โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สปป.ลาว ไฟเขียว “เพิ่มรถหัวลาก-เปิดด่าน 24 ชม.” ดันส่งออกผลไม้ไทยไปจีน

The Reporters

อัพเดต 31 มี.ค. 2565 เวลา 03.54 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2565 เวลา 03.54 น.

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังหารือร่วมกับ ดร.คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว ถึงการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ไทยไปยังจีน ว่า เมื่อปี 2564 สปป.ลาวเป็นคู่ค้าอันดับ 7 ของไทยในอาเซียน ตัวเลขการค้าระหว่างไทยกับ สปป.ลาว มีมูลค่า 229,572 ล้านบาท +15% จึงได้ตั้งเป้ามูลค่าการค้าร่วมกัน ในปี 2568 มูลค่า 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 363,000 ล้านบาท ซึ่ง 93.5% ของตัวเลขการค้าระหว่างกันทั้งหมดเป็นการค้าชายแดน คิดเป็นมูลค่า 214,814 ล้านบาท +13.17 % ซึ่งมูลค้าการค้าที่เพิ่มขึ้นเกิดจากด่านชายแดนไทยกับ สปป.ลาว ได้เปิดการค้าระหว่างกัน ปัจจุบันเปิดแล้ว 12 ด่าน และกำลังดำเนินการในการเปิดด่านเพิ่ม

สำหรับการหารือล่าสุด ได้หยิบยก 4 ประเด็นสำคัญคือ ประเด็นแรก ขอให้ทางการลาวอำนวยความสะดวกและพิจารณาการเปิดด่านเพิ่ม 9 ด่าน จากที่เปิดอยู่แล้ว 12 ด่านประกอบด้วย ด่านบ้านปากแซง ด่านเชียงของ ด่านท่าเทียบเรือมุกดาหาร ด่านท่าเทียบเรือเทศบาลนครพนม ด่านบ้านจุมพล ด่านท่าเรือหนองคาย ด่านบ้านม่วง ด่านบ้านหม้อ ด่านอำเภอเชียงคาน ด่านบ้านแจมป่อง เพื่อให้เป้าหมายร่วมกันทางการค้าปี 2568 ได้บรรลุ 3.63 แสนล้านบาท ตามที่ได้ตั้งเป้าไว้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการค้าทั้งสองประเทศต่อไป ซึ่งประเด็นนี้ นายจุรินทร์กล่าวว่า ทาง สปป.ลาว ได้รับไปพิจารณา

ส่วนประเด็นที่ 2 ภาคปฏิบัติเรื่องการส่งออกสินค้าไทยไปยัง สปป.ลาว มีเอกสารสำคัญที่จำเป็นที่เรียกว่า Form D คือเป็นใบแจ้งแหล่งกำเนิดสินค้า ที่ผ่านมา ก่อนที่สินค้าจะข้ามแดนไปได้จะต้องได้รับใบ Form D โดยอนุมัติจากเวียงจันทน์ ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ซึ่งทางการลาวรับว่าจะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านจำนวน 5 ด่านสากล เริ่มโครงการนำร่องให้เจ้าหน้าที่ออก Form D ให้กับผู้นำเข้าลาว 11 บริษัทได้ก่อน โดยจะเริ่มดำเนินการวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ ก่อนขยายผลต่อ เมื่อทุกอย่างบรรลุผล

ประเด็นที่ 3 เรื่องปัญหาการส่งออกผลไม้ทางบกผ่านเชียงของของไทยผ่านบ่อเต็น ไปเข้าด่านบ่อหาน (โม่ฮาน) ของจีนทางยูนนานตอนใต้ ซึ่งขณะนี้มีปัญหาอุปสรรคคือจราจรติดขัดอย่างหนัก จากขั้นตอนกระบวนการและความเข้มงวดของรัฐบาลจีนในเรื่องนโยบาย Zeo COVID รวมถึงอุปสรรคการจราจรฝั่งลาว ซึ่งนายจุรินทร์ระบุว่า ตนได้ขอเสนอให้รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้าลาวได้รับไปพิจารณา 2 ประเด็น คือ 1) ขอให้รถของไทยที่ผ่านด่านเชียงของข้ามไปลาวไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรถหัวลากของทางการลาว แต่ให้ข้ามชายแดนไปได้และไปเปลี่ยนหัวลากทีเดียวที่บ่อเต็นก่อนเข้าบ่อหาน (โม่ฮาน) ได้หรือไม่ เนื่องจากในอดีต เราเคยปฏิบัติมาอย่างนั้น หรือถ้าไม่ได้ก็ขอให้ทางการลาวได้ช่วยพิจารณาเพิ่มรถหัวลากให้ทันต่อการให้บริการรถจากฝั่งไทยให้มากเพียงพอ และ 2) ขอให้ทางการลาวได้เพิ่มเวลาการให้บริการที่ด่านบ่อเต็น อาจจะเพิ่มเป็น 24 ชั่วโมงได้หรือไม่ ซึ่งรัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้าลาวได้ตอบรับในการนำประเด็นนี้ไปหารือใน ครม. สปป. ลาวโดยเร็ว

ส่วนประเด็นสุดท้าย คือ รถไฟลาว- จีนที่หนองคาย เนื่องจากขณะนี้อัตราค่าขนส่งยังไม่ชัดเจนจึงได้ขอให้ทางการลาวได้โปรดพิจารณาในเรื่องนี้ เพื่อเอกชนในฝั่งไทยจะได้รับทราบและคิดคำนวณต้นทุนด้านการขนส่ง ซึ่งรัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้าลาวได้รับไปแล้วว่ารัฐบาลลาวได้เร่งพิจารณาเรื่องนี้อยู่ เพื่อที่จะได้อัตราค่าขนส่งที่ชัดเจนต่อไป และตนได้ขอให้ทางการลาวอำนวยความสะดวกเมื่อถึงเวลาที่สินค้าไทยจะต้องข้ามจากหนองคายไปใช้บริการรถไฟลาว- จีนต่อไป

ด้านสปป.ลาว หยิบยกมาหารือไทยใน 3 ประเด็น คือ ประเด็นแรก ทางการลาวขอให้ขยายเวลาการอนุญาตนำเข้าข้าวโพดจากลาวเข้าไทย เนื่องจากปัจจุบันไทยอนุญาตให้นำเข้าข้าวโพดเฉพาะช่วง 1 ก.พ.- 31 ส.ค. เป็นเวลา 7 เดือน ไปมากกว่าปัจจุบัน โดยทางการลาวอยากจะส่งออกมายังไทยในบางช่วง ซึ่งประเทศไทยก็มีความต้องการข้าวโพดเพื่อการเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากผลผลิตข้าวโพดของลาวยังมีตกค้างอยู่บางส่วน ซึ่งตนก็รับประเด็นนี้ไว้เพื่อพิจารณาต่อไป และ รมว.อุตสาหกรรมและการค้าลาวก็ได้ขอให้ ก.อุตสาหกรรมการค้าของลาวประสานกับทูตพาณิชย์ไทยในลาวสำรวจผลผลิตที่ตกค้างอยู่ในลาว เพื่อรายงานให้ทราบต่อไป

ประเด็นที่ 2 เรื่องมันสำปะหลัง ที่ทางการลาวประสงค์จะส่งออกเข้ามาอย่างไทยเพิ่มเติม หรือว่าส่งออกมายังไทยด้วยความความสะดวกขึ้น ตนก็ได้แจ้งให้รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้าลาวทราบแล้ว ว่าขณะนี้ การนำเข้ามันสําปะหลังจากลาวมายังไทยสามารถดำเนินการได้ 24 จังหวัด 25 จุดช่องทางทางการค้าซึ่งรัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้าลาวก็รับทราบ

และประเด็นที่ 3 ทางการลาวขอนำผ่านน้ำมันปาล์มจากมาเลเซียผ่านแดนไทยไปยังลาว โดยจะนำผ่านปีละไม่เกิน 5,000 ตัน คือ ไม่ได้นำเข้าไทยแต่เป็นการนำผ่านไทยไปยัง สปป. ลาว จากมาเลเซียเท่านั้น ซึ่งคณะกรรมการ กนป. ได้อนุญาตไปแล้ว ขณะนี้รอขั้นตอนกระบวนการปรับระเบียบทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการเสร็จประมาณเดือนมิถุนายนซึ่ งตนได้เรียนให้รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้าลาวทราบแล้ว ในการนำผ่านนั้นทางการไทยจะมีคณะกรรมการต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายความมั่นคง ที่จะติดตามการนำผ่านเพื่อให้มั่นใจว่าการนำมันน้ำมันปาล์มจากมาเลเซียผ่านไทยไปยังสปป. ลาว มีความเรียบร้อยและครบถ้วนตามที่แจ้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...