ผู้นำใหม่เกาหลีใต้เจองานท้าทาย เจรจาการค้าสหรัฐ
Businesstoday
อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 19.39 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 12.39 น. • Businesstodayแหล่งข่าวเผยว่า คณะรัฐบาลชุดใหม่ของเกาหลีใต้ มีแนวโน้มจะพยายามซื้อเวลาสำหรับการเจรจาการค้ากับสหรัฐ ในช่วงที่ศึกษาการเจรจากับสหรัฐของประเทศเพื่อนบ้านรายใหญ่ อย่างญี่ปุ่นกับจีน
อี แจ มยอง ซึ่งเข้าทำหน้าที่ประธานาธิบดี หลังจากคว้าชัยในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ประเด็นเร่งด่วนที่สุดคือการเจรจาการค้ากับสหรัฐ
ทั้งนี้ อนาคตของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ ซึ่งพึ่งพาการส่งออก จะฝากไว้กับข้อตกลงที่ประธานาธิบดีคนใหม่เจรจากับสหรัฐ เพราะบรรดาภาคธุรกิจสำคัญของประเทศ ตั้งแต่ชิป ยานยนต์ ไปจนถึงอุตสาหกรรมต่อเรือ ล้วนอิงอยู่กับการค้าโลก
แม้มีกระแสข่าวว่าสหรัฐต้องการให้ประเทศต่างๆ นำเสนอข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับเจรจาการค้าภายในวันที่ 4 มิ.ย. แต่บรรดาสส.และผู้เชี่ยวชาญการค้าของเกาหลีใต้มองว่า การถ่ายโอนอำนาจหลังจากเกิดสุญญากาศผู้นำนาน 6 เดือน ทำให้เกาหลีใต้มีข้ออ้างในการซื้อเวลาและคอยสังเกตการเจรจาของสหรัฐกับประเทศอื่น
ผู้เชี่ยวชาญการค้าคนหนึ่งในคณะนักยุทธศาสตร์การค้าของอี แจ มยอง ชี้ว่ารัฐบาลใหม่ของเกาหลีใต้ต้องมานั่งศึกษากรอบการเจรจาใหม่ทั้งหมด สิ่งดังกล่าวจะสามารถซื้อเวลา ซึ่งสหรัฐก็ไม่สามารถปฏิเสธข้ออ้างนี้ได้
ขณะที่สส.คนหนึ่งมองว่า อาจเป็นการถูกต้องในเชิงกลยุทธ์ ที่จะรอดูท่าทีก่อน เพราะสถานการณ์ในสหรัฐเองยังไม่นิ่ง รวมถึงการเจรจาที่สหรัฐกำลังดำเนินกับประเทศต่างๆ เช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญการค้ากล่าวทำนองเดียวกันว่า จีนกับญี่ปุ่นอาจเป็นแนวทางสำหรับเกาหลีใต้ได้ โดยในกรณีการเจรจาของจีนนั้น อาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายของสหรัฐ ส่วนในกรณีญี่ปุ่นก็อาจเป็นตัวอย่างในการกำหนดท่าที
ญี่ปุ่น ซึ่งถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้า 24% อันเป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับเกาหลีใต้ มองไม่เห็นประโยชน์ในการเร่งทำข้อตกลง นอกจากจะได้รับยกเว้นจากภาษีอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ถูกเรียกเก็บเป็นการเฉพาะในอัตรา 25%
ในส่วนของจีนนั้น เห็นพ้องกับสหรัฐที่จะระงับการขึ้นภาษีกันไปก่อนเป็นเวลา 90 วัน แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผู้นำสหรัฐกล่าวหาจีนว่าละเมิดข้อตกลง
ทั้งนี้ เกาหลีใต้ เป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มแรกๆ ที่ติดต่อกับสหรัฐ และเห็นพ้องเมื่อปลายเดือนเม.ย. ที่จะจัดทำร่างแผนการด้านภาษี ก่อนการเว้นวรรค”ภาษีตอบโต้” 90 วันสิ้นสุดลง แต่ความคืบหน้าต้องชะงักไปเพราะความวุ่นวายทางการเมือง