โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

หนุ่มปัตตานี ปลูกผักสลัดอินทรีย์ ทำตลาดเพิ่มมูลค่า มีกำไรเพิ่ม 5 เท่า

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 09 มิ.ย. 2566 เวลา 09.26 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2566 เวลา 11.00 น.

งานทางด้านการเกษตรเป็นอีกหนึ่งความสุขที่ทำให้ผู้ดำเนินงานทางด้านนี้ ได้ต่อยอดและพัฒนาองค์ความรู้อยู่เสมอ เพราะยิ่งเป็นยุคปัจจุบันด้วยแล้ว ในเรื่องของการทำตลาดค่อนข้างมีการแข่งขันสูง จึงทำให้เกษตรกรต้องมีการปรับตัวและพัฒนาสินค้าอยู่เสมอ อย่างน้อยก็ช่วยให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่มและเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถมีอำนาจต่อรองการทำตลาดได้หลายทิศทาง ไม่ต้องถูกกดในเรื่องของราคาหรือไม่มีทางเลือกในการค้าขาย

คุณก่อศิม มายุดิน อยู่บ้านเลขที่ 96/1 ถนนท่าเสร็จ เทศบาลเมืองตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ได้ผันตัวจากนักธุรกิจมาทำอาชีพทางการเกษตร โดยเน้นปลูกผักสลัดบนโต๊ะด้วยระบบอินทรีย์ ทำให้ผักสลัดเป็นที่ต้องการของตลาด พร้อมทั้งปรับตัวอยู่เสมอด้วยการเพิ่มมูลค่าสินค้า นำมาทำเป็นสินค้าแปรรูปและอยู่ในรูปแบบของอาหาร จึงทำให้เพิ่มมูลค่ามีกำไรจากการขายผักสลัดที่ปลูกได้เป็นเท่าตัว

จากทำธุรกิจส่วนตัว

ผันตัวทำเกษตรอินทรีย์

คุณก่อศิม เล่าให้ฟังว่า เมื่อทำธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายจักรยานมาได้สักระยะ การค้าขายค่อนข้างมีปัญหาไม่เป็นผลดีมากนัก ด้วยความที่เขาเองเป็นครูและไม่มีประสบการณ์ในการจัดการเท่าที่ควร จึงทำให้รู้สึกว่าไม่น่าจะทำธุรกิจนี้ได้สำเร็จ ด้วยความที่สนใจในเรื่องของการทำเกษตรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ต่อมาได้เสริมในเรื่องของการทำเกษตรในพื้นที่รอบบ้านก่อนที่โควิด-19 จะเข้ามาระบาดก่อน 1 ปี และพัฒนาการปลูกพืชผักสลัดมาเรื่อยๆ จนประสบผลสำเร็จและมีตลาดรองรับจนถึงทุกวันนี้

“ช่วงที่รู้ว่าต้องมาทำเกษตร แต่เราไม่มีพื้นเพด้านนี้เลย แต่ผมเป็นคนที่ชอบเรียนรู้ ชอบอ่านหนังสือ ก็ทุ่มเทในเรื่องของการศึกษาต่างๆ เกี่ยวกับการทำเกษตร พร้อมทั้งเข้าคอร์สอบรมต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ พร้อมทั้งไปเรียนรู้จากสถานที่จริงเลย จากการที่ผมศึกษาจริงจังนี้เอง จึงทำให้ผมเกิดองค์ความรู้ และรู้เท่าทันตลาดอยู่เป็นประจำ พร้อมทั้งมีแนวคิดว่า อย่าขายช่องทางเดียว แต่ต้องทำการแปรรูปหรือเพิ่มมูลค่า ก็จะช่วยให้การทำตลาดของเราง่ายขึ้น เกิดรายได้ที่ดีตามมา” คุณก่อศิม บอก

โดยแนวความคิดที่ปลูกผักสลัดบนโต๊ะนั้น คุณก่อศิม ให้ข้อมูลเสริมว่า มีเพื่อนที่ปลูกผักอินทรีย์มาแนะนำให้ปลูกผักอินทรีย์ โดยช่วงนั้นเขาได้มีโต๊ะปลูกผักที่นำมาปลูกผักในน้ำว่างอยู่ จึงได้ทดลองนำดินมาใส่และปลูกแบบอินทรีย์ ผลตอบรับที่ได้ค่อนข้างดี ทำให้ได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกผักสลัดอินทรีย์บนโต๊ะเรื่อยๆ เพราะนอกจากจะชอบในรสสัมผัสที่ดีแล้ว ยังช่วยให้รอบผลิตทำได้เร็ว และต่อยอดเพิ่มมูลค่าได้

มี 20 โต๊ะปลูกผัก
หมุนเวียนปลูกสลับ

สำหรับโต๊ะปลูกผักสลัดอินทรีย์ คุณก่อศิม บอกว่า ขนาดความกว้างของโต๊ะประมาณ 120 เซนติเมตร และความยาวประมาณ 6 เมตร ซึ่งบนโต๊ะจะนำดินที่เตรียมเองมาใส่เป็นวัสดุปลูก โดยดินประกอบด้วยขี้วัว ขี้ไก่ และดิน นำส่วนผสมต่างๆ มาผสมให้เข้ากัน โดยดินเหล่านี้จะมีการเตรียมไว้อยู่เสมอ เมื่อเห็นว่าดินบนแปลงโต๊ะปลูกยุบก็จะนำดินที่เตรียมไว้ใส่เติมลงไปอยู่เสมอ

