โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

เปิดวาร์ปชีวิต ญดา กว่าจะเป็น สร้อยอินทนิล ใน กรงดอกสร้อย

Khaosod

อัพเดต 16 ส.ค. 2566 เวลา 11.26 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2566 เวลา 10.16 น.

เปิดวาร์ปชีวิต ญดา กว่าจะเป็น สร้อยอินทนิล ใน กรงดอกสร้อย

เปิดวาร์ปชีวิต - เป็นที่รู้จักจาก “เลิฟซิค เดอะซีรีส์ รักวุ่น วัยรุ่นแสบ ซีซั่น 2” จากนั้นมีผลงานมิวสิกวิดีโอ โฆษณา ละคร พิธีกร และเพลง โดยเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกวงเกลาโต (Gelato) ของโมโนมิวสิก รุ่นแรก กระทั่งมารับบท ‘มิ้ง’ ในภาพยนตร์เรื่อง “ร่างทรง” ทำให้นักแสดงสาวฝีมือคมอย่าง ‘ญดา’ นริลญา กุลมงคลเพชร แจ้งเกิดจริงจังและดังเป็นพลุแตก

เปิดวาร์ปชีวิต

ญดา นริลญา

ล่าสุดตอนนี้เจ้าตัวมีผลงานละครเรื่อง “กรงดอกสร้อย” ของผู้จัด ‘เมย์ เฟื่องอารมย์’ ที่กำลังออกอากาศอยู่ทางช่อง 3 ได้ขึ้นแท่นเป็นนางเอกเต็มตัวในบท ‘สร้อยอินทนิล’ มาฝากแฟนๆ ให้ได้ชม หลังจากที่ตัดสินใจเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงช่อง 3 เมื่อปีที่แล้ว และเปิดตัวละครในบทบาทนางเอกซีรีส์ชุด “ดวงใจเทวพรหม” ตอน “ขวัญฤทัย” ซึ่งเป็นภาคต่อของซีรีส์ “สุภาพบุรุษจุฑาเทพ”

เปิดวาร์ปชีวิต

ถ่ายกับโปสเตอร์หนังร่างทรงที่ตัวเองแสดง

วันนี้มาทำความรู้จักกับนางเอกสาว ‘ญดา นริลญา’ กัน ว่ากว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ เธอต้องผ่านอะไรมาบ้าง

๛ชีวิตวัยเด็กเราเป็นอย่างไร?
“วัยเด็กของหนูก็ไม่ได้สนุกสุดเหวี่ยงเหมือนเพื่อนรุ่นเดียวกัน เราทำงานด้วยเลยไม่มีเพื่อนไปเที่ยว เพราะเราเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 13 ปี เราเข้าวงการบันเทิงมาก็ไม่ค่อยได้ไปโรงเรียนแล้ว เพื่อนที่ได้เจอกันบ่อยๆ เพื่อนสนิทก็เลยไม่มี จะมีเพื่อนสนิทก็คือพี่ที่กองถ่าย เลยทำให้เรามาอยู่ในพาร์ตของการทำงานเยอะกว่าช่วงเวลาที่จะไปเที่ยว ไปดูหนังไปฟังเพลงกับเพื่อนน้อยมาก”

๛เคยไปปาร์ตี้ในผับไหม?
“ตอนเด็กๆ เคยนะคะ คุณแม่พาไป คุณแม่อยากให้รู้ว่าการปาร์ตี้เป็นยังไง พาไปผับเลย แล้วก็พาไปดื่ม คุณแม่อยากสอนให้รู้ ตอนนั้นเราก็ไม่ได้อยากไป แต่ไปก็ได้ เพราะอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง คุณแม่พาไปตอนนั้นอายุ 18 ปี ไปประมาณ 2 ครั้ง คุณแม่คิดว่าเราไม่มีเพื่อนสนิท คงไม่ได้มีโอกาสไปเองแน่ๆ ก็เลยพาไปเปิดหูเปิดตา จริงๆ หนูเป็นเด็กอินโทรเวิร์ต ไม่ชอบเข้าสังคม ไม่ค่อยชอบคนเยอะๆ”

