เผ่าภูมิชี้ยังไม่เคาะโครงการใช้งบฯกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้าน ย้ำต้องพิจารณารอบด้าน
เผ่าภูมิเผยอนุฯกลั่นกรองกระตุ้นเศรษฐกิจ ยังไม่อนุมัติโครงการใช้จ่ายงบฯกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้าน รอตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบด้าน ก่อนนัดประชุมบอร์ดกระตุ้นชุดใหญ่
นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจว่า วันนี้เป็นการหารือร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้เสนอแผนการเร่งรัดงบประมาณ จำนวน 1.57 แสนล้านบาท ภายใต้กรอบที่รัฐบาลกำหนดไว้เบื้องต้น ก่อนที่เสนอต่อการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
โดยหน่วยงานต่าง ๆ ได้นำเสนอโครงการเข้ามาจำนวนกว่า 100 โครงการ และได้ผ่านการคัดกรองเบื้องต้นจากสำนักงบประมาณและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ก่อนจะส่งต่อให้คณะกรรมการกลั่นกรองเพื่อพิจารณาอีกครั้ง โดยแบ่งโครงการออกเป็น 4 กลุ่มหลัก
1.โครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบชลประทาน น้ำอุปโภคบริโภค การคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กที่กระจายตัว
2.ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว จึงมีความจำเป็นต้องเสริมงบประมาณเข้าไปเพื่อประคองเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี
3.มาตรการด้านการค้าและการส่งออก โดยจะมีการพิจารณาทั้งผลกระทบทางตรงและทางอ้อม
4.เศรษฐกิจชุมชน ที่จะดูถึงโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานในท้องถิ่น
นายเผ่าภูมิกล่าวว่า ขณะนี้การประชุมของคณะกรรมการกลั่นกรองยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ และยังไม่มีมติอนุมัติโครงการใด ๆ ส่วนการประชุมบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ ขณะนี้จะยังไม่มีการนัดประชุมแต่จะมีการนัดหมายอีกทีในเร็ว ๆ นี้
“ในการประชุมครั้งนี้ยังไม่มีมติอนุมัติใด ๆ และยังมีไม่มีการนัดประชุมบอร์ดชุดใหญ่ เนื่องจากต้องตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการที่เสนอมีประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถตอบโจทย์การกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง โดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวน จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน” รมช.คลังกล่าว
ส่วนกรณีกระทรวงมหาดไทยมีการเสนอขอวงเงินงบประมาณสูงถึง 80,000 ล้านบาท นายเผ่าภูมิระบุว่า การพิจารณาโครงการต่าง ๆ ได้ผ่านการกลั่นกรองเบื้องต้นโดยสำนักงบประมาณและสภาพัฒน์ ภายใต้กรอบและเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนดไว้ ซึ่งถือเป็นหลักสำคัญในการคัดเลือกโครงการว่ามีความเหมาะสมหรือไม่
ซึ่งมีหลายหน่วยงานที่ได้เสนอขอโครงการใช้งบประมาณ โดยระบุว่าเป็นโครงการเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาว่าโครงการใดเกี่ยวข้องกับมาตรการด้านการค้าโดยตรงนั้น เราไม่สามารถมองเพียงมิติเชิงนโยบายการค้าโดยตรงเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม
“โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการค้าโดยตรง แต่ก็ถือเป็นการลงทุนที่ช่วยโอบอุ้มเศรษฐกิจในภาพรวม โดยเฉพาะในระดับชุมชน ซึ่งสามารถสร้างการจ้างงาน สร้างความเข้มแข็งภายในประเทศ และช่วยรองรับความผันผวนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอน สิ่งที่ประเทศสามารถทำได้ดีที่สุดคือ การเสริมสร้างเศรษฐกิจภายในให้แข็งแกร่ง โครงการประเภทโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กที่กระจายตัวและดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว” นายเผ่าภูมิกล่าว
ขณะที่สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ แม้ว่าความตึงเครียดกับสหรัฐ อาจมีสัญญาณผ่อนคลายบ้าง แต่รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังคงดำเนินการเจรจาอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับเจ้าหน้าที่และระดับนโยบาย โดยเน้นการประสานงานอย่างเป็นระบบ และวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว
ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะนี้มีหน่วยงานภาครัฐเสนอแผนงานและคำของบประมาณเข้ามาจำนวนมาก ภายใต้กรอบวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท ตามแผนเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล ทำให้ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะอนุมัติให้โครงการใด โดยต้องดำเนินการตรวจสอบรายเอียดเพื่อคัดกรองโครงการที่เหมาะสมก่อน
ทั้งนี้ จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ เพื่อหาข้อสรุปอีกครั้งต่อไปภายในสัปดาห์หน้า
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เผ่าภูมิชี้ยังไม่เคาะโครงการใช้งบฯกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้าน ย้ำต้องพิจารณารอบด้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net