คุยกับแม่ลูกสองที่โลว์เทคสุดๆ แต่แต่งนิยายออนไลน์ รายได้หลักแสน! | The Chosen EP. 39 บ.บี
คุยกับแม่ลูกสองที่โลว์เทคสุดๆ
แต่แต่งนิยายออนไลน์ รายได้หลักแสน!
The Chosen EP. 39 บ.บี
จากคุณแม่ลูกสองสุดโลว์เทค สู่นักเขียนนิยายออนไลน์สุดฮิต
นี่คือเรื่องราวของ ‘แบ๊ว’ หรือ ‘บ.บี’ผู้เขียนนิยายติดท็อปเรื่อง ‘จางเฟยอี สตรีผู้พลิกชะตา’ นักเขียนคนนี้เธอเป็นคุณแม่ลูกสองวัย 47 ปี ที่ทำงานเป็นแม่บ้านเลี้ยงดูลูกๆ มากว่ายี่สิบปี พอลูกๆ เริ่มโตมีงานทำกันแล้ว เธอเลยใช้เวลาว่างมาอ่านนิยาย และอยากลองแต่งนิยายของตัวเองดูบ้าง แต่พอจะลงมือทำจริงๆ กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะเธออ่อนหัดเรื่องเทคโนโลยีสุดๆ ถึงขั้นต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ทุกอย่างแต่ในวันนี้เธอสามารถทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้แล้ว..
‘แบ๊ว’เล่าว่าที่ผ่านมาเธอเป็นแม่บ้านมาตลอด ไม่เคยทำงานอื่นเลย พอคิดจะเขียนนิยายก็เริ่มง่ายๆ จากเขียนพล็อตที่มีในหัวลงในสมุดก่อน เพราะเธอไม่เก่งเทคโนโลยีเลย ถึงขั้นต้องให้ลูกชายสอนตอนเปิดใช้เวิร์ดครั้งแรก พอจดลงในสมุดบ่อยๆ รู้ตัวอีกทีเธอก็เขียนจนจะจบเรื่องอยู่แล้ว เธอเลยตัดสินใจลองอัปนิยายลงบนเว็บ Dek-D เหมือนนักเขียนคนอื่นๆ ดูบ้าง
และแม้ว่านิยายเรื่องแรกที่ลงมือเขียนจะทำให้เธอมีบาดแผลในใจ แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ สู้อดทนเขียนเรื่องที่สองต่อไป จนทำให้นิยายเรื่อง‘จางเฟยอี สตรีผู้พลิกชะตา’ที่มียอดวิวกว่าครึ่งล้านขึ้นไปติดท็อปนิยายทุกหมวด และยังมีรายได้จากการขายนิยายมากถึงหกหลักอย่างไม่คาดคิด แบ๊วบอกว่า การได้มาเขียนนิยายออนไลน์ นอกจากจะสร้างคุณค่าทางจิตใจแล้ว ยังทำให้แม่บ้านที่เลี้ยงดูลูกมาตลอดอย่างเธอรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองมากๆอีกด้วย
พบปะพูดคุยวันนี้ ชวนทุกคนมาทำความรู้จัก‘แบ๊ว’ จากคุณแม่ลูกสองสุดโลว์เทค สู่นักเขียนนิยายออนไลน์สุดฮิตมาตามดูกันว่าเธอเรียนรู้อะไรจากการเป็นนักอ่าน แล้วเธอฝ่าฟันอุปสรรคการเป็นนักเขียนจนมาแต่งนิยายปังๆ ได้อย่างไร มารับแรงบันดาลใจดีๆ กัน!