เปิดวาร์ปชีวิต

วัยใส

๛เหมือนชีวิตวัยรุ่นเราไม่มี?
“ไม่มีก็ว่าได้ค่ะ เราทำงานตั้งแต่อายุ 13 ถามว่าพอมองย้อนกลับไปเรารู้สึกเสียดายช่วงชีวิตตอนนั้นไหม หนูเคยถามตัวเองเหมือนกัน การที่เรามีชีวิตแบบเพื่อนคนอื่น มีความสุขโดยที่ไม่ต้องเครียดกับการทำงาน สรุปก็ได้คำตอบว่าถ้าเราแลกกันกับการที่เราไปใช้ชีวิตปกติตอนนั้น แล้วเราไม่ได้ทำงานในวงการบันเทิงไม่ได้ทำงานแสดง เราก็ได้คำตอบของตัวเองว่าไม่ค่ะ หนูรู้สึกว่าหนูมีความสุขมากกว่าในการที่ได้ทำงานแสดง การได้ทำงานในกองถ่าย”

๛กับงานแสดงมันเป็นความฝันของเราตั้งแต่เด็กหรือเปล่า?
“ตั้งแต่ตอนเด็กไม่ได้มีความคิดว่าอยากจะแต่งตัวสวยหรือว่าเป็นคนกล้าแสดงออกอะไรเลยค่ะ หนูเป็นเด็กที่ไม่กล้าแสดงออก เป็นเด็กเก็บตัวและพูดน้อยมาก เล่นคนเดียว จุดเริ่มต้นคือการที่หนูได้ไปแคสต์โฆษณา จากการที่ไปแคสต์วันนั้นหนูไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร ไม่รู้ว่ามันคือการแสดง สิ่งนี้คืออาชีพการแสดง”

เปิดวาร์ปชีวิต

ในมุมน่ารัก

“แต่หนูรู้ว่าหนูตื่นเต้นและมีความสุขมาก มันตื่นเต้นแบบที่เราไม่เครียดไม่กดดันตัวเอง กลับมาบ้านหนูมาเล่าให้กับทุกคนฟัง ว่าเขาให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้ มาเล่าให้ญาติฟังทั้งๆ ที่เราไม่ได้เป็นเด็กช่างพูด แต่กับเรื่องนี้หนูพูดเยอะมาก ส่วนตัวยังแปลกใจกับตัวเองว่า เราเป็นคนขี้อาย แต่เวลาที่เราแสดงเรากับลืมคนรอบข้างไปหมดเลย ลืมช่างภาพลืมทุกคนที่อยู่ข้างๆ และเล่นเป็นตัวละครที่เราได้รับบทบาทไปได้ยังไงเราก็ยังไม่รู้”

๛หรือว่าเราชอบที่ได้เป็นคนอื่นที่เราไม่เคยทำแบบนั้น?
“เราอาจจะชอบในการที่เราได้ตีความเป็นมนุษย์ เรียนรู้ว่าตัวละครตัวนี้เขามีลักษณะนิสัยอย่างไร เติบโตมาอย่างไร ตอนตีความตัวละครหนูชอบมาก และยิ่งสวมบทบาทเป็นตัวละครนั้นมันยิ่งทำให้รู้สึกท้าทายตัวเอง”

เปิดวาร์ปชีวิต

คุยสนุกสนานกับพระเอก ภณ ณวัสน์

“อีกอย่างพอเราไม่มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตจริงๆ การที่เราได้มาเป็นตัวละครแต่ละตัว มันกลับสอนเราได้ดีด้วยซ้ำ เพราะว่าสิ่งที่ตัวละครรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความเศร้า เสียใจ หรือความทุกข์ที่เกิดขึ้นในตัวละครตัวนั้น เราจะรู้สึกว่ามันเหมือนเกิดขึ้นกับชีวิตเรา และเราได้ทำความเข้าใจหลายอย่างมาก เรื่องการใช้ชีวิตของคนเรา”

“ส่วนมากเลยทุกตัวละคร หรือทุกคนบนโลกนี้ ชีวิตคนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้องมีอุปสรรคต้องมีปัญหาหรือความทุกข์ที่เข้ามาในชีวิต ที่ผ่านมาเราไม่ได้ทำความเข้าใจกับเรื่องราวในชีวิตของเราได้มากขนาดนั้น เราก็ได้เรียนรู้ไปกับตัวละคร เรียกว่าเราเติบโตไปกับตัวละครแบบนั้นก็ได้”

