ประชุมสภา : เปิดธรรมนูญกรุงโรม ข้อ 27 ประเด็นร้อน "ชาดา" ซัด "พิธา"
เปิดตัวอภิปรายคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ เป็นคนแรกในรัฐสภา สำหรับ "ชาดา ไทยเศรษฐ์" ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ที่ประกาศตัวพร้อมเป็นฝ่ายค้าน และไม่สนับสนุนพรรคก้าวไกล ที่มีนโยบายแก้ไข ม.112 ใจความตอนหนึ่งขณะแสดงวิสัยทัศน์ว่า
… ถ้านายพิธาเป็นนายกฯ จะไปลงสัตยาบันในธรรมนูญกรุงโรมสำหรับศาลอาญาระหว่างประเทศ สาระสำคัญว่า สามารถฟ้องผู้เป็นประมุขของรัฐได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ …
ต่อมา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ขอใช้สิทธิพาดพิงโดยระบุว่า ข้อที่นายชาดามีความกังวล คือข้อที่ 27 แต่ประเทศต่างๆ ที่เป็นระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีอยู่ 123 ประเทศทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น อังกฤษ กัมพูชา สวีเดน เดนมาร์ก ต่างเซ็นให้สัตยาบันทั้งหมด
… ถ้าเราเข้าใจว่าพระองค์ท่านอยู่เหนือการเมือง และพระองค์ท่านทรงใช้พระราชอำนาจผ่าน ครม. อยู่แล้ว สิ่งนี้จะไม่เป็นประเด็นอย่างที่นายชาดากล่าวหาเลย …
ธรรมนูญกรุงโรมสำหรับศาลอาญาระหว่างประเทศ (Rome Statue) ข้อ 27 กำหนดว่า ให้ใช้ธรรมนูญบังคับแก่บุคคลทุกคนอย่างเสมอภาคกัน และไม่มีใครจะอ้างอำนาจหน้าที่ทางราชการ โดยเฉพาะในฐานะประมุขแห่งรัฐ มาคุ้มกันตนให้พ้นจากความรับผิดทางอาญาได้เลย
รัฐบาลไทยจึงไม่ยอมให้สัตยาบันธรรมนูญกรุงโรม เพราะ ข้อ 27 ดังกล่าว จะมีผลให้พระมหากษัตริย์ไทย อ้างความคุ้มกันตามกฎหมายไทยมิได้
ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court - ICC) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2545 ตามธรรมนูญกรุงโรม สำหรับศาลอาญาระหว่างประเทศ (Rome Statue) ศาลแห่งนี้ถือได้ว่า เป็นองค์กรระหว่างประเทศแห่งแรก ที่ได้ก่อตั้งขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นศาลอาญาระหว่างประเทศที่มีลักษณะถาวร (permanent)
โดยมีรัฐต่างๆ ได้ร่วมลงนามในธรรมนูญกรุงโรมจำนวน 139 รัฐ รวมทั้งประเทศไทย ขณะนี้ศาลอาญาระหว่างประเทศมีเขตอำนาจในการดำเนินดดีกับปัจเจกชนผู้ก่ออาชญากรรมระหว่างประเทศ 4 ประเภท คือ
- อาชญากรรมทำลายล้างเผ่าพันธุ์ (Cime of Genocide)
- อาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ (Crimes against Humanity)
- อาชญากรรมสงคราม (War Crimes)
- อาชญากรรมรุกราน (Crimes of Aggression)
ศาลอาญาระหว่างประเทศ
ศาลอาญาระหว่างประเทศ ก่อตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ เพื่ออำนวยความยุติธรรมระหว่างประเทศ ทั้งนี้เนื่องจากมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก จากการก่ออาชญากรรมระหว่างประเทศ และรัฐต่างๆ ไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้
จึงมีความพยายามที่จะใช้ศาลอาญาระหว่างประเทศ เป็นกลไกในการยุติภาวะการกระทำความผิดโดยไม่มีการลงโทษ (culture of impunity) ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐภาคีและศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว
โดยตั้งอยู่บนหลักการพื้นฐาน 3 ประการ
- ไม่มีผลย้อนหลังของความผิด (Non-retroactivity of the Statute)
- ไม่ปล่อยให้ผู้กระทำความผิดลอยนวล (No to impunity)
- หลักการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม (Trials must be fair)
แนวนโยบายของไทยและปัญหาในการเข้าเป็นภาคี
สำหรับประเทศไทยนั้น โดยในคราวประชุมครั้งแรกที่จัดขึ้นในปี พ.ศ.2541 ที่องค์การสหประชาชาติได้จัดการประชุมทางการทูตของผู้แทนผู้มีอำนาจเต็ม เพื่อจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ไทยได้ลงคะแนนรับรองธรรมนูญศาล และต่อมาได้ลงนามรับรอง (Sign) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 2 ต.ค.2543 ในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี
ต่อมาในวันที่ 1 ก.ค.2545 ธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ ได้เริ่มมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการเมื่อประเทศต่าง ๆ ได้ให้สัตยาบันครบ 60 ประเทศ
การที่ประเทศไทยได้ลงนามรับรองธรรมนูญกรุงโรม สำหรับศาลอาญาระหว่างประเทศ ในทางกฎหมายระหว่างประเทศนั้น ไทยยังไม่มีพันธะกรณีใดๆ ที่จะต้องปฏิบัติตามข้อบทต่างๆ ที่บัญญัติไว้ในธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศ โดยมีเพียงพันธกรณีทางด้านศีลธรรม ที่แสดงว่า ประเทศไทยสนับสนุนหลักการในธรรมนูญกรุงโรม และจะไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการขัดขวางต่อการดำเนินงานของศาลอาญาระหว่างประเทศเท่านั้น
ทำให้ไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์หลายประเด็น ถึงปัญหาในการเข้าเป็นภาคีในธรรมนูญดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นกรณีของพระราชอำนาจในการทำสงครามของพระมหากษัตริย์, กรณีฆ่าตัดตอนในระหว่างการทำสงครามปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล
การทำความตกลงทวิภาคีระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา ในการไม่ส่งมอบตัวผู้กระทำความผิด ให้แก่ศาลอาญาระหว่างประเทศตามข้อ 98 (2) และล่าสุด กรณีการสังหารหมู่หรือการปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบในมัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี
ที่มา : Public-law net, ICRC,
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประชุมสภา : ห้ามเพิ่มพื้นที่ชุมนุม-ตร.เตรียมอุปกรณ์รับมือ
ประชุมสภา : กกต.ชี้แจงกรณีไม่เรียก "พิธา" ชี้แจงปมวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.
ประชุมสภา : "อดิศร" หนุน "พิธา" นั่งนายกฯ เปรียบ "ก้าวไกล-เพื่อไทย" ข้าวต้มมัดตั้งรัฐบาล