บทบาทแม่จบลง เพื่อเริ่มบทบาทใหม่
สวัสดีค่ะ ชื่อสุนทรี แตงมีแสง ชื่อเล่น แบ๊ว อายุ 47 ปี ตอนนี้เป็นแม่บ้านอยู่ค่ะ มีลูกชายหญิง 2 คน อายุ 27 และ 25 ปีค่ะ เราแต่งงานมายี่สิบกว่าปีก็เลี้ยงลูกสองคนมาโดยตลอด ไม่ได้ทำอาชีพอื่นเลย จนลูกสองคนโตจนทำงานกันแล้ว เราก็เลยว่างมาอ่านนิยาย
ช่วงที่ว่างเราก็เอาหนังสือนิยายในห้องลูกชายมาอ่าน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหนังสือแนวเด็กผู้ชาย แนวระบบ แฟนตาซี ต่อสู้ เกมออนไลน์เราก็อ่านจนจบหมดทุกเล่มนะคะ พอเราอ่านหมดแล้ว ลูกชายเลยบอกว่าโหลดแอปนิยาย Dek-D อ่านนิยายผ่านมือถือดีกว่าสะดวกกว่า ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเริ่มอ่านนิยายออนไลน์ค่ะ
ทีนี้ตลอดสองปีที่ผ่านมา เราก็ชอบนิยายรักจีนโบราณมากที่สุด เพราะอ่านง่าย ละมุนละไมไปหมด พอชอบแล้วก็มีพล็อตเรื่องในใจว่าอยากให้เป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ เราก็เขียนจดๆ ไว้ คิดเหมือนกันว่าอยากจะแต่งนิยาย แต่ตอนนั้นมันยังไม่ได้จริงจัง จนในที่สุดพล็อตที่เขียนมันก็ยาวขึ้น จนจะเขียนจบได้อยู่แล้วก็เลยคิดว่าจะลองแต่งดูสักครั้งหนึ่ง ก็เลยไปเปิดแอป Dek-D มันมีช่องทางให้สมัครเป็นนักเขียน แล้วก็ลงนิยายบนเว็บได้ ก็เลยสมัครลองเขียนดู ลงครั้งแรกตอนเดือนตุลาคมปี 65
สู่นักเขียนมือใหม่สุดโลว์เทค
ระหว่างเขียนก็มีปัญหาอุปสรรคบ้าง เราอายุ 47 ปีแล้ว เป็นแม่บ้านมาตลอดชีวิต เลยอ่อนเทคโนโลยีขั้นรุนแรงต้องฝึกทุกอย่างเปิดเวิร์ดครั้งแรกยังให้ลูกนั่งสอนอยู่เลย แต่ตอนนี้จัดหน้า โหลดรูปตกแต่งเองได้แล้ว
สำหรับเราต้องเริ่มต้นใหม่หมดทุกอย่างเลยต้องศึกษาหลายอย่าง เขียนนิยายจีนโบราณก็ต้องศึกษาวัฒนธรรม ธรรมเนียม อะไรเยอะแยะไปหมด เลยกลายเป็นการบ้านของนักเขียน และในเมื่อมีคนเคยทำสำเร็จ สามารถศึกษาและเรียนรู้ได้ เราก็เลยไม่ได้คิดว่ามันเป็นปัญหาใหญ่อะไร อยู่ที่ว่าเราจะทำหรือไม่ทำเท่านั้นเอง
เราศึกษาด้วยตนเองมาตลอดสามเดือนเรียนรู้ไปด้วย เขียนนิยายไปด้วย ก็กดดันพอสมควร แต่ก็จำเป็นต้องทำ ตอนนั้นเราเลือกที่จะติดเหรียญด้วย เราก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ ก็ต้องทำต่อไป
นิยายเรื่องแรกพัง.. ก่อนจะปัง
นิยายเรื่องแรกที่เขียนเราก็ทำตัวละครเสียชีวิตไปหนึ่งตัวเลยค่ะ แล้วก็ได้คอมเมนต์จากนักอ่านประมาณว่า ทำไมถึงต้องตาย ทำไมทำแบบนี้ ตอนนั้นเราเป็นนักเขียนหน้าใหม่ เราไม่รู้ว่าทำไม เราจัดการแก้ปัญหาไม่ได้ เราควบคุมจิตใจตัวเองไม่ได้คิดตลอดว่าตัวเองทำผิดหรือเปล่า ที่ทำให้คนอ่านเสียใจ ก็เลยต้องหยุดเขียนไปสักพัก เพราะเขียนไม่ออกเลย เราจะเปลี่ยนเส้นเรื่องดีไหม เราจะทำยังไง