๛จากตอนแรกที่เราเป็น กลัวการถูกจับจ้อง กลัวคนเยอะ มันหายไปเลย?
“ใช่ค่ะ มันหายไปเลย เมื่อก่อนเวลาออกไปข้างนอกหรือถูกใครมองก็จะเกร็ง หรือแม้กระทั่งออกไปยืนหน้าห้องเรียนก็ยังไม่รู้ว่าจะเอามือวางไว้ตรงไหน ไม่กล้าสบตาใครเลย จะเดินก้มหน้า ตอนนี้ไม่เป็นแล้วค่ะ หายไปเลย”

๛จากความชื่นชอบตรงนี้มันก็เลยทำให้เราเข้าถึงบทบาทได้ง่าย?
“ใช่ค่ะ เหมือนกับว่าสมาธิเราจะไปจดจ่อกับการแสดงเป็นหลัก ไม่ได้โฟกัสที่คนรอบข้างเยอะ”

เปิดวาร์ปชีวิต

เข้าพระเข้านางกับหนุ่มภณ

๛อย่างที่เราบอกว่าเรามีประสบการณ์ชีวิตน้อย แต่แต่ละบทที่เราได้รับเวลารับบทหนักเราทำอย่างไร?
“แต่ละตัวละครหนูก็จะตีความก่อน ดูว่าเขาเติบโตมาอย่างไร ถ้าเรื่องนี้เราไม่เคยมีประสบการณ์ร่วม เราก็จะหาตัวช่วยค่ะ เช่นปรึกษาคุณแม่ หรือปรึกษาคนที่เขาผ่านประสบการณ์ตรงนั้นมาแล้ว หรือว่าเรารู้ว่าตัวละครตัวนี้มีลักษณะคล้ายกับใครที่ใกล้ตัวเรา ก็จะเข้าไปคุยกับเขา หรือหยิบยกตัวอย่างบางเหตุการณ์ในชีวิตเขา ซึ่งก็ขออนุญาตเขาก่อนค่ะ เราคุยกันเพราะเราสนิทกันค่ะ”

“เราก็จะถามเขาว่าเคยผ่านประสบการณ์ชีวิตแบบนี้มาก่อนไหม เพราะจากการที่เราได้อ่านบท เราก็รู้สึกว่า คนคนนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับตัวละคร กลายเป็นว่าหนูได้หยิบยกชีวิตบางอย่างของเขา ที่บทละครไม่ได้เขียนไว้ เป็นเหมือนช่องว่างที่มันหายไปของตัวละคร ซึ่งอันนี้เป็นกุญแจตัวสำคัญที่มาไขตรงนั้น ที่ทำให้เราพาตัวละครไปถึงในจุดต่างๆ ได้ ก็ไปได้ส่วนนั้นของคนที่เราไปพูดคุยกับเขา มาใช้กับตัวละคร”

เปิดวาร์ปชีวิต

เล่นเรื่อง ขวัญฤทัย จากซีรีส์ ดวงใจเทวพรหม

“อย่างเรื่อง ขวัญฤทัย ที่ถ่ายจบไปแล้ว ในซีรีส์ชุด ดวงใจเทวพรหม ตัวละครตัวนี้ค่อนข้างจะมีปม แม่ไม่ชอบให้แต่งตัวเป็นผู้หญิง ต้องเก็บผม ใส่เสื้อตัวใหญ่ ใส่กางเกงทหาร เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าคนที่ถูกกระทำแบบนี้มาตลอดเวลา เขารู้สึกอย่างไร จนเราต้องไปปรึกษากับเพื่อนที่เป็นเพศทางเลือก ที่เขาถูกบังคับให้แต่งตัวแบบนี้ ทั้งๆ ที่ในใจเขาไม่ได้อยากแต่งแบบที่ถูกบังคับ เราก็ขออนุญาตหยิบยกบางอย่างในชีวิตของเขามาใช้”

๛กว่าที่เราจะมาถึงจุดนี้ได้ข่าวว่าเราก็สู้ชีวิตมาพอสมควร?
“ใช่ค่ะ ช่วงที่หนูเพิ่งเริ่มเข้าวงการตอนอายุ 13 ตอนนั้นหนูยังเรียนอยู่ที่ต่างจังหวัด เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดอุทัยธานี เราเริ่มมีคนเรียกมาแคสต์งาน ซึ่งงานทั้งหมดจะอยู่ในกรุงเทพฯ คุณแม่ก็ต้องไปรับหนูแล้วก็นั่งรถมากรุงเทพฯ”

