โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมโรงงานฯ ดึงหน่วยความมั่นคงร่วมลงพื้นที่ปราบขยะพิษฉาวที่อยุธยาหวังให้สิ้นซาก

เดลินิวส์

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 18.39 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 11.32 น. • เดลินิวส์
กรมโรงงานฯ เอาจริงลุยปราบขยะพิษให้สิ้นซาก ดึงหน่วยความมั่นคง เสริมทัพร่วมปราบแหล่งขยะพิษ 3 พื้นที่ฉาวที่อยุธยา พร้อมเดินหน้าทำกฎหมายกากอุตสาหกรรม ปิดประตูตายไทยไม่ใช่ที่ทิ้งขยะโลก

นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ระบุว่า ได้ติดตามปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการลักลอบซุกซ่อนกากสารพิษและขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มผู้ประกอบการ"จีนเทา" ที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อประเทศ โดยวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม เข้าประชุมหารือร่วมกับสำนักบูรณาการและขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (สบข.กอ.รมน.) ซึ่งมี พล.ต.สามารถ คงสาย ผู้อำนวยการ สบข.กอ.รมน. เป็นประธานการประชุม

นอกจากนี้ยังมีพ.อ.วีระชัย ผองแก้ว รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.นิรุธ ประสิทธิเมตต์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (สอจ.พระนครศรีอยุธยา) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ อาคารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพื่อวางแผนรับมือและกวาดล้างขบวนการลักลอบซุกซ่อนกากสารพิษและขยะอิเล็กทรอนิกส์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการให้ สบข.กอ.รมน. เตรียมออกมาตรการการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของรัฐบาลและขอรับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้สามารถแก้ไขปัญหาครอบคลุมพื้นที่ 16 อำเภอในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีโรงงานผลิตและรับจ้างบำบัดกำจัดกากอุตสาหกรรมที่มีใบอนุญาตรีไซเคิล ประเภทโรงงานลำดับที่ 106 จำนวน 43 โรงงาน โดยเป็นโรงงานหรืออาคารโกดังที่ประกอบกิจการไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขการอนุญาต จำนวน 3 แห่ง ดังนี้

1. บริษัท เอกอุทัย จำกัด (สาขาอุทัย) ในตำบลสามบัณฑิต อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

2. บริษัท ซันเทค เคมิคอล แอนด์ โลจิสติกส์ จำกัด ในตำบลอุทัย อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ

3. โกดังเก็บสารเคมีอันตรายหลายพันตัน (โกดังภาชี) ถนนสายบ้านภาชี-หินกอง อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นอกจากนี้ กอ.รมน. เตรียมเสนอรัฐบาลพิจารณาข้อตกลงร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม ในภารกิจแก้ไขปัญหาการลักลอบซุกซ่อนกากสารพิษและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยการบูรณาการวิธีการและอุปกรณ์เครื่องมือที่จะช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เกิดผลกระทบคุกคามประชาชนและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด

พร้อมทั้งสนับสนุนการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย และกฎหมายว่าด้วยโรงงาน รวมถึงการจัดทำ (ร่าง) กฎหมายว่าด้วยกากอุตสาหกรรม ที่มีรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับการกำหนดบทลงโทษและค่าเสียหายทางแพ่งให้สูงขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้สอดคล้องกับความรุนแรงของการกระทำผิดหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด

จากนั้นในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม นำทีมคณะ สบข.กอ.รมน. และคณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (TOR) ลงพื้นที่ บริษัท เอกอุทัย จำกัด (สาขาอุทัย) และ โกดังภาชี ซึ่งมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการลักลอบซุกซ่อนและเททิ้งกากอุตสาหกรรมจากเอกอุทัยฯ เพื่อสำรวจตรวจสอบสภาพพื้นที่ปัจจุบัน โดยในปี 2568 กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 73 ล้านบาท สำหรับใช้จัดการของเสียและสารเคมีวัตถุอันตรายในโกดังภาชี คาดว่า จะได้ผู้รับจ้างและลงนามสัญญาจ้างในช่วงเดือนกันยายน 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...