โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“ส.อ.ท.” ชี้การเมืองเปลี่ยนเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจสู่หายนะ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 18.00 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 01.00 น.

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ไทยกำลังเผชิญหน้าพายุวิกฤติหลายลูกพร้อมกันทั้งปัญหาภายในที่เรื้อรัง และปัจจัยภายนอกที่รุนแรงอย่างน้อย 4 ด้านโดย หากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเวลานี้ อาจนำพาเศรษฐกิจที่กำลังประคองตัวอยู่สู่หายนะ ทำให้ผู้ใช้แรงงานและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ลำบากหนักกว่าเดิม

ทั้งนี้ ปัญหาการเมืองในประเทศเปรียบเสมือนหล่มที่ฉุดรั้งประเทศมานาน จากโครงสร้างระบบการเมืองที่อ่อนแอ แต่ประเด็นที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่า คือ ไทยกำลังถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาภายนอก ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อภาคเศรษฐกิจ ประกอบด้วย

  • การเจรจาภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับสหรัฐ ซึ่งต้องเร่งเดินหน้า โดยการที่สหรัฐประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยสูงถึง 36% ใกล้ครบกำหนด 90 วัน หากรัฐบาลเกิดสุญญากาศ ไม่มีผู้นำที่มีอำนาจเต็มการเจรจาอาจทำให้สหรัฐไม่เชื่อถือ และจะกระทบรุนแรงการส่งออกไทย
“ส.อ.ท.” ชี้การเมืองเปลี่ยนเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจสู่หายนะ
  • ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยวิกฤติชายแดนเริ่มจากการปิดด่านและกระทบกระทั่งกัน กำลังสร้างความเสียหายมหาศาลต่อการค้าชายแดนกระทบต่อรายได้ 500 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งสมาชิก ส.อ.ท.หลายรายได้รับผลกระทบทางตรง ทั้งที่ส่งสินค้าไม่ได้และโรงงานในกัมพูชาต้องหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่นด้วยต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อนานแค่ไหน

  • ความล่าช้าในการผ่านงบประมาณปี 2569 หากยุบสภาฯ หรือนายกรัฐมนตรีลาออก ขณะที่งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ยังไม่ผ่านจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง โดยไทยเคยงบประมาณล่าช้า 8-9 เดือน ทำให้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจหายไปส่งผลให้ผู้รับเหมาล้มละลายและเลิกจ้างจำนวนมาก

  • การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งอยู่ช่วงแนวโน้มที่ดี และมีเส้นตายสรุปภายในสิ้น 2568 แต่หากเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอาจทำให้การเจรจาติดขัดและถูกเลื่อนออกไป

“การเปลี่ยนรัฐบาลจะทำให้การทำงานมีปัญหา โดยหากยุบสภาฯ หรือนายกรัฐมนตรีลาออก จะเห็นข้าราชการเกียร์ว่าง ส่วนภาคเอกชนจะชะลอการลงทุนเพื่อรอดูภาพความชัดเจน (wait and see ) ว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงใครจะอยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) และจะมีอำนาจขับเคลื่อนนโยบายแค่ไหน"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...