เราก็เลยมาเขียนอีกเรื่องหนึ่ง ‘จางเฟยอี สตรีพลิกชะตา’เรื่องนี้เราก็ตั้งใจว่าฉันจะทำให้มีความสุขทุกสิ่งทุกอย่างเลย จะได้ไม่มีใครมาว่าเราอีกว่าเราทำตัวละครตาย ทีนี้เวลาเราจะเขียน เราจะวางพล็อตเรื่องเอาไว้เป็นหัวข้อใหญ่ๆ หมดเลยค่ะอย่างเช่นว่า จะเกิดเหตุการณ์อะไรในช่วงไหน ช่วงที่นางเอกอายุเท่าไหร่ เขียนไว้ตั้งแต่ต้นยันจบเลย แต่ว่าไม่ได้ลงรายละเอียดว่าฉากควรเป็นยังไง แต่ว่าจะทำล่วงหน้าไว้ ไม่ได้เขียนกลางคืนตอนเช้าลงแบบนี้ เราจะเขียนเก็บไว้ล่วงหน้า สักสี่ห้าตอน ให้เรามีเวลาอ่านทบทวนก่อนค่ะ
ตัวละครของเราก็เอามาจากคนในบ้านหมดเลย อย่างเรื่องความสูงใหญ่ของพระเอกก็เอามาจากสามี หน้าตาหล่อเหลาเอามาจากลูกชาย พี่น้องเราก็จับเอามาเป็นตัวละครหมดเลยค่ะ ไม่น่าเชื่อว่ามันจะลงตัวได้ดีขนาดนี้
ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีค่ะ ก็มีทั้งแง่บวกและแง่ลบ แต่ตอนนี้ก็เริ่มทำใจได้แล้ว เราต้องปรับจิตใจเราเองค่ะ เพราะแต่ละคนก็ชอบไม่เหมือนกัน มุ่งมั่นอยู่กับพล็อตเรื่องของเราไว้ แล้วทำให้มันจบแค่นั้นเอง
ช่วงที่เขียนเรื่องที่จางเฟยอี เราไม่ได้รู้เรื่องเลยว่านิยายติดท็อป เราก็เขียนๆ ไป จนเดือนมกราคมหลานมาบอกว่า "น้าแบ๊ว นิยายติดท็อปอันดับสองเลยนะ"ก็ดีใจค่ะ แต่ก็กดดันด้วย ยิ่งมีคนอ่านเยอะ เรายิ่งต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ช่วงที่ติดท็อปก็เขียนไม่ออกอยู่หลายวัน กดดันมากค่ะ แต่ก็คิดว่ายังไงเราก็ต้องเขียนให้จบ พอลงตอนใหม่ๆ ไป ก็ยังมีคอมเมนต์ดีๆ อยู่ เป็นกำลังใจมากขึ้นเลยว่าเราสามารถทำได้นะ เขายังติดตามเราอยู่นะ เราก็เลยเขียนจนจบเรื่องได้ค่ะ
สู่รายได้ที่มีคุณค่าทางจิตใจ
ตอนที่เราสมัครเป็นนักเขียนนิยาย จะมีขั้นตอนการลงทะเบียนนักเขียนเพื่อรับรายได้อยู่แล้ว เราก็เลยใช้สิทธิ์ของเราให้เต็มที่ แต่เราก็ไม่ได้มั่วนะคะ ก็ศึกษามาในระดับหนึ่ง มันควรมีกี่หน้า จำนวนกี่คำในแต่ละบท ถ้าจะติดเหรียญต้องราคาเท่าไหร่ ก็คิดมาบ้างแล้วค่ะ ก็เหมือนกับการทำอาหารขาย ถ้าเราทำไม่อร่อย ไม่ถูกปากเขา เขาก็ไม่ซื้อ แต่ถ้าเราทำอยู่ในระดับมาตรฐานมันก็ต้องมีคนซื้อบ้างแหละ
ตอนแรกเราก็คาดหวังว่าเดือนละห้าร้อย พันหนึ่ง เราก็ดีใจมากแล้ว เพราะว่าเราก็เป็นนักเขียนหน้าใหม่ พอสามสี่วัน ยอดวิวเราก็ขึ้นมาทุกวัน เราก็เริ่มคิดละว่าน่าจะได้มากกว่านี้ ตอนนี้ก็หกหลักแล้วค่ะ
เรื่องรายได้เราไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะมากหรือน้อย เรื่องนี้เราอาจจะมีคนมาอ่านเยอะ แต่เรื่องหน้าอาจจะไม่มีคนมาอ่านก็ได้ แต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความภาคภูมิใจในตัวเองเพราะเราก็อายุ 47 แล้ว อยู่แต่บ้าน เป็นแม่บ้านเลี้ยงดูลูก เราทำได้ในระดับนี้ มันเป็นคุณค่าทางจิตใจมากกว่าค่ะ แต่ก็เปย์ตัวเองนะคะ ซื้อมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าให้ตัวเองคันหนึ่งราคาหกหมื่นกว่าบาท ภูมิใจมากก
เคล็ดลับมือใหม่.. เอาชนะคอมเมนต์!
