ทำความรู้จัก ‘ผานกู่ โมเดล 3.0’ เทคโนโลยี AI แบบใหม่จาก ‘หัวเว่ย’
The Bangkok Insight
อัพเดต 19 ก.ค. 2566 เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2566 เวลา 11.18 น. • The Bangkok Insightหัวเว่ย เปิดตัว "ผานกู่ โมเดล 3.0" เทคโนโลยี AI แบบใหม่ พร้อมบริการคลาวด์ "แอสเซนด์ AI" หวังพลิกโฉมภาคอุตสาหกรรมโลก
หัวเว่ย ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เดินหน้ามอบโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ผ่านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้กับหลายภาคอุตสาหกรรม ด้วยการเปิดตัว ผานกู่ โมเดล 3.0 (Pangu Model 3.0) และบริการคลาวด์ ภายใต้ชื่อ แอสเซนด์ AI (Ascend AI)
นายฉาง ผิงอัน กรรมการบริหารของหัวเว่ย และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของหัวเว่ย คลาวด์ ได้เปิดตัวปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI รูปแบบใหม่ ในงานสัมมนาHuawei’s Developer Conference พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของหัวเว่ย ในการมอบความสามารถทางเทคโนโลยีให้กับลูกค้าภาคอุตสาหกรรม และพันธมิตรต่าง ๆ รวมทั้งเดินหน้าปลดล็อคศักยภาพระดับปฏิวัติวงการของ AI
ผานกู่ โมเดล 3.0 เป็นระบบที่ได้ผ่านการเรียนรู้เบื้องต้น และสามารถที่จะปรับความสามารถของตัวเอง ให้เข้ากับความต้องการในรูปแบบเฉพาะ และซับซ้อนของแต่ละภาคอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ เป็นการใช้ประโยชน์จากการประมวลผล ของข้อมูลจำนวนมากที่มี พร้อมกับการใช้อัลกอริทึมการเรียนรู้ของเครื่อง หรือ machine learning algorithms เพื่อพลิกโฉมการใช้งาน AI ในหลากหลายอุตสาหกรรม
เทคโนโลยีผานกู่ โมเดล 3.0 จะประกอบไปด้วยศักยภาพหลักในการทำงาน 3 ด้าน ซึ่งสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วด้วยการฝึกอบรมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่น การพยากรณ์อากาศ การพัฒนาสูตรยา รวมไปถึงการรองรับการใช้งานในอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่มีความเฉพาะทาง เช่น การตรวจจับข้อมูลทางการเงิน การตรวจสอบไฟล์ข้อมูล หรือการพยากรณ์คลื่นลมทางทะเล
อนาคตของปัญญาประดิษฐ์นั้น ขึ้นอยู่กับการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อน และการจัดการงานเฉพาะทางต่าง ๆ ด้วยความแม่นยำในสเกลขนาดใหญ่
นอกจากนี้ แม้งานระดับเล็กลงมาอย่างเรื่อง การตรวจสอบคุณภาพในสายการผลิตอาจจะดูเป็นเรื่องที่เล็กน้อย และไม่มีความท้าทาย แต่ประสบการณ์ร่วมทั้งหมด ที่ได้จากการเก็บข้อมูลจากหลายสายการผลิต และหลายองค์กร จะช่วยนำไปสู่การพัฒนาในอนาคตและทางออกที่มีประสิทธิภาพสูงสุดได้
นายฉาง กล่าวว่า ผานกู่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหัวเว่ย คลาวด์ จะเข้ามาช่วยให้ผู้ใช้งานในหลายอุตสาหกรรม ให้มีผู้ช่วยอัจฉริยะ เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ หัวเว่ย ยังคงยึดมั่นในพันธกิจที่ต้องการจะมอบAI เพื่อผู้ใช้งานในทุกภาคอุตสาหกรรม และ จะส่งมอบ ผานกู่ เพื่อให้ AI ช่วยพลิกโฉมหน้าธุรกิจต่าง ๆ ในทุกภาคส่วน
ตัวอย่างเช่น การพยากรณ์อากาศ ที่ทีมนักพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศของผานกู่ สามารถพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศทั่วโลกโดยใช้ AI ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นการใช้เพียงคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะธรรมดา คำนวณข้อมูลสถิติที่มีการเก็บไว้ถึง 43 ปี
ระบบดังกล่าวสามารถคาดการณ์สภาวะอากาศล่วงหน้าได้โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที โดยให้ผลที่มีความแม่นยำมากกว่าการคำนวณในรูปแบบเดิม ๆ มากกว่าถึง 20% ในระยะเวลาที่เร็วกว่าถึง 1 หมื่นเท่า รวมถึงสามารถบอกได้ถึงระดับความชื้น ความเร็วลม อุณหภูมิ และระดับน้ำทะเลได้
ระบบพยากรณ์อากาศดังกล่าวจะสามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างมหาศาลในหลายภูมิภาค และหลายประเทศทั่วโลก ที่มักได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความแปรปรวนของสภาพอากาศ
ดร. เทียน ฉี หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ ภาคส่วน AI ของหัวเว่ย คลาวด์ กล่าวว่า ปัจจุบันระบบพยากรณ์อากาศของผานกู่ มีหน้าที่ในการพยากรณ์อากาศ รวมทั้งใช้ความสามารถของระบบ ในการพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศด้วย โดยเป้าหมายของหัวเว่ย คือ การสร้างระบบพยากรณ์อากาศรุ่นถัดไปที่มีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเสริมความแม่นยำของข้อมูล
ในด้านอุตสาหกรรมการเดินรถระบบราง ก็ได้รับประโยชน์จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI จากหัวเว่ย รวมถึงการนำเทคโนโลยี ผานกู่ โมเดล 3.0 มาใช้เป็นอย่างมาก เพราะนับตั้งแต่มีการนำระบบการเดินรถระบบรางของผานกู่ (Pangu Railway Model) มาใช้งาน ทั้งระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพการเดินรถไฟบรรทุกสินค้าก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ เห็นได้จากเมื่อนำระบบการเดินรถระบบรางของผานกู่มาใช้งาน ขั้นตอนการตรวจจับก็ได้รับการยกระดับใหม่ โดยสามารถตรวจจับความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ ซึ่งแยกเป็นประเภทต่างๆ ได้ถึง 442 ประเภท สามารถตรวจจับความผิดปกติที่ร้ายแรงได้มากกว่า 99.99% และตรวจจับความปกติในระดับทั่วไปได้มากกว่า 98%
การนำความสามารถของทั้ง ผานกู่ โมเดล 3.0 จากหัวเว่ย และบริการคลาวด์ แอสเซนด์ AI มาประยุกต์ใช้ จะทำให้ภาคธุรกิจสามารถยกระดับความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการผลิต ขับเคลื่อนความเติบโตให้กับองค์กร รวมถึงสร้างความได้เปรียบทางด้านการแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้น ๆ ได้
นอกจากนี้ หัวเว่ยยังคงยึดมั่นในพันธกิจเติบโตในประเทศไทย ร่วมสนับสนุนประเทศไทย และจะเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมในภาพรวม เพื่อช่วยผลักดันประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่ยุคอัจฉริยะที่มีการเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์แบบได้
อ่านข่าวเพิ่มเติม