โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สภาเมืองคนรุ่นใหม่’ ชงไอเดียแก้ปัญหา-พัฒนาเมือง ส่งตรงผู้ว่าฯ กทม.

Thai PBS

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

เสียงจากเยาวชน คนรุ่นใหม่ เสนอ 3 นโยบายหลัก ทางเท้าปลอดภัย-เมืองจักรยาน-ผู้ดูแลบุคคลออทิสติก ‘ชัชชาติ’ ย้ำ เดินหน้าผลักดันนโยบาย ควรเริ่มจากสร้างพื้นที่ต้นแบบ ก่อนขยายแนวคิดสู่ 50 เขต เพื่อความมั่นใจ ตอบโจทย์ ใช้งานได้จริง

1 ในแผนระยะยาวของกรุงเทพมหานคร คือ การสร้างเมืองเพื่อรองรับอนาคตเด็กและเยาวชน ทาง กทม. จึงได้มีโครงการ BKK เรนเจอร์ (BKK Ranger) ที่เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และรับฟังเสียงของเด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่ เพื่อร่วมกันพัฒนาและเปลี่ยนแปลงเมืองกรุงเทพฯ ให้ตอบโจทย์อนาคต

BKK เรนเจอร์ จึงเป็นอีกพื้นที่ของ กทม. ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ผลักดันนโยบายร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ของ กทม. นำเสนอนโยบายและไอเดียการพัฒนาเมือง เช่น การเดินทาง, การใช้จักรยาน, ทางเท้าปลอดภัย และการดูแลสังคม

โครงการนี้ได้ออกแบบ สภาเมืองคนรุ่นใหม่ เพื่อให้เด็กและเยาวชนเสนอนโยบายแก้ไขปัญหาเมือง โดยมีหน่วยงานในสังกัด กทม. เช่น สำนักการศึกษาสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง, สำนักการจราจรและขนส่ง, สำนักการแพทย์, สำนักงานเขตต่าง ๆ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพ (ไทย-ญี่ปุ่น) และองค์กรเอกชนอย่าง WHY I WHY FOUNDATION, TTALAB, SYSI เข้าร่วมแลกเปลี่ยน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ในการเปิดสภาเมืองคนรุ่นใหม่ ครั้งที่ 1/2569 ได้มี 3 นโยบายสำคัญที่ถูกนำเสนอ ได้แก่

1. นโยบาย Safe Walk: ทางเท้าอุ่นใจ เส้นทางปลอดภัยใกล้โรงเรียน โดยทีม “ผู้มีบารมี” เสนอให้พัฒนา แผนที่ปลอดภัยเชิงรุก (Smart Mapping) ให้นักเรียนและผู้ปกครองใช้วางแผนการเดินทางได้ โดยร่วมมือกับเยาวชนสำรวจและส่งข้อมูลผ่าน Traffy Fondue เพื่อเปลี่ยนทางเท้าแคบและมืด ให้กลายเป็น Standard Sidewalk ที่ทุกคนก้าวเดินได้อย่างมั่นใจและต้องการลดภาระผู้ปกครองและลดรถติดหน้าโรงเรียน

โดยทีมระบุปัญหา ว่าเด็กจำนวนมากต้องเดินไปโรงเรียนในระยะ 500 เมตรรอบโรงเรียน แต่เจอทางเท้าแคบ แสงสว่างไม่พอ ทั้ง ๆ ที่ การเดินทางอย่างปลอดภัยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ให้ข้อเสนอแนะ ย้ำว่าการเดินทางเป็นเรื่องสำคัญ แต่หากไปสังเกตการณ์ที่หน้าโรงเรียน พบว่าเด็กส่วนใหญ่ประมาณ 70-80% ไม่ได้ใช้วิธีการเดินเท้า แต่เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์เป็นหลัก ดังนั้นปัญหาสำคัญที่สุดที่ คือ เด็กส่วนใหญ่ไม่สวมหมวกกันน็อกขณะขับขี่ แม้ในอดีต กทม. จะเคยแจกหมวกกันน็อกให้เด็กทุกคนไปแล้ว แต่ก็ยังมีความยากลำบากในการบังคับใช้จริง

“จึงขอฝากโจทย์ให้ทีมงานผลักดันให้เป็นSafe Journey นำเรื่องนี้ไปคิดต่อว่าจะทำอย่างไร ? เพื่อช่วยส่งเสริมความปลอดภัย และหาวิธีการที่จะทำให้ทั้งตัวเด็กนักเรียนรวมถึงผู้ปกครองสวมหมวกกันน็อกขณะขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อความปลอดภัยร่วมกันทั้งหมด”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

2. นโยบาย WHEEL (Walkable & Human-centered Environment for Emissions-Light mobility) โดยทีม “Bike4All” เสนอนโยบายยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อคนปั่นจักรยาน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสถานีจอด เส้นทางเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะ และระบบเช่าจักรยานที่สะดวกสบาย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายลดมลพิษทางอากาศและคืนสุขภาพดีให้คนเมือง

ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาเมืองอย่างสร้างสรรค์ พร้อมแนะนำให้ทีมเยาวชน เสนอข้อมูลจุดติดขัดทางกายภาพ ที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการปั่นจักรยาน เช่น พื้นที่ที่ปั่นต่อไปไม่ได้, เพื่อให้ทีมงาน กทม. สามารถเข้าดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้สามารถปั่นจักรยานได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย

