โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

“อิซุชิ” เมืองเล็กๆ ในจังหวัดเฮียวโกะที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน

conomi

อัพเดต 14 ส.ค. 2568 เวลา 14.25 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • conomi.co

หากพูดถึงจังหวัดเฮียวโกะ จังหวัดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคันไซ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮอนชู หลายคนอาจจะรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างปราสาทฮิเมจิ เมืองท่าโกเบ อะริมะออนเซ็น น้อยคนนักที่จะรู้ว่าในจังหวัดเฮียวโกะมีเมืองเก่าแก่ที่น่าสนใจอยู่มากมาย ครั้งนี้เราขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ “อิซุชิ” เมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดเฮียวโกะ

เมืองเก่าที่ยังคงกลิ่นอายของญี่ปุ่นโบราณไว้ได้อย่างสวยงาม แม้ผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว

“อิซุชิ” เมืองเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ยุคเอโดะ เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 300 ปี และยังมีชื่อปรากฏอยู่ในพงศาวดารญี่ปุ่นอีกด้วย อิซุชิได้ชื่อว่าเป็นเมืองปราสาท บ้านเมืองที่อยู่รอบๆ ปราสาทมีผังเมืองเป็นแบบตารางหมากรุก เมืองนี้จึงถูกเรียกว่า Little Kyoto หรือเมืองเกียวโตเล็กๆ แห่งทะจิมะ

เมืองอิซุชิ
เมืองอิซุชิ

4 สถานที่สำคัญของเมือง ซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนาน

1. หอนาฬิกาไม้ ชินโคะโร

ชินโคะโร หอนาฬิกาไม้โบราณขนาดใหญ่ ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอิซุชิ และเป็นหอนาฬิกาไม้ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เดิมทีเป็นหอสังเกตการณ์ข้าศึกซึ่งภายในมีห้องสำหรับลั่นกลอง ในสมัยก่อนนั้นจะมีการลั่นกลองเพื่อบอกเวลาทุก ๆ 1 ชั่วโมง ต่อมาในปีค.ศ. 1881 นายแพทย์ท่านหนึ่งซึ่งเปิดกิจการอยู่ในเมืองได้ล้มป่วยลง ชาวเมืองช่วยกันอธิษฐานขอพรให้เขาหายป่วย และเมื่อหายดีเขาจึงบริจาคนาฬิกาเชิงกลเรือนใหญ่ที่นำเข้าจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจของชาวเมือง ชินโคะโรจึงกลายเป็นหอนาฬิกานับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นาฬิกาเรือนใหญ่ที่อยู่บนหอนาฬิกาปัจจุบันถูกเปลี่ยนมาเป็นเรือนที่ 3 แล้ว

เมืองอิซุชิ หอนาฬิกาไม้ ชินโคะโร

2. ปราสาทอิซุชิ

สถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองคือปราสาทอิซุชิ ประวัติความเป็นมาของปราสาทแห่งนี้มีอยู่ว่า เมื่อปีค.ศ. 1574 ท่านยามะนะขุนนางผู้มีอิทธิพลแห่งยุคมุโระมะจิ ได้สร้างปราสาทอะริโคะยะมะไว้บนจุดสูงสุดของยอดเขาอะริโคะยะมะ ต่อมาในปีค.ศ. 1604 ท่านโคอิเดะขุนนางแห่งยุคเอโดะตอนต้น ซึ่งเป็นผู้ครอบครองปราสาทอยู่ในขณะนั้น ได้ยกเลิกการใช้งานปราสาทอะริโคะยะมะ และสร้างปราสาทแห่งใหม่ขึ้นมาที่เชิงเขา โดยขนานนามว่าปราสาทอิซุชิ

จนกระทั่งเมื่อถึงยุคเมจิ ผลพวงจากการปฏิรูปประเทศทำให้ปราสาทต่าง ๆ ตกอยู่ภายใต้การดูแลของฝ่ายทหาร ซึ่งทางทหารไม่สามารถดูแลปราสาททั้งหมดได้ จึงมีคำสั่งให้รักษาคงไว้เฉพาะปราสาทที่จำเป็นต้องใช้เป็นป้อมปราการ ส่วนปราสาทที่ทางทหารไม่จำเป็นต้องใช้ในการรบก็ไม่ได้รับการดูแลและถูกทำลายลงไป ในเวลาต่อมายอดหอคอย ประตูปราสาท และสะพานเชื่อมไปยังปราสาทได้รับการบูรณะ รวมถึงบริเวณโดยรอบของคูเมืองก็ได้รับการฟื้นฟูให้เป็นสวนสาธารณะ และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองในปัจจุบัน

3. ศาลเจ้าอินาริ

นอกจากปราสาทอิซุชิแล้ว ยังมีศาลเจ้าอินาริตั้งอยู่ด้านบน ทางเดินขึ้นจะมีเสาแดงโทริอิที่ตั้งเรียงรายสวยงามเป็นทางไปสู่ศาลเจ้า ว่ากันว่าเมื่อเดินขึ้นบันไดผ่านเสาแดงโทริอิไป แล้วมองกลับลงมาด้านล่างจะเห็นทิวทัศน์ในมุมกว้างของบ้านเมืองรอบ ๆ ปราสาท ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในยุคเอโดะ

เมืองอิซุชิ ศาลเจ้าอินาริ
ศาลเจ้าอินาริ

4. โรงละครคาบุกิ “เอระคุคัง”

ในเมืองอิซุชิยังมีโรงละครคาบุกิเก่าแก่อย่าง “เอระคุคัง” ซึ่งมีอายุกว่า 100 ปี ถือเป็นโรงละครที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้เคยถูกปล่อยให้ร้างเป็นเวลานาน จนทางการมีนโยบายที่จะอนุรักษ์โรงละครโบราณแห่งนี้ไว้ จึงได้ทำการบูรณะฟื้นฟูและกลับมาเปิดทำการแสดงตามปกติ

ความพิเศษของโรงละครนี้คือ มีเวทีที่สามารถมองได้จากรอบทิศทาง นักแสดงจะเดินบนไม้ที่พาดผ่านแถวที่นั่งของผู้ชม เพื่อให้ผู้ชมสามารถชมการแสดงได้อย่างชัดเจน และบริเวณชั้นใต้ดินของเวทีจะมีระบบกลไกแบบโบราณที่ทำจากไม้ ใช้สำหรับหมุนเวทีในการแสดงหรือใช้ในการเปลี่ยนฉาก ซึ่งถือว่าเป็นภูมิปัญญาของคนยุคก่อนที่น่าทึ่งมาก

โรงละครคาบุกิ

อาหารขึ้นชื่อประจำเมืองอิซุชิ

ซาระโซบะ หรือที่รู้จักกันในนามอิซุชิโซบะ เป็นอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ ซึ่งในเมืองอิซุชิมีร้านโซบะชั้นดีกว่า 50 ร้านเลยทีเดียว อิซุชิโซบะมีวิธีการเสิร์ฟที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยจะแบ่งเส้นโซบะสำหรับ 1 คนทานเป็น 5 จานเล็ก ๆ รับประทานกับซุปดาชิโดยมีเครื่องปรุงรสเป็นไข่ ต้นหอม หัวไชเท้าขูด มันบด และวาซาบิเป็นต้น ว่ากันว่าหากชายใดรับประทานโซบะจนสามารถเรียงจานได้สูงเท่ากับตะเกียบในแนวตั้ง ถือว่าชายผู้นั้นมีความเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว

วิธีรับประทานอิซุชิโซบะมีขั้นตอนดังนี้

  • เทซุปดาชิลงในถ้วยซุปแล้วชิมรสชาติของซุปดาชิ
  • รับประทานเส้นโซบะพร้อมกับซุปดาชิ
  • ใส่ต้นหอมและวาซาบิเพิ่มเข้าไปเป็นเครื่องปรุงรสให้อร่อยยิ่งขึ้น
  • เพลิดเพลินกับรสชาติที่แตกต่างด้วยการรับประทานกับมันบดและไข่
  • ปิดท้ายด้วยการรับประทานน้ำซุปลวกเส้นโซบะ
โซบะ

กิจกรรมที่น่าสนใจ

กิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยวเมื่อได้มาเยือนเมืองอิซุชิ นอกจากการแต่งชุดกิโมโนสวย ๆ เดินเที่ยวชมความคลาสสิคของเมืองแล้ว ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย

สวมวิญญาณเชฟทำเส้นโซบะ

การทำเส้นโซบะเป็นกิจกรรมยอดฮิตประจำเมือง โดยมีร้านที่เปิดสอนทำเส้นโซบะตั้งแต่ขั้นตอนการนวดแป้งจนได้ออกมาเป็นอิซุชิโซบะ ซึ่งแต่ละร้านนั้นก็จะมีค่าสอนแตกต่างกันไป โดยราคามีตั้งแต่ 1,500 – 3,000 เยน สามารถเรียนได้ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม โดยส่วนใหญ่จะต้องโทรศัพท์ไปจองก่อนล่วงหน้า

โซบะ

สัมผัสศิลปะดั้งเดิมผ่านเครื่องปั้นดินเผา

อีกหนึ่งกิจกรรมที่พลาดไม่ได้ก็คือ การเรียนทำอิซุชิยะกิ เครื่องปั้นดินเผาซึ่งเป็นของขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของที่นี่ จุดเด่นของอิซุชิยะกิคือ เป็นเครื่องปั้นดินเผาสีขาวที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างประณีต ทำให้อิซุชิยะกิแตกต่างจากเครื่องปั้นดินเผาสีขาวของที่อื่น ลวดลายต่าง ๆ ที่ถูกบรรจงวาดลงบนเครื่องปั้นดินเผา ก็สะท้อนถึงศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวสามารถเรียนทำอิซุชิยะกิได้ตามร้านที่เปิดสอน ซึ่งราคาค่าสอนของแต่ละร้านจะแตกต่างกันไป มีตั้งแต่ 1,650 – 4,320 เยน

ถึงแม้เมืองอิซุชิจะสร้างมาตั้งแต่ยุคเอโดะ แต่ปัจจุบันก็ยังเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา และคงความงดงามแบบญี่ปุ่นโบราณไว้ได้เป็นอย่างดี เชื่อว่านักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนที่นี่จะต้องรู้สึกประทับใจและหลงเสน่ห์ความคลาสสิคของเมืองนี้อย่างแน่นอน

สรุปเนื้อหาจาก: izushi
ผู้เขียน: monshapi

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...