“ซึ่งพื้นฐานครอบครัวเราไม่ได้มีทุนสำรองที่จะให้เราเดินทางไปกลับกรุงเทพฯ และค่าที่พัก เราไม่ได้มีทุนมากขนาดนั้น มันทำให้คุณแม่ต้องไปหาอาชีพเสริมเพื่อหาเงินมาส่งค่ารถและค่าที่พักให้กับเราตอนที่มาแคสต์งาน ปกติคุณแม่เปิดร้านเสริมสวย พอเขารู้ว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการที่เราต้องไปแคสต์งาน เขาก็ไปขายของในตลาดเพื่อเอาเงินตรงนั้นมาให้หนูไปใช้ในการแคสต์งานค่ะ”

“ตอนนั้นมันมีช่วงที่เราต้องหยุดแล้ว เพราะคุณแม่บอกว่า แคสต์ไปหลายงานแล้วยังไม่ได้ซักที เราคงต้องหยุดเพราะเราไม่ได้มีทุนสำรอง เสียเวลาเสียการเรียนเสียหลายๆ โอกาส เขาก็เลยบอกกับหนูว่าถ้าแคสต์งานครั้งนี้ไม่ได้ แม่จะไม่พามาแล้ว”

“วันนั้นหนูเสียใจมากค่ะ ซึ่งวันนั้นหนูขึ้นมาแคสต์ 5 งานค่ะ สรุปว่าได้ทั้งหมด 3 งาน มันทำให้หนูหยุดไม่ได้กับการที่จะไปต่อกับงานในวงการบันเทิง จริงๆ มันหลายครั้งมากกับการที่เราเลือกที่จะหยุดแล้ว แม่หนูบอกว่าเราอยากพับเสื่อกลับบ้านแล้ว เป็นแบบนี้ประมาณ 2-3 ครั้ง แต่มันต้องมีอะไรที่มาเป็นตัวที่จะให้เราต้องกลับมา”

เปิดวาร์ปชีวิต

สุดดราม่า

๛อย่างผลงานตอนนี้ ละคร “กรงดอกสร้อย” ที่กำลังอออกอากาศทางช่อง 3 บทที่รับดราม่ามาก?
“ค่ะ กรงดอกสร้อย เป็นละครพรีเรียดดราม่าเข้มข้นมากๆ ตัวละคร สร้อยอินทนิล ที่หนูแสดงเป็นตัวละครหลักที่เล่าเรื่องผ่านตัวละครตัวนี้เป็นหลัก เลยได้รับความกดดัน เรียกว่าเป็นตัวแบกของเรื่องก็ว่าได้”

“ตัวละครนี้ถูกกระทำตั้งแต่ตอนเด็กๆ ที่ปูเรื่องมาเลย เพราะด้วยความที่เราเป็นลูกบ่าว และไม่ได้รับการยอมรับจากคนในบ้าน ทำให้ตัวละครตัวนี้เขาไม่ยอมและลุกขึ้นมาสู้ เรียกว่าเป็นละครยุคใหม่ก็ได้ ที่นางเอกลุกขึ้นมาสู้คน หนูชอบมากเลยค่ะ เพราะรู้สึกว่ามันไม่อึดอัด มันได้ปลดปล่อย”

“มันจะได้เห็นการเปรียบเทียบระหว่างตัวละครแม่ กับตัวละครหนู จะได้เห็นว่าตัวละครที่ยอมมาตลอดแสนดี ยอมทุกอย่าง ใครจะทำยังไงก็ได้ กับตัวละครอีกตัวที่ออกมาสู้ มันจะมีผลลัพธ์ออกมาที่แตกต่างกัน ความรู้สึกของคนที่ดูมันก็ต่างกันโดยสิ้นเชิง”

๛สู้คน แต่สุดท้ายในเรื่องเราก็เจ็บหนักทุกรอบ?
“ใช่ค่ะ สู้ของหนูเหมือนจะสู้นะ แต่สุดท้ายแล้วก็ยังแพ้เขาอยู่ดี เพราะว่าถูกกดขี่ด้วยอำนาจของเขาด้วย ที่มันมีการแบ่งชนชั้น กับพระเอก (ภณ ณวัสน์) เราก็ต้องสู้ด้วยความรัก ตัวละครสองตัวนี้เป็นคนที่รักกัน แต่ก็ต้องต่อสู้ เพราะว่าเป็นความรักในรูปแบบที่ไม่ถูกต้อง เลยต้องทำให้ทั้งสองตัวละครต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ และต้องสู้ไปด้วยกัน แล้วก็ไม่เข้าใจว่าทำไมโชคถึงไม่เข้าข้างเลย”

เปิดวาร์ปชีวิต

กับฉากเลิฟซีน

๛เคยถามพี่เมย์ (เฟื่องอารมย์) ไหมว่าทำไมตัวละครตัวนี้ถึงได้กดดันทั้งเรื่อง?
“เคยถามพี่เมย์ว่ามันจะมีสักเรื่องไหม เรื่องที่ไม่เศร้า ไม่ต้องร้องไห้ เพราะว่าแต่ล่ะเรื่องที่หนูรับ เศร้า ร้องไห้ทุกเรื่อง คำตอบคือไม่มีค่ะ หนูก็คิดว่าชีวิตคนเราก็คงไม่ได้มีเรื่องที่มีแต่ความสุขตลอดเวลาอยู่แล้ว”

๛ความยากของละครเรื่อง “กรงดอกสร้อย” สำหรับเราคืออะไร?
“มันคือความห่างของหนูและตัวละคร มันทำความเข้าใจและเข้าถึงอารมณ์ได้ยาก เรื่องของภาษาก็มีบ้าง แต่เขาก็ยืดหยุ่นได้พอสมควรกับนักแสดงและกับบท เขาเลยไม่ได้ให้พูดเป็นภาษาพีเรียดจ๋าๆ ก็อยากให้คนยุคนี้ดูได้อย่างสบายๆ”

“อีกอย่างตัวละครและเรื่องมันเกิดที่ภาคเหนือ ก็คุยกับพี่เมย์ (เฟื่องอารมย์) เหมือนกัน เพราะว่าบทแรกที่ได้มามันเป็นภาษาเหนือ พอถึงช่วงเวิร์กช็อป ได้คุยกับทั้งพี่เมย์และผู้กำกับฯ เขารู้สึกว่าทางออกที่ดีที่สุด คือการที่คนดูได้ดูอะไรที่เข้าใจง่ายมากกว่า เลยตัดเรื่องของภาษาเหนือออกไป ไม่อย่างงั้นเจองานยากทั้งบทและยากเรื่องภาษาอีก”

๛เล่นกับใครยาก เพราะนักแสดงเยอะมาก?
เล่นกับนักแสดงท่านอื่นๆ ไม่ยากเลย เพราะว่านักแสดงแต่ละท่านเก่งอยู่แล้ว แต่เล่นกับตัวเองยากสุด ในช่วงที่ตัวละครตัวนี้เขาอยู่คนเดียว มันจะถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครตัวนี้ออกมาได้เต็มที่ เพราะว่าไม่ได้มีคนอยู่ด้วย ตัวละครตัวนี้เขาจะไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น แต่พอเขาได้อยู่คนเดียว จะเป็นอีกหนึ่งพาร์ตของละคร แล้วเล่นกับตัวเองเยอะด้วย นั่งเศร้าบ้าง นั่งเครียดแค้นบ้าง นั่งเขินบ้าง มีหลายโหมดมากเรื่องนี้”

เปิดวาร์ปชีวิต

บทสู้คน

๛แต่เล่นเรื่องนี้ก็ให้อะไรเราเยอะ?
“ใช่แน่นอน แต่สิ่งที่ให้จริงๆ ดีใจที่ทำให้คนดูได้มีความสุขกับละครที่หนูแสดง บางคนก็ได้ข้อคิดบางอย่าง บางคนที่เขาได้ข้อคิดมันก็เกิดปัญญาด้วย ฟีดแบ็กในการได้ข้อคิดได้ปัญญา มันก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น แต่เรื่องความสนุกเห็นได้ชัดมาก”

“มีคนเข้าไปคอมเมนต์ในช่องทางส่วนตัวของหนูเหมือนกัน ส่วนมากเป็นฟีดแบ็กที่ดีค่ะ เขาจะอินกับตัวละคร เข้าฉากพระนาง เขาจะบอกว่าเคมีดี เหมือนแฟนกันจริงๆ เลย หรือฉากดราม่าเขาบอกว่าเขาร้องไห้ตามเลย ในพาร์ตของละครถือว่ากระแสดีมากๆ สำหรับหนู”

