีของแอร์เอเชียที่ได้ขยายเส้นทางบินไปยังเมืองใหญ่ของอินเดีย” ธันย์สิตา กล่าว
ตลาดอาเซียน เตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่ไปยังเกาะ ฟูก๊วก ประเทสเวียดนาม จากปัจจุบันให้บริการเที่ยวบินไปยัง 15 จุดหมายปลายเมืองสำคัญในภูมิภาค ดังนี้ สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ ยะโฮร์บาห์รู ปีนัง บาหลี พนมเปญ เสียมราฐ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ ย่างกุ้ง ฮานอย โฮจิมินห์ ดานัง ญางจาง
ธันย์สิตา เสริมว่า “ปัจจุบันเส้นทางภูเก็ต-เสียมราฐ เป็นเส้นทางที่เป็นความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติบินตรงจากภูเก็ตสู่เมืองมรดกโลกของกัมพูชา ซึ่งการเปิดเส้นทางบินนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวภูเก็ตได้เชื่อมโยงการเดินทางได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะที่เส้นทางเส้นทางบินตรงสู่กัมพูชา มี 3 เส้นทาง สู่ 2 เมือง ได้แก่ กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) - พนมเปญ และเสียมราฐ และเส้นทางล่าสุด ภูเก็ต-เสียมราฐ”
จากแผนเปิดเส้นทางบินใหม่ดังกล่าว แอร์เอเชีย ยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดด้วยโปรโมชั่น 2 เส้นทางบินใหม่กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) - ไฮเดอราบัด ประเทศอินเดีย ราคาเริ่มต้น 2,990 บาทต่อเที่ยวบิน และเส้นทางภูเก็ต-เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ราคาเริ่มต้น 1,550 บาทต่อเที่ยวบิน เริ่มจองได้ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2567 เพื่อใช้เดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2567 ถึงวันที่ 29 มีนาคม 2568
สำหรับการดำเนินงานของแอร์เอเชีย ยังเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่วางเป้าหมายนักเดินทางต่างชิมายังประเทศไทยในปีนี้ 40 ล้านคน จากใน 6 เดือนแรกของปีนี้มีนักเดินทางเข้ามาแล้วอยู่ที่ราว 17 ล้านคน
โดยแอร์เอเชียวางเป้าหมายรองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศเติบโตเพิ่มขึ้น 20-25% หรืออยู่ที่ 8-9 ล้านคน จากภาพรวมอยู่ที่ 21-22 ล้านคนในปีนี้โดยเป็นจำนวนที่ยังไม่กลับไปเทียบเท่ากับช่วงก่อนหน้าโควิดซึ่งมีผู้โดยสารอยู่ราว 22.15 ล้านคน
ธันย์สิตา กล่าวถึงภาพรวมตลาดเที่ยวบินระหว่างประเทศในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ที่ผ่านมา เทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2566 มีอัตราการเติบโตดังนี้
- เส้นทางบินระหว่างประเทศ ขยายตัว 118% มีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) 89% โตกว่าช่วงโควิด 82%
- ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)ขยายตัว 93% มีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) 89% โตกว่าช่วงโควิด 88%
- ตลาดอินเดีย ขยายตัว 132% มีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) 91%) โตกว่าช่วงโควิด 116%
- ตลาดจีน ขยายตัว 167% มีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor 92%) โตกว่าช่วงโควิด 55%
- อื่นๆ ขยายตัว 179% มีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor 84%) โตกว่าช่วงโควิด 93%
โดยมี 3 กลุ่มประเทศนักเดินทางมากที่สุด ดังนี้
- จีน 3.4 ล้านคน โดยมีผู้โดยสารสายการบินแอร์เอเชีย 4.48 แสนคน คิดเป็นสัดส่วน 15% ของนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมด
- มาเลเซีย 4 ล้านคน โดยมีผู้โดยสารสายการบินแอร์เอเชีย 3.51 แสนคน คิดเป็นสัดส่วน 15% ของนักท่องเที่ยวมาเลเซียทั้งหมด
- อินเดีย 1 ล้านคน โดยมีผู้โดยสารสายการบินแอร์เอเชียทั้งหมด 2.11 แสนคน คิดเป็นสัดส่วน 20% ของนักท่องเที่ยวอินเดียทั้งหมด
“ภาพรวมของเส้นทางบินระหว่างประเทศเติบโตขึ้นมาก มีปริมาณที่นั่ง (capacity) กลับมาใกล้เคียงปี 2562 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ เช่น มาตรการฟรีวีซ่า การเจรจาสิทธิการบิน ช่วยอำนวยความสะดวกให้การเดินทางง่ายขึ้น และประหยัดมากขึ้น จึงเป็นโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ออกไปสัมผัสประสบการณ์ในต่างประเทศมากขึ้น ทั้งนักท่องเที่ยวไทยที่ออกไปเที่ยวต่างประเทศ และต่างชาติที่เดินทางเข้าเมืองไทย” ธันย์สิตา กล่าว
โดยปัจจุบันแอร์เอเชีย มีส่วนแบ่งอันดับ 1 ตลาดการบินระหว่างประเทศ คิดเป็นสัดส่วนราว 40% ซึ่งเป็นการทำสถิติใหม่สูงสุด จากช่วงก่อนโควิด-19 มีส่วนแบ่งตลาดราว 32%