รองโฆษก พท.โต้ "พิธา" ยุบสภาฯ ใครต้องจ่าย? หากนโยบายรัฐบาลหยุดชะงัก
วันที่ 23 มิถุนายน 2568 นายพายุ เนื่องจํานงค์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ในรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ เสนอให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยุบสภาฯ คืนอำนาจให้ประชาชน โดยระบุว่า “ตอบนะครับ: เมื่ออดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เสนอให้รัฐบาลยุบสภา “เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน” อาจจะฟังดูสวยงาม แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่หยุดลงไม่ใช่แค่งานการเมืองสิ่งที่หยุดลงทันทีคืออนาคตของประเทศ และสิ่งที่ควรถูกถามกลับก็คือ.. “ยุบสภาเพื่อใคร? แล้วใครต้องจ่าย?”
เพราะสิ่งที่คุณพิธาได้พูดในรายการหนึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าหากรัฐบาลยังเดินแบบนี้ต่อไปก็เกรงว่า “ไม่รู้จะจบยังไง.. ถ้าขอโทษแล้วจบ ยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่ก็คงไม่มีปัญหาอะไร” พร้อมเสนอว่าการยุบสภาฯ เหมือนประเทศสิงคโปร์ที่ยุบเพื่อสร้างความชอบธรรมใหม่โดยอ้างอิงแต่พูดไม่หมด ไม่ยอมพูดถึงข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้..
- รัฐบาลสิงคโปร์ยุบสภา หลังสภาทำงานมาแล้วเกือบ 5 ปี โดยมีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ค.ศ. 2020 แล้วทำการยุบสภาเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ค.ศ. 2025 ซึ่งได้ยุบหลังจากที่งบประมาณรายปีผ่านแล้วเรียบร้อย.. แต่ทางของไทย “งบฯปี ‘69” ยังไม่ผ่านวาระ 2-3 หากยุบสภาฯ จะทำให้งบล่าช้าไปอีก 4 ถึง 6 เดือน สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างทั่วทั้งประเทศ
- รัฐบาลสิงคโปร์ตอนที่ยุบไม่ได้อยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคงตามชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ต่างกันกับไทย ณ เวลานี้ที่ยังมีปัญหาชายแดนกับกัมพูชา.. สถานการณ์ชายแดนเปราะบาง ต้องการรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการตัดสินใจในภาวะเช่นนี้ ประเทศต้องการรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม (Full Mandate) ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการที่ทำได้เพียง “ประคอง” สถานการณ์ไปก่อน
- ตอนนี้รัฐบาลไทยอยู่ในระหว่างการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ หากเกิดการยุบสภาการเจรจาทั้งหมดจะหยุดทันทีโดยปริยาย ซึ่งทำให้ไทยเสี่ยงถูกตั้งกำแพงภาษีกลับมาใหม่ในระหว่างที่ต้องรอรัฐบาลใหม่มาเจรจา.. คุณพิธาจะให้พ่อค้าแม่ค้าไทยรายเล็กและใหญ่รอไปก่อนในระหว่างนั้น? นอกจากนั้นนักลงทุนต่างชาติจะสูญเสียความเชื่อมั่นทันทีมากกว่าที่คุณพิธาได้นำมาอ้างหากไม่ยุบสภาฯ
ผมถึงได้ถามว่า.. “แล้วใครต้องจ่าย?” ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่ายการเลือกตั้ง แต่ความสูญเสียของประชาชนที่จะตามมาหากนโยบายเร่งด่วนที่คนไทยรอที่จะถูกหยุดชะงักหมดทันทีหากยุบสภาฯ อาทิเช่น รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย, บ้านเพื่อคนไทย, โครงการแลนด์บริดจ์, สงครามยาเสพติด, เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพลกซ์, โครงการ Soft Power ต่าง ๆ, พ.ร.บ. Creative Economy, พ.ร.บ. สิทธิลิขสิทธิ์ใหม่, โครงการดิจิทัลวอลเล็ต, แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจรายภูมิภาค, และมาตรการลดค่าครองชีพ
ดังนั้นการยุบสภาฯ กลางคันจึงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ มันคือการเบรคการขับเคลื่อนของทั้งประเทศ เพียงเพราะคนบางกลุ่มอยากจะ “เลือกตั้งใหม่” เพื่อใช้เป็นกลไกในการกำจัดรัฐบาลเพื่อไทยก่อนครบเทอม.. การยุบสภาโดยไม่มีทางออกที่ชัดเจนแบบไม่ลืมหูลืมตา อาจนำพาไปสู่ความเปราะบางทางอธิปไตยและความปลอดภัยของชาติ นอกจากผลกระทบทางเศรษฐกิจจนต้องถามว่าที่เรียกร้องให้ยุบสภาฯ นั้นทำไปเพื่อใครกันแน่..?”