๛ตอนนี้มีละครอยู่กี่เรื่อง?
“ที่ถ่ายทำเสร็จและกำลังออนแอร์อยู่เหมือนกันมีเรื่อง ผู้ใหญ่ลี ศรีบานเย็น ช่องเวิร์คพอยท์ อันนั้นเป็นคอมเมดี้ แล้วก็มีเรื่องที่กำลังจะออนแอร์เป็นภาพยนตร์ POSTMAN ไปรษณีย์ 4 โลก จะได้ดูปลายเดือนนี้ค่ะ”

เปิดวาร์ปชีวิต


๛ผลงานออกติดๆ กันเลย?
“ใช่ค่ะ ช่วงนั้นหนูถ่ายติดๆ กันเลย พอออนแอร์ก็เลยพร้อมกัน อีกเรื่องหลายคนคงข้องใจว่าทำไมหนูเซ็นสัญญาช่อง แล้วยังไปเล่นที่อื่นได้ เพราะว่าเรารับงานไว้ก่อนแล้วที่จะมาเซ็นสัญญาช่อง 3 ค่ะ แต่หลังจากนี้หนูก็จะไปช่องอื่นไม่ได้แล้ว แต่ก็ยังสามารถเห็นหนูในแพลตฟอร์มต่างๆ อยู่ หรือภาพยนตร์ที่ยังเล่นได้”

๛ทำไมตัดสินใจเซ็นสัญญากับช่อง 3?
“น่าจะเป็นเพราะเมื่อตอนเด็กๆ เล่นละครกับช่อง 3 แต่เป็นละครช่อง 28 ตอนนั้นช่องก็ชวนเซ็นสัญญา แต่เรายังเด็กอยู่ ก็คุยกับคุณแม่ว่ายังอยากหาประสบการณ์ที่มันหลากหลาย ตอนนั้นสัญญาก็ไม่ได้เป็นแบบตอนนี้ที่ว่ารับหนังได้ เราก็ยังไม่รู้ เพราะยังไม่เห็นรายละเอียดสัญญา ตอนนั้นก็ปฏิเสธไป แต่ก็บอกกับเขาว่า ถ้าวันหนึ่งอยากจะเซ็นสัญญา จะมาเซ็นกับช่อง 3 แน่นอนค่ะ”

“จากตอนนั้นหนูอายุ 15-16 ตอนนี้หนูอายุ 23 เป็นสัญญา 5 ปีค่ะ รอบนี้เขากลับมาชวนเราอีก แล้วเขาให้เราเล่นละคร 2 เรื่อง เลยมีการคุยเรื่องสัญญา ซึ่งเราก็ไม่ติด เพราะช่อง 3 เป็นที่ที่เราอยากอยู่สุดแล้ว ถ้าเราจะเลือกอยู่กับสังกัดไหน”

“การมีสังกัดมันทำให้เราอุ่นใจ เพราะก่อนน้านี้เราเป็นนักแสดงอิสระ เราก็รู้แล้วว่ามันเป็นยังไง มันต้องปากกัดตีนถีบนิดหนึ่ง ด้วยว่าเราไม่ได้มีสังกัดคอยป้อนงานให้ตลอด ก็จะมีหวั่นๆ ว่าเดือนหน้าเราจะมีงานไหม”

“อีกอย่างที่ตัดสินใจเซ็นสัญญา เพราะว่าเราอยากเล่นละครด้วย คือก่อนหน้านี้ฐานคนที่รู้จักเรา ก็เป็นกลุ่มคนที่ดูภาพยนตร์ การที่มาเล่นละคร มันก็จะเป็นการให้คนอีกกลุ่มได้รู้จักเรา แล้วเราก็เอ็นจอยกับงานแสดงด้วย แล้วช่องก็ไม่ได้ปิดโอกาสที่จะให้เรารับหนังได้”

๛กับการที่เราได้มาเล่นละครเป็นนางเอกเต็มตัวเรื่องแรกทางช่อง 3 ของเรารู้สึกว่าเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งไหม?
“ตอนนั้นพี่หนุ่ม กรรชัย โทรมา พี่เมย์ เฟื่องอารมณ์ โทรมา บอกว่ามีละครเรื่องหนึ่งบทประมาณนี้สนใจไหม ตอนนั้นหนูดีใจค่ะ เพราะก็อยากลองงานในด้านละครเหมือนกัน”

