โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รมว.ต่างประเทศเผยผลเยือนกัมพูชา สัมพันธ์ใกล้ชิดยิ่งกว่าหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.ค. 2567 เวลา 06.37 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2567 เวลา 11.44 น.
มาริษ เสงี่ยมพงษ์

มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศเผยเยือนกัมพูชาประสบความสำเร็จด้วยดี มองไทย-กัมพูชาใกล้ชิดยิ่งกว่าหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ มุ่งต่อยอดความร่วมมือเป็นรูปธรรมในอนาคต

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเดินทางเยือนกัมพูชา ซึ่งได้เข้าเยี่ยมคาราวะสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนด นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา มีการหารือเต็มคณะกับนายซก เจินดาโซเพีย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงพบปะกับนักธุรกิจไทยในกัมพูชาและทีมประเทศไทยในกัมพูชา

รมว.ต่างประเทศกล่าวว่า การเยือนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี กัมพูชาให้เกียรติไทยเป็นอย่างมาก ได้พบกับผู้นำกัมพูชาระดับสูงสุด รวมถึงผู้ปฏิบัติ แสดงให้เห็นความมั่นคงและความไว้เนื้อเชื่อใจ สิ่งสำคัญที่สุดคือมีความต้องการอย่างยิ่งที่จะเห็นความสัมพันธ์ของประเทศทั้งสองประเทศที่ดีอยู่แล้วให้ยิ่งดีขึ้นไปอีกในทุก ๆ ระดับ

“การหารือก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ครอบคลุมสาขาความสัมพันธ์ในทุกมิติ และความร่วมมือในทุกด้าน การหารือในทุกระดับย้ำความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกัน มีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน ไทยก็แสดงออกให้ฝ่ายกัมพูชาเห็นชัดเจนว่าไทยให้ความสำคัญกับกัมพูชา ความสัมพันธ์ที่ดีในระดับผู้นำช่วยเสริมกันให้เกิดสิ่งที่เราอยากจะเห็น จึงเชื่อมั่นมากว่าความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาจะก้าวไปสู่ระดับที่สูงมาก ๆ ต่อไป ไม่ใช่แค่เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ แต่จะมีความใกล้ชิดกันประหนึ่งเป็นพี่น้อง เพราะเราก็เป็นประเทศที่มีความใกล้ชิดกันทางเชื้อชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม”

รัฐมนตรีกล่าวอีกว่า การเยือนครั้งนี้ยังได้ติดตามความคืบหน้าในสิ่งที่นายกรัฐมนตรีทั้งสองได้หารือกันในหลายโอกาส โดยเฉพาะการผลักดันความร่วมมือในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่แนบแน่นขึ้นไปในทุกมิติ ซึ่งคาดว่าภายในเดือนกันยายนนี้จะมีแผนปฏิบัติการ (Action Plan) และยุทธศาสตร์ (Strategy) ที่ชัดเจน

นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้ขอบคุณไทยที่ให้ความร่วมมือกับกัมพูชาในการเปิดสถานกงสุลใหญ่ที่สงขลา ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีได้ขอบคุณสำหรับการอำนวยความสะดวกในการเตรียมเปิดสถานกงสุลใหญ่ที่เสียมราฐ ซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงออกให้เห็นชัดเจนว่า ไม่เพียงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐจะดีเยี่ยมเท่านั้น แต่ความสัมพันธ์ระหว่างภาคเอกชนและภาคประชาชนที่แน่นแฟ้นก็แสดงให้เห็นผ่านเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันว่าจะพยายามเปิดสถานกงสุลใหญ่ให้ได้ภายในปีนี้

ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายต้องการจะบรรลุเป้าหมายด้านการค้าให้เพิ่มขึ้นเป็น 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน ทั้งยังต้องทำให้มั่นใจว่าตัวเลขนี้จะสะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศอย่างเป็นธรรมด้วย เพราะสองประเทศสามารถที่จะวิน-วินด้วยกัน ตนอยากเห็นการค้าและการลงทุนดำเนินไปด้วยกัน เพราะเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่ได้หารือมาก่อนแล้ว ซึ่งภาคเอกชนไทยก็มีบทบาทมาก

นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงการพัฒนาพื้นที่ชายแดนร่วมกัน หรือพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone : SEZ) ซึ่งเป็นจุดประสงค์ใหญ่ของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีเศรษฐาต้องการเห็นทั้งการค้าโดยธรรมชาติและการค้าชายแดนขยายตัวเพิ่มมากขึ้น การมี SEZ ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จะอำนวยความสะดวกทั้งเรื่องการค้าชายแดนและการลงทุน แต่ต้องไปหารือรายละเอียดทางเทคนิคอีกครั้งว่าจะขยายไปถึงระดับไหน โดยคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) จะดูแลเรื่องนี้ต่อไป

นายมาริษกล่าวอีกว่า การหารือยังครอบคลุมเรื่องการอำนวยความสะดวกในการข้ามแดนของประชาชนและสินค้าอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยไทยพร้อมร่วมกันโปรโมตให้นักท่องเที่ยวเดินทางข้ามแดนเพื่อไปท่องเที่ยวในกัมพูชาด้วย เมื่อเรามีความร่วมมือใกล้ชิด ความสัมพันธ์จะหยั่งรากลึกมากขึ้น จะช่วยกระตุ้นทั้งด้านเศรษฐกิจและการรวมตัวกันของประชาชนต่อประชาชนให้ยั่งยืนมากยิ่งขึ้นด้วย

“ชายแดนยังมีปัญหาอื่น ๆ ไม่ว่าปัญหาหมอกควัน ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ ออนไลน์สแกม การค้ายาเสพติด ไทย-กัมพูชาต้องกระชับความร่วมมือให้ใกล้ชิดมากขึ้น และบูรณาการแผนต่าง ๆ ให้สอดรับกันให้ได้”

รมว.ต่างประเทศบอกอีกว่า ยังได้หยิบยกเรื่องการดำเนินการเพื่อเฉลิมฉลอง 75 ปีความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาที่กำลังจะมาถึง โดยจะส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาไทยในกัมพูชา และการพัฒนาฝีมือแรงงานผ่านกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA)

“ทั้งหมดนี้คือเป้าหมายที่ไทยพยายามมองให้ครบทุกมิติ ทั้งด้านการเมืองซึ่งดีอยู่แล้ว ด้านเศรษฐกิจที่จะก้าวไปเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในเรื่องการค้าการ ลงทุน และมิติด้านสังคมที่จะยกระดับความสัมพันธ์ประชาชนต่อประชาชนให้ดียิ่งขึ้น”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการหารือเรื่องพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเล (OCA) ไทย-กัมพูชาด้วยหรือไม่ รัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกัมพูชาอยากเห็นความร่วมมือในการนำพลังงานที่อยู่ในพื้นที่ทับซ้อนขึ้นมาใช้ เพราะถ้ายังไม่ทำ โอกาสที่ทรัพยากรที่มีมูลค่าสูงในพื้นที่ตรงนี้จะหายไป แต่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาก็บอกว่าเข้าใจว่าไทยก็คงมีความระมัดระวัง เข้าใจมุมมองของไทยเรื่องของความละเอียดอ่อน พร้อมสนับสนุนไทยในทุก ๆ ด้าน พร้อมที่จะเข้าใจ และพร้อมที่จะร่วมมือกับไทยในทุก ๆ ด้าน เพื่อให้นำเอาทรัพยากรที่มีอยู่เป็นจำนวนมากขึ้นมาใช้ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน

“ได้พูดกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาชัดเจนว่า ขอให้สบายใจเพราะเป็นเป้าหมายของรัฐบาลไทยอยู่แล้วที่จะร่วมมือกันพัฒนา นำเอาทรัพยากรธรรมชาติขึ้นมาใช้ประโยชน์ แต่ก็ต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้มีการทำให้เข้าใจผิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และขอบคุณที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเข้าใจ ไทยพร้อมจะมีความร่วมมือ แต่เนื่องจากมีประเด็นสำคัญทางเทคนิคมาก จึงต้องให้ผู้ที่มีความชำนาญในเรื่องเทคนิคทั้งในเรื่องกฎหมายและพลังงาน การสำรวจการผลิตก็ต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา โดยทั้งหมดต้องให้เป็นไปตามที่ทั้งสองฝ่ายคุยกันในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ปี 2544 คือปัญหาเขตแดนและการพัฒนาพลังงานต้องไปด้วยกัน เพื่อให้ทุกอย่างมีความโปร่งใสและเป็นประโยชน์กับทั้งสองประเทศโดยรวม” รมว.ต่างประเทศกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รมว.ต่างประเทศเผยผลเยือนกัมพูชา สัมพันธ์ใกล้ชิดยิ่งกว่าหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...