สิ่งที่เราทำเป็นประจำคืออ่านนิยายในช่วงกลางวัน อ่านทุกแนวค่ะ แล้วก็มาดูวิธีการเขียนของเขา อันไหนที่เราปรับเอามาใช้กับตัวเองได้เราก็เอามาปรับใช้โพสต์ต่างๆ ในบอร์ดนักเขียน การเข้าร่วมกลุ่มนักเขียนนิยาย ที่เขาโพสต์ถามนั่นนี่ เราก็เก็บประสบการณ์เอาไว้ให้มากที่สุด ไวที่สุดที่เราจะสามารถทำได้
ส่วนตัวที่ทำเองจริงๆ คือ การคอมเมนต์ เราพยายามที่จะเอาชนะคอมเมนต์ เช่น ช่วงสิบตอนแรกของนิยายก็จะมีเมนต์เช่นว่า ตรงนี้มีคำผิด ตรงนี้ไม่เหมาะสม ตรงนี้ควรเป็นแบบนี้หรือเปล่า เราก็ค่อยๆ แก้ไข มีคำผิดปุ๊ปแก้เลย แต่ถ้าต้องแก้เส้นเรื่องเราไม่ทำ แต่ถ้าอันไหนที่เราสามารถทำได้เราทำทันทีเลย
บอกตรงๆ เราอ่านเป็นร้อยรอบกว่าที่จะลงไปในแต่ละวัน เหนื่อยมาก แต่พอตอนสามสิบกว่าๆ คอมเมนต์แนวนี้ก็เริ่มหายไป เราก็ดีใจ ในที่สุดเราก็หลุดพ้น แต่ก็ยังมีหลุดบ้างค่ะ คิดว่าอย่างน้อยเราก็ได้สู้กับพวกเขาไปในแต่ละวัน มันเป็นความสุขอย่างหนึ่งค่ะ
ถือเป็นนักเขียนมือใหม่ที่รับมือกับอุปสรรคเรื่องคอมเมนต์ได้น่าสนใจมากค่ะไม่ว่าจะเจอคอมเมนต์ที่วิจารณ์ในแง่ดีหรือแง่ลบ ขอเพียงเราตั้งสติ พิจารณาว่าคอมเมนต์ไหนเป็นประโยชน์กับเรา และนำมาปรับปรุงแก้ไขพัฒนาตัวเองได้ เราก็จะสนุกกับการเขียนนิยายได้แน่นอน เหมือนที่ แบ๊ว นักเขียนมือใหม่แม่ลูกสองคนนี้พยายามเอาชนะคอมเมนต์ และแก้ไขตามคำแนะนำจนนิยายปังอย่างทุกวันนี้ !
เส้นทางนักเขียนของ แบ๊ว ก็เหมือนกับนักเขียนหลายๆ คน คือ เริ่มต้นจากการเป็นนักอ่าน และผันตัวมาเขียนนิยายของตัวเอง แม้ว่าในตอนแรกเธอจะใช้เทคโนโลยีได้ไม่คล่อง แต่เธอก็ยินดีที่จะฝึกฝน และเรียนรู้สิ่งต่างๆ เกี่ยวกับการเขียนนิยายเสมอนอกจากนี้ เธอยังนำเรื่องใกล้ตัวและคนที่อยู่รอบๆ ตัว มาปรับเป็นเรื่องราวและตัวละครในนิยายได้อย่างลงตัว แม้จะเจออุปสรรคอย่างคอมเมนต์ที่ทำให้รู้สึกกดดันบ้าง แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ ตั้งใจเขียนนิยายต่อจนจบเรื่อง ทั้งยังสามารถสร้างรายได้จากนิยายได้อย่างไม่คาดคิดอีกด้วย
เชื่อว่าเรื่องราวของนักเขียนมือใหม่คนนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจดีๆ ให้กับนักอ่านและนักอยากเขียนทุกคน ได้นะคะ ใครมีฝันบนเส้นทางนักเขียน อย่ารอช้า มาเริ่มเขียนนิยายของเรากันได้แล้ว ^^
เริ่มเขียนนิยาย
พี่แนนนี่เพน
อ่านผลงานของ “บ.บี”
- จางเฟยอี สตรีผู้พลิกชะตา
- พ่ายรักนางร้าย
- ไม่อยากเป็นแล้ว ตัวเอกของเรื่อง