โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

โรคมะเร็งตับ: อาการ สาเหตุ การวินิจฉัย การรักษา และการป้องกัน

BT Beartai

อัพเดต 07 ส.ค. 2566 เวลา 11.40 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2566 เวลา 06.12 น.
โรคมะเร็งตับ: อาการ สาเหตุ การวินิจฉัย การรักษา และการป้องกัน

โรคมะเร็งตับเป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับที่ 1 ในผู้ชาย และอันดับ 3 ในผู้หญิง โรคมะเร็งตับเป็นผลจากที่เนื้อเยื่อของตับมีเซลล์ที่เป็นมะเร็งฝังตัวอยู่ ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ โดยสามารถโตขึ้นได้เรื่อย ๆ และเซลล์มะเร็งสามารถลุกลามไปฝังตัวในเนื้อเยื่อของอวัยวะอื่น

พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ร่วมกับการสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานานเป็นปัจจัยที่พบได้บ่อย ซึ่งมีวิธีรักษาหลายวิธีขึ้นอยู่กับความรุนแรง ความพร้อมของผู้ป่วย และดุลยพินิจของแพทย์

ตับเป็นอวัยวะที่อยู่ด้านในหน้าท้องด้านขวาส่วนบน ด้านหลังของชายโครงส่วนล่าง มีหน้าที่ในการกักเก็บสารอาหาร กรองของเสียออกจากร่างกาย และสร้างน้ำดีเพื่อย่อยไขมัน และสลายของเสีย

อาการของโรคมะเร็งตับ

โรคมะเร็งตับในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ แต่เมื่อระยะของโรคดำเนินไปอาจพบกับอาการต่อไปนี้

  • ปวดท้องหรือรู้สึกอึดอัดท้องบริเวณด้านขวาส่วนบน
  • ท้องบวม มีก้อนแข็งจนสัมผัสได้บริเวณท้องด้านขวาใต้ชายโครง
  • ปวดร้าวบริเวณสะบักขวา ปวดหลัง
  • ดีซ่าน ผิวเหลือง ตาเหลือง
  • เกิดรอยช้ำหรือเลือดออกตามร่างกายได้ง่าย
  • เหนื่อยล้ามากกว่าปกติ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • เบื่ออาหาร
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อุจจาระสีซีดขาว ปัสสาวะสีเข้มคล้ายโคลา
  • เป็นไข้

หากพบอาการใดอาการหนึ่ง หรือหลายอาการรวมกันจนเริ่มผิดสังเกต รู้สึกไม่สบายใจ หรือกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจ

สาเหตุและปัจจัยของการเกิดโรคมะเร็งตับ

โรคมะเร็งตับเกิดได้จากหลายสาเหตุและปัจจัย โดยสาเหตุและปัจจัยเหล่านั้นทำให้เซลล์ของตับได้รับความเสียหายและเกิดการอักเสบติดต่อกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นระยะเวลาหลายปี จนเซลล์บริเวณตับเกิดการกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็ง

สาเหตุและปัจจัยของโรคนี้พบได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่

1. น้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน

2. ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือซีเป็นเวลานาน

3. สูบบุหรี่

4. ดื่มแอลกอฮอล์หนักเป็นประจำ

5. โรคตับแข็ง เกิดได้จากดื่มแอลกอฮอล์ และการติดเชื้อตับอักเสบ

6. ภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (มักเกิดจากอาหารไขมันสูง น้ำตาลสูง ไม่ออกกำลังกาย)

7. โรคเบาหวาน

8. ภาวะเหล็กเกิน ภาวะที่ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กมากผิดปกติ

9. รับประทานอาหารที่มีอะฟลาทอกซิน เชื้อราที่มักมากับอาหารแห้งที่เก็บไว้นานหรือเก็บรักษาไม่ดี เช่น ถั่วลิสง ถั่วแห้ง ธัญพืช หอมหัวใหญ่ เม็ดมะม่วง ปลาแห้ง กะปิ มะพร้าวแห้ง และอื่น ๆ

การวินิจฉัยและวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งตับ

การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งตับสามารถทำได้หลายวิธี โดยแพทย์อาจเลือกใช้วิธีต่อไปนี้ในการวินิจฉัย

ตรวจร่างกายและซักประวัติสุขภาพ เช่น การตรวจสัญญาณสุขภาพทั่วไป คลำหาก้อนแข็งบริเวณหน้าท้องด้านขวาส่วนบน ซักประวัติการเจ็บป่วยในอดีตที่อาจเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งตับ อย่างประวัติการติดเชื้อ

