โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สุรินทร์’ เลื่อนแผนประกาศโควิดเป็นโรคประจำถิ่น 1 เม.ย. ฉีดวัคซีนไม่ถึง 80%

The Bangkok Insight

อัพเดต 31 มี.ค. 2565 เวลา 03.01 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2565 เวลา 03.01 น. • The Bangkok Insight

จังหวัดสุรินทร์ เลื่อนแผนประกาศโควิดเป็นโรคประจำถิ่น เหตุยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรการครบ 13 ข้อ 

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุรินทร์ (ศบค. จ.สุรินทร์ ) มีมติเลื่อนการประกาศให้โรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นออกไปก่อน จากเดิมที่กำหนดว่าจะเป็นจังหวัดนำร่อง ในการประกาศโควิด เป็นโรคประจำถิ่นในวันที่ 1 เมษายนนี้

โควิดเป็นโรคประจำถิ่น

การเลื่อนประกาศดังกล่าว เนื่องจากมาตรการที่จะปรับเป็นโรคประจำถิ่นนั้น ต้องผ่านเกณฑ์มาตรการถึง 13 ข้อ ซึ่งล่าสุดจังหวัดสุรินทร์ ยังไม่ผ่านเกณฑ์ไม่ครบทั้ง 13 ข้อ อาทิ อัตราครองเตียงผู้ป่วยเกินกว่า 3% อัตราการฉีดวัคซีนภาพรวมยังไม่ถึง 80% อัตราผู้ป่วยยังมีแนวโน้มสูงขึ้นยังไม่เข้าระยะ คงที่ และลดลง เป็นต้น

นอกจากนี้ ทีมแพทย์ยังเป็นห่วงการเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงเน้นการเฝ้าระวังช่วงสงกรานต์ก่อน และขอความร่วมมือทุกคน ก่อนกลับมาบ้าน งดไปพื้นที่เสี่ยง 7 วัน และตรวจ ATK ก่อนเดินทางจะลดความเสี่ยงลงได้มาก

ส่วนผลได้ผลเสียของการปรับเปลี่ยนโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น นั้น ในภาคเศรษฐกิจ หากปรับได้ก็จะเกิดผลดีต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้ง รายได้ห้างร้านต่าง ๆ ทั้งด้านแรงงาน ด่านชายแดน ทำให้มีจำนวนเตียงสำหรับผู้ป่วยโรคอื่นมากขึ้น จำนวนผู้ฉีดวัคซีนจะสูงขึ้น จำนวนยารักษาจะหลากหลายขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญต้องพิจารณาจากความพร้อมเป็นหลัก คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จึงขอเลื่อนการพิจารณา การปรับเป็นโรคประถิ่นออกไปก่อน เพื่อให้จังหวัดมีความพร้อมกว่านี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...