3. นโยบายสนับสนุนผู้ดูแลออทิสติกแบบองค์รวม (Holistic Autism & Caregiver Support Network) โดยทีม“KoQo – ASD toolkit” เพื่อการดูแลบุคคลออทิสติก และผู้ดูแลแบบองค์รวมอย่างเป็นระบบ ซึ่งทีมเสนอปรับปรุงคู่มือดูแลบุคคลออทิสติก ให้เป็นชุดเครื่องมือดิจิทัลที่ตอบโต้กับผู้ใช้ได้ และตอบโจทย์ปัญหาของผู้ดูแลได้อย่างตรงจุด

โดย ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เสนอแนะว่าเรื่องนี้น่าสนใจ ปัจจุบันมีการวินิจฉัยที่ดีขึ้นทำให้ตรวจพบเด็กพิเศษหรือกลุ่มออทิสติกมากขึ้น ซึ่งเด็กกลุ่มนี้มีสเปกตรัมที่กว้าง ตั้งแต่กลุ่มที่สามารถทำงานได้ตามปกติ ไปจนถึงกลุ่มที่มีอาการค่อนข้างเยอะ จึงต้องจำแนกสเปกตรัมให้ชัดเจนเพื่อหาแนวทางการดูแลที่เหมาะสมสำหรับแต่ละกลุ่ม พร้อมให้คำแนะนำว่าอาจไม่มีคู่มือปฏิบัติงานมาตรฐานเดียว ที่ใช้แก้ปัญหาได้กับทุกคน เพราะแต่ละแนวทางการดูแลรักษาอาจมีความแตกต่างกัน

ทั้ง 3 นโยบาย ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้แลกเปลี่ยนแนวคิดการแก้ปัญหาเมือง ผ่านกระบวนการ Design Thinking ซึ่งมี 5 กระบวนการ

“จุดเริ่มต้นที่สำคัญคือต้องเข้าใจปัญหาก่อน ถ้าเรานั่งอยู่ในออฟฟิศ ไม่มีทางที่จะเข้าใจปัญหาของชาวบ้านต้องลงไปเดิน พอลงไปก็จะเข้าใจปัญหาว่าปัญหาคืออะไร นั่นคือจุดเริ่มต้นของคำว่า Empathy ถือเป็นหัวใจของการเข้าใจปัญหา”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.

ชัชชาติ ย้ำด้วยว่า การนิยามปัญหาให้ถูกต้องมีความสำคัญมาก หากนิยามปัญหาผิดจะไม่มีทางได้ทางแก้ไขที่ถูกต้องเลย ตัวอย่างเช่น ปัญหารถติดในกรุงเทพฯ หากนิยามว่าถนนไม่พอ และแก้ด้วยการสร้างถนนเพิ่ม ปัญหาก็ไม่มีวันจบเพราะปริมาณรถมีมากเกินไป แต่หากนิยามใหม่ว่าปัญหาคือระบบขนส่งสาธารณะไม่ดีพอ ซึ่งหากระบบขนส่งสาธารณะดี ประชาชนก็จะไม่อยากขับรถยนต์ส่วนตัวที่ต้องเสียทั้งค่าประกันและค่าจอดรถราคาแพง

การระดมความคิดหาทางแก้ไข คือ การคิดหาทางแก้ไขปัญหาให้ได้จำนวนหลากหลายและมากที่สุด โดยมีข้อแนะนำสำคัญ คือ อย่าเพิ่งหลงรักคำตอบหรือไอเดียแรกของตัวเอง แต่ควรเปิดกว้างรับไอเดียอื่น ๆ ชวนคนมาร่วมคิดและระดมเขียนไอเดียออกมาให้เยอะที่สุดก่อนจะค่อย ๆ คัดออก

สำหรับในกระบวนการผลักดันนโยบาย สามารถเริ่มต้นด้วยการสร้าง Prototype คือ แทนที่จะนำแนวทางแก้ไขปัญหาไปบังคับใช้พร้อมกันในทุกพื้นที่ (เช่น ทำพร้อมกันทั้ง 50 เขต) ควรเริ่มต้นจากการสร้างแบบจำลองหรือพื้นที่ต้นแบบก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางดังกล่าวเป็นคำตอบที่ถูกต้องและใช้ได้จริง

“ข้อดีของกรุงเทพมหานคร คือ ปัญหาในแต่ละพื้นที่มีความคล้ายคลึงกัน หากเราสามารถสร้างต้นแบบที่ทำงานสำเร็จ หรือหากแก้ปัญหาสำเร็จได้ใน 1 เขต ก็สามารถขยายผลไปยังอีก 50 เขตได้เช่นกัน”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

คลิป นายกฯ อิตาลี คลุมธงปาเลสไตน์ต่อหน้าเนทันยาฮู สร้างด้วย AI

49 นาทีที่แล้ว

โพสต์อ้างข่าวด่วน ! “ญี่ปุ่น” เผย “เกาหลีเหนือ” ยิงขีปนาวุธ พบใช้ภาพในอิหร่าน อ้างเหตุในญี่ปุ่น

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ขับรถเหยียบน้ำกระเด็นใส่ผู้อื่น มีโทษจริงหรือ ?

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เดินหน้าทำแผนแม่บทพัฒนาภาคใต้-SEC Watch คาดประชุมนัดแรก ครม.สัญจร สงขลา สิ้นเดือนนี้

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...