“ที่ผ่านมาเราก็มีผลงานในซีรีส์บ้างในหนังบ้าง พอต้องมาแสดงละครอย่างจริงจังต่างๆ ที่ตอนเด็กก็เคยเล่นละคร แต่ก็ไม่ได้เล่นนานแล้ว เล่นตอนอายุ 15-16 ตอนนั้นเล่นไปสองเรื่อง หลังจากนั้นก็ยังไม่ได้เล่นแบบจริงจัง ตอนนั้นเราไม่ได้หวังถึงเรื่องของฟีดแบ็ก แต่ตอนนี้มันเกินความคาดหวังของเราไปมากค่ะ”

เปิดวาร์ปชีวิต

สุดคิวต์

๛ความรักล่ะตอนนี้มีคนเข้ามาดูแลหัวใจหรือยัง?
“ก็มีคนเข้ามาจีบอยู่นะ ตอนนี้ยังโสดอยู่ค่ะ ยังไม่มีแฟน แต่ก็มีคนเข้ามาคุยบ้างค่ะ”

๛ด้วยความที่เราดูคนออก ทำให้เราเลือกเยอะขึ้นไหมกับคนที่จะเข้ามา?
“มีคนบอกว่าความรักทำให้เราตาบอด (หัวเราะ)”

๛งั้นถามใหม่เราเคยตาบอดหรือยัง?
“ตอนเด็กวัยใส เราก็เคยตาบอดมาบ้างค่ะ แต่ด้วยความที่เราอยู่กับคุณแม่ตลอด มันก็เลยไม่มีเรื่องที่เสียหายอะไร ตอนนี้ก็เรื่อยๆ ค่ะ”

๛เรารออะไรถึงยังไม่ยอมมีความรัก?
“ความจริงเราก็เป็นเสาหลักให้กับครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก เราโฟกัสแต่เรื่องการทำงานหาเงิน เรื่องความรักก็เป็นเรื่องรองไปค่ะในตอนนี้ แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเองนะคะ รู้สึกว่าถ้าเกิดมันสามารถจัดการเวลาและสามารถทำควบคู่กันไปได้กับงาน ก็ไม่ได้ปิดกั้นค่ะ”

๛สเป๊กสำหรับญดาหนุ่มคนนั้นต้องเป็นอย่างไร?
“สเป๊กรูปร่างหน้าตาไม่ได้มีชัดขนาดนั้น แค่รู้สึกว่าเป็นคนหน้าตาดี หนูไปโฟกัสที่นิสัยมากกว่า คือต้องเป็นคนที่โตระดับหนึ่ง เรารู้สึกว่าพอเรารับผิดชอบอะไรมาเยอะ ถ้าเกิดเราไปเจอคนที่แบบใช้ชีวิตชิล เหมือนมาเล่นๆ เราก็จะไม่เก๊ต แต่ถ้าเกิดเป็นคนที่มีการวางแผนชีวิต แบบนี้ถือว่าถูกต้อง”

เปิดวาร์ปชีวิต

ถ่ายกับคุณแม่ตอนรับปริญญา

๛เราชอบผู้ใหญ่ถูกไหม?
“ใช่ค่ะ ถ้ากำนันมาก็ไม่เอา (หัวเราะ)”

๛แฟนเราต้องระดับพระเอกไหม?
“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกค่ะ ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องหล่อระดับพระเอก ขอแค่ดูดี นิสัยเข้ากับเราได้แค่นั้นก็พอ”

๛คนในวงการไม่ติด?
“ไม่ติดค่ะ”

๛คุณแม่ห่วงไหม?
“โอ้โห สุดๆ สำคัญมาก คนที่เข้ามาต้องผ่านแม่ก่อน ต้องเข้ากับแม่เราได้ เพราะว่าแม่ต้องอยู่ด้วยค่ะ จริงๆ ไม่ใช่สเป๊กเรา เรียกว่าสเป๊กแม่มากกว่าค่ะ (หัวเราะ) ถ้าจีบแม่ผ่าน ลูกก็ไม่ยาก (หัวเราะ)”

อนงค์ จันทร - เรื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...