โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐบาลจีนไฟเขียว ฉางอัน 1 ใน 4 ยักษ์ผลิตรถอีวี ตั้งฐานผลิต 100,000 คันในไทย

BTimes

อัพเดต 16 ส.ค. 2566 เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2566 เวลา 04.18 น. • BTimes.Biz

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ กล่าวว่า ได้เข้าพบกับนายจู หั่วร่ง ประธานกรรมการ และคณะผู้บริหาร บริษัท ฉางอัน ออโตโมบิล จำกัด (Changan Automobile) ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งความคืบหน้าจากรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ได้เห็นชอบให้บริษัทดังกล่าวยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ

สำหรับการลงทุนในเฟสแรกมูลค่ากว่า 8,800 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งฐานการผลิตรถยนต์พลังไฟฟ้าพวงมาลัยขวาทั้งประเภท BEV, PHEV, REEV (Range Extended EV) ในประเทศไทย ด้วยกำลังการผลิตในระยะแรก 100,000 คันต่อปี เพื่อตอบสนองความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจะจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังกลุ่มอาเซียน รวมถึงออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ แอฟริกาใต้ และตลาดอื่นๆ

สำหรับ ฉางอัน ออโตโมบิล ไม่เพียงเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและระบบขับขี่อัจฉริยะ แต่ยังเป็น 1 ใน 4 ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีนแผ่นดินใหญ่ สามารถทำยอดขายกว่า 2 ล้านคันในปีผ่านมา บริษัทดังกล่าวมีสำนักงานใหญ่ และฐานการผลิตหลักอยู่ที่มหานครฉงชิ่ง นอกจากนี้ มีการร่วมลงทุนกับบริษัทฟอร์ด และมาสด้า ผลิตรถยนต์ในจีน

สำหรับแผนการลงทุนในประเทศไทยนั้น บริษัทเริ่มศึกษาข้อมูลการลงทุนในไทยตั้งแต่ปี 2563 พร้อมหารือร่วมกับสำนักงานบีโอไอ ณ นครเซี่ยงไฮ้ และสำนักงานใหญ่อย่างใกล้ชิด เพื่อศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกประกอบการวางแผนการลงทุน และหารือมาตรการสนับสนุนต่างๆ ของภาครัฐ

“การที่บริษัท ฉางอัน ออโตโมบิล เลือกไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลจีนในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่น และความพร้อมของไทยในการเป็นแหล่งผลิตรถยนต์ที่โดดเด่นของภูมิภาค โดยบริษัทมีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าในไทยช่วงปลายปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาชิ้นส่วนสำคัญ รวมถึงการพัฒนารถยนต์ในไทยในอนาคต เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพของไทยมากกว่าการเป็นฐานการผลิต”

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบีโอไอได้อนุมัติให้การส่งเสริมโครงการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท ทั้งยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และไฮบริด (HEV) รวมทั้งหมด 23 โครงการ จาก 16 บริษัท รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 75,000 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...