ตรวจเลือด เพื่อหาสารเคมีที่อาจบ่งบอกถึงโรคมะเร็งและเพื่อเช็กการทำงานของร่างกาย

  • อัลฟาฟีโตโปรตีน (Alpha-fetoprotein) ผ่านการตรวจเลือด อัลฟาฟีโตโปรตีนเป็นสารเคมีที่นักวิทยาศาสตร์พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งภายในร่างกาย ทั้งโรคมะเร็งตับ โรคมะเร็งชนิดอื่น ๆ รวมถึงบางโรคที่ไม่ใช่มะเร็ง อย่างโรคตับแข็ง และตับอักเสบ ซึ่งเกี่ยวกับโรคมะเร็งตับ แต่บางกรณีในคนที่เป็นมะเร็งอาจมีอัลฟาฟีโตโปรตีนในระดับปกติได้เช่นกัน
  • ตรวจค่าการทำงานของตับเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของตับว่ายังคงสามารถทำงาน อย่างการเก็บสารอาหาร และการกรองของเสียออกจากร่างกายเพื่อใช้ประกอบการวินิจฉัย

การถ่ายภาพภายในร่างกายเพื่อหาก้อนมะเร็ง

  • ซีทีสแกน หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computerized Tomography: CT scan)
  • เอมอาร์ไอ (Magnetic Resonance Imaging:MRI) หรือการคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound) หรือการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง

การตรวจชิ้นเนื้อ (Biopsy) เป็นการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อบริเวณตับเพื่อหาร่องรอยของโรคมะเร็ง โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่ มีตั้งแต่การใช้เข็มที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเจาะเข้าไปเพื่อเก็บตัวอย่าง หรือใช้วิธีผ่าตัดขนาดเล็กเพื่อส่องกล้อง และเก็บตัวอย่าง

PET scan (Positron Emission Tomography) เป็นการฉีดน้ำตาลกลูโคสที่ผสมรวมเข้ากับสารกัมมันตรังสีในปริมาณที่เหมาะสมเข้าไปภายในร่างกาย และเข้าเครื่อง PET เพื่อหาตำแหน่งที่มีการกระจุกตัวกันของน้ำตาลที่ผสมรังสี ซึ่งเป็นบริเวณที่มะเร็งอยู่

การรักษาโรคมะเร็งตับ

โรคมะเร็งตับรักษาได้หลายวิธี ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับระยะ ตำแหน่ง ความพร้อมของผู้ป่วย และดุลยพินิจของแพทย์ ดังนี้

  • การเฝ้าระวังและติดตามอาการเมื่อตรวจพบก้อนเนื้อที่มีขนาดเล็กกว่า 1 เซนติเมตร
  • การผ่าตัดเพื่อนำเนื้องอกออก
  • การปลูกถ่ายตับ ซึ่งต้องรอการบริจาคตับจากผู้ที่มีสุขภาพดี และสามารถเข้ากันได้กับผู้ป่วย
  • การทำลายเซลล์มะเร็ง (Alation therapy) ที่ตับด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การใช้คลื่นวิทยา การใช้ความเย็น การใช้รังสี การใช้คลื่นไมโครเวฟ การใช้คลื่นไฟฟ้า
  • การอุดหลอดเลือด (Embolization therapy) เพื่อให้เลือดไหลไปเลี้ยงเซลล์มะเร็งน้อยลง ส่งผลให้เซลล์หยุดเติบโต
  • การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) ด้วยการใช้ยายามีที่ไปออกฤทธิ์บริเวณเนื้องอกมะเร็งโดยเฉพาะ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง และผลข้างเคียงต่ำกว่าการฉายรังสี และการใช้ยาเคมีแบบปกติ
  • การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunothrpy) เป็นการใช้ยาเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ไปโจมตีเซลล์มะเร็ง
  • การฉายรังสี (Radiation therapy) เป็นการใช้รังสีที่มีความเข้มข้นฉายลงไปบริเวณที่เป็นมะเร็ง แต่วิธีนี้มักส่งผลต่อเซลล์ปกติในบริเวณใกล้เคียงเซลล์มะเร็ง และเกิดผลข้างเคียงตามมา

วิธีป้องกันโรคมะเร็งตับ

โรคมะเร็งตับเกิดได้จากหลายสาเหตุและปัจจัย ซึ่งการเลี่ยงและการลดสาเหตุและปัจจัยเหล่านี้อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งตับได้

  • การรับวัคซีนตับอักเสบ
  • งดหรือลดการสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไขมันต่ำ หวานน้อย
  • รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • ลดการสัมผัสกับอะฟลาท็อกซินที่มาจากอาหารแห้ง
  • เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งในความถี่ที่เหมาะสม ผู้ชายเริ่มตรวจเมื่ออายุ 40 ปี ผู้หญิงเริ่มตรวจเมื่ออายุ 50 ปี

ที่มา: cancer.gov, Cleveland Clinic

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...