โดยก่อนที่จะนำผักสลัดแต่ละชนิดมาปลูกลงในโต๊ะปลูกนั้น จะทำการเพาะต้นกล้าให้มีอายุได้ประมาณ 15 วัน เมื่อต้นกล้างอกจนมีรากและใบเลี้ยงที่สมบูรณ์แล้ว จะนำมาปลูกลงในโต๊ะปลูกให้มีระยะห่างระหว่างต้นอยู่ที่ 20 เซนติเมตร ซึ่งใน 1 โต๊ะปลูกสามารถปลูกผักสลัดได้ 120-130 ต้น

“หลักๆ ผมจะปลูกเป็นผักสลัดอยู่ 2 ชนิด เป็นกรีนโอ๊คและเรดโอ๊ค เพราะตลาดส่วนใหญ่นิยมผักสลัด 2 อย่างนี้ การรดน้ำผมก็จะตั้งเวลาไว้ ใน 1 วันรดน้ำประมาณ 3 รอบ ช่วงเช้าประมาณ 3 นาที ช่วง 11.00 น. ประมาณ 1 นาที และช่วง 14.00 น. ประมาณ 2 นาที รดแบบนี้ทุกวันจนกว่าผักจะได้อายุเก็บเกี่ยวได้ สาเหตุที่ผมรดน้ำด้วยระบบนี้ได้ เพราะบนหลังคาโต๊ะปลูก ผมมีพลาสติกใส 200 ไมครอนคลุม ทำให้เราควบคุมในเรื่องของการรดน้ำเป็นเวลาได้ ส่วนในเรื่องของแมลงศัตรูพืช ผมก็จะป้องกันด้วยสารชีวภัณฑ์เป็นหลัก ฉีดพ่น 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็จะช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืชได้ และมีความปลอดภัยกับตัวเราเองด้วย” คุณก่อศิม บอก

ซึ่งจากการปลูกผักสลัดที่มีการวาดแผนการปลูกที่เป็นระบบนี้เอง ทำให้ผลผลิตที่ได้จากฟาร์มของเขามีจำหน่ายให้กับลูกค้าตลอดปี และที่สำคัญเขาได้ต่อยอดเพิ่มมูลค่าทำเป็นอาหารจำหน่ายเองด้วย จึงทำให้มีรายได้ทั้งจำหน่ายแบบราคาขายส่ง ขายปลีก และกำไรจากการจำหน่ายแบบมีหน้าร้านเอง

การแปรรูปเพิ่มมูลค่า

ช่วยให้มีกำไรเพิ่ม 5 เท่า

ในเรื่องของการทำตลาดเพื่อจำหน่ายผักอินทรีย์ภายในสวน คุณก่อศิม เล่าว่า เมื่อมีการวางแผนการผลิตที่ค่อนข้างลงตัว และรู้จำนวนของผลผลิตที่จะจำหน่ายได้ในแต่ละเดือนแล้ว การเพิ่มมูลค่าสินค้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะจะสามารถทำให้เขามีกำไรเพิ่มขึ้น โดยสินค้ามีตั้งแต่การนำผักสลัดมาทำเป็นสลัดโรล แปรรูปเป็นน้ำผัก การนำมาเป็นส่วนผสมของขนม ซึ่งผักสลัดที่ปลูกทั้งหมด 60 เปอร์เซ็นต์นำมาต่อยอดขายเอง ส่วนอีก 40 เปอร์เซ็นต์ ส่งจำหน่ายเป็นราคาขายปลีกและขายส่งให้พ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้ออยู่เป็นประจำ

โดยราคาผักสลัดอินทรีย์ขายปลีกอยู่ที่กิโลกรัมละ 150 บาท และราคาขายส่งให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้ออยู่เป็นประจำ ราคาขายส่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 130 บาท ส่วนการเพิ่มมูลค่าทำเป็นสินค้าจำหน่ายเองนั้น สามารถทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า

“การทำตลาดที่ดี คือเราต้องค่อยๆ สะสมลูกค้าอยู่เสมอ และเราเองต้องมีความต่อเนื่องของการผลิตด้วย ก็จะช่วยให้ลูกค้ายังซื้อผักที่ฟาร์มของเรา และถ้าสินค้าเราดีมีคุณภาพ การบอกกันไปปากต่อปากก็จะช่วยการันตีสินค้าของเราได้ ยิ่งช่วงโควิดที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ได้เลยว่า อาหารทางการเกษตรเป็นสิ่งที่สำคัญ ผมไม่ได้รับผลกระทบอะไร สามารถจำหน่ายได้ตลอด เพราะฉะนั้นก็จะบอกหลายๆ คนว่า ถ้าจะทำเกษตรช่วงแรกมันจะลำบากหน่อย กว่าจะเจอในสิ่งที่จะทำให้เราประสบผลสำเร็จ จากนั้นประสบการณ์ต่างๆ จะสอนเราเอง และทำให้เราสามารถประสบผลสำเร็จได้ ด้วยการทำตลาดที่หลากหลาย เพิ่มมูลค่าสิ่งที่เราทำมากขึ้น” คุณก่อศิม บอก

สำหรับท่านใดที่สนใจในเรื่องของการปลูกผักสลัดอินทรีย์บนโต๊ะ และต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการแปรรูปสินค้าต่างๆ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณก่อศิม มายุดิน หมายเลขโทรศัพท์ 082-810-6811

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อวันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...