“บล.กรุงศรี” มอง SET ฟื้นตัว รับบอนด์ยีลด์ขาลง ชู BH-BDMS-MTC เด่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินกลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) มีโอกาสฟื้นตัวในระยะสั้น โดยมีปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Bond Yield) ที่มีโอกาสปรับตัวลดลง ขณะที่ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังมีสัญญาณเปราะบาง สะท้อนจากดัชนีการจ้างงาน (Employment Index) ในรายงาน PMI ภาคบริการของสถาบัน ISM รวมถึงผลสำรวจความยาก-ง่ายในการหางานที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564
ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) ในสัปดาห์หน้า โดยประเมินว่าผลกระทบจากราคาน้ำมันที่มีต่อเงินเฟ้อน่าจะอยู่ในระดับจำกัด ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์มีแนวโน้มผ่านจุดสูงสุด ส่งผลให้ตลาดมีโอกาสคลายความกังวลและฟื้นตัวได้
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ให้น้ำหนักต่อการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ซึ่งหลายบริษัทมีแนวโน้มรายงานกำไรที่แข็งแกร่ง โดยกลยุทธ์การลงทุนแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
หุ้นที่ได้รับประโยชน์จาก Bond Yield ลดลง เน้นกลุ่มเช่าซื้อ ได้แก่ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC, บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC และ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT รวมถึงบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ซึ่งมีลักษณะธุรกิจที่มีหนี้สินในระดับสูงและมีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่น่าสนใจ
หุ้นกลุ่ม De-escalation ซึ่งคาดว่าผลประกอบการระยะสั้นได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในระดับจำกัด และมีโอกาสได้รับแรงส่งจากการฟื้นตัวในระยะถัดไป ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือBH และบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัดอ(มหาชน) หรือ BDMS กลุ่มค้าปลีก บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL กลุ่มเครื่องดื่ม บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI และกลุ่มท่องเที่ยว บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC และบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW
หุ้นตามธีมการลงทุน ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON, บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON และ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET รวมถึงกลุ่มธนาคาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL
สำหรับหุ้นเด่นประจำสัปดาห์ แนะนำ BH, BDMS และ MTC โดย BH อยู่ที่ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 210 บาท คาดเข้าสู่ช่วงฤดูกาลที่มีผู้ป่วยต่างชาติเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น พร้อมมองเห็นโอกาสเกิด Re-rating ของราคาหุ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ขณะที่ BDMS อยู่ที่ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 27 บาท ได้แรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาลและมีโอกาสเกิด Re-rating เช่นเดียวกัน
ด้าน MTC อยู่ที่ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 40 บาท คาดว่ากำไรไตรมาส 2/2569 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ขณะที่แนวโน้ม US Bond Yield ที่ทยอยลดลงจะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มสินเชื่อและช่วยสนับสนุนธีมการลงทุนในระยะถัดไป
ทั้งนี้ สำหรับ Top Picks เดือนสิงหาคม 2569 ได้แก่ GPSC, CRC, GULF, KBANK, BH, MTC และ SCC ส่วน หุ้นเด่นไตรมาส 3/2569 ได้แก่ AOT, GULF, KBANK, ADVANC, KTB, GPSC, PTT, SCC, AMATA และ BH
ขณะที่หุ้นกลุ่ม Mid-Small Cap ที่น่าสนใจ ได้แก่ WHA, MTC, CENTEL และ WHAUP
สำหรับผลการดำเนินงานของหุ้นเด่นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ GULF, GPSC และ KBANK ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -0.47% ดีกว่าผลตอบแทนของ SET ที่ -0.72% สะท้อนว่าหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานและธีมการลงทุนชัดเจนยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดโดยรวม